นิ่วในไต อาการและการวินิจฉัย

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ เม.ย. 3, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที

การปวดท้องและบริเวณสีข้างเป็นอาการหลักสำคัญของนิ่วในไต

อาการที่พบบ่อยของนิ่วในไต คือ อาการปวด ซึ่งในตอนแรกอาการปวดอาจจะไม่ชัดเจน อาจจะเป็นที่ลำตัวด้านข้างหรือสีข้างระหว่างซี่โครงกับบริเวณเชิงกราน รวมไปถึงบริเวณท้องด้านบนและหลังส่วนล่าง

อาการปวดมักจะปวดชัดเจนและรุนแรงเนื่องจากกล้ามเนื้อบริเวณท่อไต (Ureter) ซึ่งเป็นท่อที่เชื่อมระหว่างไตและกระเพาะปัสสาวะหดตัวและบีบตัวรอบๆ ก้อนนิ่ว อาการปวดอาจจะย้ายมาที่บริเวณขาหนีบหรือบริเวณอัณฑะเมื่อนิ่วเคลื่อนตัวไปบริเวณอื่นๆ ของระบบทางเดินปัสสาวะ

อาการอื่นๆ ของนิ่วในไต ได้แก่

  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • ปัสสาวะปนเลือด
  • ปัสสาวะขุ่นหรือมีกลิ่นเหม็น
  • ปัสสาวะสีผิดปกติ (ชมพู แดง หรือน้ำตาล)
  • ปัสสาวะบ่อย
  • ปัสสาวะลำบาก
  • ปัสสาวะแสบขัด

อาการแทรกซ้อนของนิ่วในไต

นิ่วบางชนิดที่เรียกว่า Struvite stones สามารถทำให้เกิดการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะได้รวมถึงการติดเชื้อที่ไต อาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ได้แก่ การมีไข้และหนาวสั่น ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนจากนิ่วในไตได้

อาการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะและการติดเชื้อที่ไตนั้นสามารถนำไปสู่การติดเชื้อในกระแสเลือด ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงและอันตรายถึงชีวิต อีกทั้งเป็นการอักเสบทั่วร่ายกายที่มีสารเคมีหลั่งออกมาต่อสู่กับการติดเชื้อ ถ้านิ่วนั้นมีอาการรุนแรงและไม่สามารถหลุดออกมาได้เองได้ แพทย์จำเป็นจะต้องทำการรักษาเพื่อเอานิ่วออกมา วิธีดังกล่าว ได้แก่

  • การสลายนิ่วด้วยคลื่นกระแทก (Shock wave lithotripsy) เป็นการใช้คลื่นกระแทกในพลังงานสูง ทำให้ก้อนนิ่วแตกออกเป็นชิ้นเล็กลง
  • การส่องกล้องในท่อไต (Ureteroscopy) เป็นการส่องกล้องเข้าทางท่อปัสสาวะ เพื่อเอาก้อนนิ่วออก

จากรายงานของ The Jounal Surgery ในปี ค.ศ. 2014 จำนวน1ใน 7 ของเคสที่ทำหัตถการเหล่านี้ มีภาวะแทรกซ้อนที่ให้ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลหรือห้องฉุกเฉิน ซึ่งอาการแทรกซ้อน ได้แก่

  • อาการปวดรุนรง
  • การติดเชื้อ
  • การติดเชื้อในกระแสเลือด (โดยเฉพาะถ้าไม่ได้ให้ยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันก่อนทำหัตถการเหล่านี้)
  • รอยจ้ำเลือด
  • ปัสสาวะเป็นเลือด

การวินิจฉัย

แพทย์จะซักประวัติอาการและตรวจร่างกาย อาการของโรคอื่นๆ อาจจะมีอาการคล้ายโรคนิ่วในไตได้ เช่น โรคนิ่วในถุงน้ำดี โรคลำไส้แปรปรวน (irritable bowel syndrome หรือ IBS) และภาวะตับอ่อนอักเสบ (pancreatitis) การส่งตรวจเพิ่มเติมที่จะช่วยวินิจฉัย ได้แก่

  • การตรวจเลือด ดูระดับเกลือแร่ในร่างกาย เพื่อประเมินความเสี่ยงของการเกิดนิ่ว ได้แก่ แคลเซียม ฟอสฟอรัส กรดยูริก และเกลือแร่อื่นๆ
  • ตรวจปัสสาวะ เพื่อดูผลึกเกลือเม็ดเลือดแดง หรือ ปัจจัยบ่งบอกนิ่วตรวจการทำงานของไต
  • ตรวจภาพถ่ายต่างๆ ทั้งจากคลื่นความถี่สูง (ultrasound) เอ๊กเรย์ช่องท้อง เอ๊กเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) ตรวจภาพด้วยเคลื่อนแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) และฉีดสารทึบรังสีเข้าหลอดเลือดดำแล้วถ่ายภาพ (Intravenous pyelograms)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่