การลดน้ำหนัก

อาหารคีโตเจนิก (Ketogenic Diet) สำหรับโรคลมชัก

คำอธิบายของอาหารคีโตเจนิกและตัวอย่างรายการอาหาร
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
อาหารคีโตเจนิก (Ketogenic Diet) สำหรับโรคลมชัก

>คำอธิบายของอาหารคีโตเจนิกและตัวอย่างรายการอาหาร

     อาหารคีโตเจนิก(ketogenic diet)สำหรับโรคลมชักเป็นอาหารแบบพิเศษที่ช่วยให้เด็กหลายๆคนและผู้ใหญ่บางคนสามารถควบคุมอาการลมชัก (หรือกระทั่งทำให้ไม่เกิดอาการ) ได้

การลองอาหารคีโตเจนิกครั้งแรกของฉันสำหรับโรคลมชัก

     กว่า 20 ปีก่อนในต้นปี 1990 ฉันได้เข้าร่วมกลุ่มผู้ปกครองทางอินเตอร์เน็ตหลังจากเกิดสิ่งเลวร้ายขึ้นกับสมาชิกในครอบครัวของเรา ลูกสาวของเจต้องทนทุกข์กับอาการผิดปกติที่เรียกว่า “โรคชักเกร็งในทารก (infantile spasms)” หรืออีกชื่อคือเวสท์ซินโดรม (West syndrome) ซึ่งเป็นการชักประเภทที่พบได้ยาก เธอมีอาการชักหลายสิบครั้งในแต่ละวัน และท่าทางของเธอเปลี่ยนไปจากเด็กทารกที่ยิ้มแย้ม และเล่นด้วยกลายเป็นทารกที่ไม่มีความสุขซึ่งไม่ยอมสบตาและร้องไห้มาก แพทย์บอกกับครอบครัวว่าลูกสาวของพวกเขานั้นอาจมีพัฒนาการบกพร่องร้ายแรงได้ และอาจเดินหรือพูดไม่ได้เลย พวกเขาได้ลองการรักษาหลากหลายวิธีบางวิธีก็ช่วยได้ชั่วคราว แต่อาการชักก็ยังกลับมาอีก ท้ายที่สุดเมื่อไม่หวังแล้ว พ่อกับแม่ก็คิดที่จะผ่าตัดสมองลูกสาวของพวกเขาออกครึ่งหนึ่ง

     ไม่กี่เดือนหลังจากที่ลูกสาวของเจได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคชักเกร็งในทารก เจได้อ่านเกี่ยวกับการรักษาด้วยอาหารในโรคลำชักที่เรียกว่า อาหารคีโตเจนิก ซึ่งเป็นวิธีรักษาที่มีมานานสำหรับโรคลมชักกำเนิดขึ้นในปี 1920 แต่เมื่อมีวิธีรักษาที่มีประสิทธิภาพได้พัฒนาขึ้น การรักษาวิธีก็ถูกหลงลืมไป ปัจจุบันแพทย์บางคนได้ทดลองนำการรักษาวิธีนี้กลับมาใช้ใหม่ในเด็กที่เป็นโรคลมชักซึ่งไม่ตอบสนองต่อการรักษา และแม่ของเด็กก็เชื่อใจแพทย์ประสาทวิทยาให้ทดลอง

     เมื่อฉันได้ยินเจพูดถึง อาหารคีโตเจนิกครั้งแรก มันค่อนข้างฟังดูบ้าสำหรับฉัน และอาหารนั้นเกือบทั้งหมดเป็นไขมัน (ก่อนที่ฉันจะได้ยินเกี่ยวกับอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำมากขึ้น) แต่พระเจ้า! มันได้ผล! ในไม่กี่สัปดาห์อาการชักของเด็กก็ค่อยๆลดลง และต่อมาเธอก็เริ่มพัฒนาการปกติ ไปโรงเรียนกับเพื่อนวัยเดียวกัน และทำได้ดีด้วย พ่อแม่ของเอเชื่อว่า อาหารคีโตเจนิกคือ “สิ่งมหัศจรรย์”

     ในอีก 20 ปีข้างหน้า อาหารคีโตเจนิกสำหรับโรคลมชักจะได้รับการศึกษาอย่างกว้างขวาง และในปัจจุบันก็เป็นทางเลือกสำรองสำหรับเด็ก (แม้แต่ในผู้ใหญ่บางราย) ที่เป็นโรคลมชักที่ควบคุมอาการด้วยยาได้ยาก มีเด็กมากกว่า 300,000 คนในสหรัฐอเมริกามีความผิดปกติเรื่องอาการชัก  และการรักษาวิธีนี้จะเป็นหนึ่ง ในวิธีรักษาที่สำคัญหลายๆวิธีของโรคลมชัก

     เป็นสิ่งสำคัญมากที่ผู้ที่จะใช้อาหารคีโตเจนิกสำหรับโรคลมชักนั้นต้องทำภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้มีประสบการณ์และนักโภชนาการ และความแตกต่างและหลากหลายของแต่ละคนจะส่งผลต่ออาหารถูกต้องที่ควรได้รับของแต่ละคน และการใช้วิธีรักษานี้ร่วมกับการใช้ยานั้นอาจเป็นเรื่องยุ่งยาก จึงไม่ใช่สิ่งที่ควรลองทำด้วยตนเอง

อาหารคีโตเจนิกสำหรับโรคลมชักคืออะไร?

