การลดน้ำหนัก

การทานอาหารแบบ Ketogenic ต่างกับ Paleo และแบบ Atkins อย่างไรบ้าง

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
Istock 902925014 %281%29

การทานอาหารแบบ Ketogenic ต่างกับ Paleo และแบบ Atkins อย่างไรบ้าง

การดูแลรูปร่างด้วยการลดสัดส่วนเพื่อให้หุ่นฟิตแอนด์เฟิร์มนั้นสามารถทำได้หลายวิธี การทานอาหารแบบ Ketogenic คือทางเลือกหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยม เพราะเป็นการลดน้ำหนักโดยไม่ต้องอดอาหาร เพียงแค่ทานอาหารประเภทแป้งและน้ำตาลที่จัดอยู่ในหมู่คาร์โบไฮเดรตให้น้อยที่สุด นอกจากนั้นการทานอาหารแบบ Paleo และแบบ Atkins ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของคนที่ต้องการลดน้ำหนัก

การทานอาหารแบบ Paleo คืออะไร

การทานอาหารแบบ Paleo ก็คือการทานอาหารที่เป็นธรรมชาติ ซึ่งหมายถึงมีการปรุงแต่งน้อยที่สุด เน้นการทานพืชผักผลไม้และเนื้อสัตว์ที่เลี้ยงด้วยวิธีธรรมชาติ ปราศจากสารเร่งการเจริญเติบโต เป็นพืชผักจากการทำเกษตรอินทรีย์หรือผลิตภัณฑ์ออแกนิค ส่วนไขมันก็จะเป็นไขมันดีที่ได้จากเมล็ดพืชหรือธัญพืช

ข้อดีของการลดน้ำหนักแบบ Paleo

  1. การทานอาหารแบบ Paleo เป็นการลดน้ำหนักที่ไม่ต้องอดอาหารหรือไม่ต้องควบคุมปริมาณแคลอรี เพราะการควบคุมแคลอรีในแต่ละมื้อหรือแต่ละวันเป็นเรื่องที่ทำได้ยากอยู่แล้ว
  2. ไม่ต้องทนหิว เพราะสามารถทานอาหารได้ตามที่ร่างกายต้องการ
  3. การทานอาหารที่เป็นธรรมชาติและมีการปรุงแต่งน้อย จะช่วยให้ระบบเผาผลาญพลังงานทำงานได้ดีขึ้น
  4. ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานดีขึ้น
  5. ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ ไม่สูงหรือต่ำเกินไป
  6. สร้างความสมดุลของพลังงานภายในร่างกายของเราตลอดวัน
  7. ทำให้ฟัน กระดูก และเซลล์ผิวหนังแข็งแรง
  8. ช่วยให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้น และยังควบคุมหรือลดน้ำหนักได้อย่างเห็นผล

ข้อควรระวังในการลดน้ำหนักแบบ Paleo

แม้ว่าการลดน้ำหนักด้วยการทานอาหารแบบ Paleo จะส่งผลดีต่อสุขภาพ แต่ในสิ่งที่ดีก็ย่อมมีข้อด้อย เพราะการงดเว้นหรือหลีกเลี่ยงอาหารบางอย่างอาจทำให้ร่างกายขาดสารอาหารได้ ส่วนการทานอาหารบางชนิดโดยไม่มีการควบคุมปริมาณ อย่างเช่นปลาหมึกหรือหอยนางรม ซึ่งเป็นอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง ก็อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้เช่นกัน ดังนั้นประเด็นสำคัญของการลดน้ำหนักแบบ Paleo จึงจำเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับอาหารทดแทน และเลือกทานอาหารในปริมาณที่พอเหมาะ ก็จะสามารถลดน้ำหนักได้อย่างเห็นผลและมีสุขภาพที่ดีด้วย

อาหารที่ต้องหลีกเลี่ยงเมื่อลดน้ำหนักแบบ Paleo

  1. น้ำตาลและสารให้ความหวานแทนน้ำตาล
  2. อาหารหรือผลิตภัณฑ์แปรรูป หรืออาหารกึ่งสำเร็จรูป
  3. ไม่ทานผลิตภัณฑ์ใดๆ ที่มีส่วนผสมของนมวัว และผลิตภัณฑ์จากนม
  4. เครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์

การทานอาหารแบบ Paleo คือการทานอาหารที่มีการปรุงแต่งน้อยที่สุด เป็นอาหารที่ได้จากพืชผักและเนื้อสัตว์ที่ปลูกหรือเลี้ยงด้วยวิธีธรรมชาติ รวมถึงผลิตภัณฑ์ประเภทออแกนิคด้วย การทานอาหารประเภทนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก และสามารถลดน้ำหนักลงได้อย่างเห็นผล แต่การทานอาหารแบบ Paleo ก็มีทั้งข้อดีและข้อควรระวัง ก่อนลดน้ำหนักด้วยวิธีนี้จึงต้องศึกษาทั้งข้อดีข้อด้อยและอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างเข้าใจ

การทานอาหารแบบ Atkins คืออะไร

การทานอาหารแบบ Atkins หมายถึง วิธีจำกัดการทานอาหารพวกแป้งและน้ำตาล โดยการทานอาหารจำพวกโปรตีนและไขมันทดแทน ถือเป็นหนึ่งในสูตรอาหารสำหรับการควบคุมน้ำหนัก เพราะตามหลักการเชื่อว่าแป้งและน้ำตาลเป็นสาเหตุทำให้ร่างกายของคนเราต้องการอาหาร หากลดน้ำตาลลงได้ร่างกายก็จะลดปริมาณความต้องการอาหารลง และสามารถลดน้ำหนักลงได้ในที่สุด

ข้อดีของการลดน้ำหนักแบบ Atkins

  1. การลดน้ำหนักแบบ Atkins คือสูตรลดน้ำหนักที่มีถึง 4 ระยะ ทำให้ลดน้ำหนักอย่างเป็นระบบ และเมื่อร่างกายเกิดความเคยชินจนสามารถลดน้ำหนักได้แล้ว ยังช่วยให้ไม่กลับมาอ้วนอีก
  2. ไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ เพราะไม่ทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย เนื่องจากไม่ได้มีการอดอาหาร
  3. ไม่ต้องทนหิว เพราะสามารถทานเนื้อสัตว์และไขมันทดแทนพลังงานที่ได้จากคาร์โบไฮเดรต ทำให้รู้สึกอิ่มโดยไม่ต้องทนหิว
  4. ลดน้ำหนักได้อย่างรวดเร็ว เพราะจำกัดปริมาณอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญทำให้เกิดโรคอ้วน

ข้อควรระวังในการลดน้ำหนักแบบ Atkins

การทานอาหารแบบ Atkins แม้จะเป็นวิธีลดความอ้วนที่ได้ผลอย่างรวดเร็ว แต่ก็อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวได้

  1. เสียงต่อการเป็นโรคหัวใจ เนื่องจากร่างกายได้รับไขมันในปริมาณที่สูง เพื่อไปทดแทนคาร์โบไฮเดรต ทำให้เกิดการอุดตันที่เส้นเลือดได้ เพราะผนังหลอดเลือดแดงจะหนาขึ้น
  2. เสี่ยงต่อการเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตที่เกิดจากหลอดเลือดสมองเกิดการตีบตันหรือแตก
  3. มีปัญหาต่อบุคลิกภาพ เช่น ทำให้เกิดกลิ่นปากเพราะการกินอาหารที่มีไขมันสูงร่างกายจะผลิตโมเลกุลที่เรียกว่า ketones ขึ้นมาและขับออกทางปัสสาวะและลมหายใจ

การทานอาหารแบบ Atkins ก็คือการลดน้ำหนัก ด้วยวิธีจำกัดการทานอาหารประเภทแป้งและน้ำตาล โดยทานโปรตีนและไขมันทดแทนตามสูตรที่แบ่งออกเป็น 4 ระยะ ทำให้การลดน้ำหนักเห็นผลได้อย่างรวดเร็ว

การทานอาหารแบบ Ketogenic ต่างกับ Paleo และแบบ Atkins อย่างไรบ้าง

สำหรับการทานอาหารทั้ง 3 รูปแบบ คือการทานอาหารเพื่อลดน้ำหนักเช่นเดียวกัน แต่แตกต่างกันที่วิธีการและรูปแบบ การทานอาหารแบบ Ketogenic จะเน้นเป็นการลดน้ำหนักโดยไม่ต้องอดอาหาร เพียงทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตให้น้อยที่สุด และการทานอาหารแบบ Paleo คือการทานอาหารแบบธรรมชาติไม่ปรุงแต่งหรือมีการปรุงแต่งรสชาติน้อยที่สุด เน้นพืชผักออแกนิค หากเป็นเนื้อสัตว์ก็ต้องเลี้ยงด้วยวิธีธรรมชาติไม่เร่งการเจริญเติบโต ส่วนการทานอาหารแบบ Atkins คือสูตรการทานอาหารเพื่อจำกัดการทานแป้งและน้ำตาลเพราะแป้งและน้ำตาลเป็นสาเหตุทำให้เป็นโรคอ้วน โดยเน้นทานอาหารจำพวกโปรตีนและไขมันทดแทน

วิธีลดน้ำหนักด้วยการทานอาหารทั้ง 3 รูปแบบ แม้จะมีข้อดีที่สามารถลดน้ำหนักลงได้อย่างเห็นผล แต่ก็มีข้อควรระวังที่แตกต่างกัน หากการลดน้ำหนักทั้ง 3 วิธีไม่ได้อยู่ในการดูแลของแพทย์ จำเป็นที่จะต้องเรียนรู้และศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนเริ่มลดน้ำหนัก เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเรานั่นเอง

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการคำนวณปริมาตรอาหาร
สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการคำนวณปริมาตรอาหาร

การรับประทานอาหารวิธีนี้ได้รับการพิสูจน์มาแล้วว่าสามารถช่วยลดน้ำหนักและการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพอีกด้วย