     (ข้อสังเกต : ฉันใช้คำว่า “อาหารคีโตเจนิกสำหรับโรคลมชัก” เพื่อแยกกันกับคำว่า“อาหารคีโตเจนิก”ทั่วไป และอาหารแบบที่ใช้ในโรคลมชักจริงๆแล้วเป็นแบบหนึ่งของอาหารคีโตจนิกซึ่งฉันจะย่อว่า เคดีอี(KDE))

      เคดีอีเป็นอาหารที่มีไขมันสูงมาก และมีโปรตีนแค่พอต่อการบำรุงรักษา และการเจริญเติบโตของร่างกายเท่านั้น และมีคาร์โบไฮเดรตต่ำมาก ในภาวะนี้ร่างกายจะสร้างโมเลกุลที่เรียกว่า คีโตน (ketone) หรือที่เรียกว่า คีโตนบอดี(ketone bodies) ออกมาเมื่อไขมันถูกเผาผลาญ คีโตน(ส่วนใหญ่) ละลายน้ำ และขนส่งไปสู่สมองได้ง่าย เพราะว่าสมองไม่สามารถใช้กรดไขมันเป็นพลังงานได้ แต่สามารถใช้คีโตนเป็นแหล่งพลังงานส่วนใหญ่ที่สมองต้องการ เป้าหมายของการใช้ อาหารคีโตเจนิก สำหรับโรคลมชักนั้นคือให้สมองใช้คีโตนเป็นพลังงานแทนการใช้กลูโคสให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

การใช้ อาหารคีโตเจนิก สำหรับโรคลมชักมักเริ่มในโรงพยาบาล และมักเริ่มจากงดอาหารสองถึงสามวัน (แม้ว่าส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่ไม่ต้องอดอาหารก่อนแล้ว) หลังจากคำนวณปริมาณโปรตีนที่เหมาะสม(ขึ้นกับอายุ เป็นต้น) อาหารจะถูกแบ่งเป็นสัดส่วนของไขมันเป็นกรัมต่อโปรตีนรวมกับคาร์โบไฮเดรตเป็นกรัม โดยมักเริ่มจากอัตราส่วน 4:1 และปรับได้เล็กน้อย อาหารนี้มักจะจำกัดปริมาณแคลอรีและน้ำเช่นกัน นอกจากนั้นของว่างที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ (น้ำปั่น แท่งธัญพืช เป็นต้น) ก็ห้ามกินอย่างน้อยในเดือนแรก เนื่องจากหนึ่งกรัมของไขมันมีแคลอรีเป็นสองเท่าของโปรตีนหรือคาร์โบไฮเดรตหนึ่งกรัม หมายความว่าแคลอรีในอาหารอย่างน้อย 90% มาจากไขมัน และชัดเจนว่าเป็นอาหารที่ต้องเข้มงวดอย่างมาก และใช้เวลาในการเรียนรู้ที่จะทำให้อาหารแต่ละมื้อตรงตามสูตร อาหารทุกอย่างจะต้องชั่งและบันทึกไว้

รายการอาหารโดยทั่วไปแต่ละวัน

     ด้านล่างนี้คือคำอธิบายโดยย่อของรายการอาหารที่ตีพิมพ์ในหนังสือ “อาหารคีโตเจนิก และอาหารแอทกินส์: สูตรสำหรับป้องกันชัก (The Ketogenic and Atkins Diets: Recipes for Seizure Control)” (บรรรณานุกรมด้านล่าง) ซึ่งเป็นแนวทางว่าเด็กควรจะกินอาหารอะไรบ้าง ไม่ใช่ใบสั่งยาที่ต้องทำตามทั้งหมด และอาหารทุกชนิดนี้ต้องมีการชั่งตวงอย่างระมัดระวัง

     มื้อเช้า – ไข่ผสมกับครีมข้น เนย เบคอน และผลไม้ชิ้นเล็กๆ

     มื้อกลางวัน – สลัดทูน่า (ใช้มายองเนสและครีมข้น)กับผักกาด

     มื้อเย็น – เบอร์เกอร์ชีสที่มีไขมันเยอะๆ ผักน้อยๆ กับถัวลันเตา

     ของว่าง: - “คัสตาร์ดคีโต” ทำจากไข่และครีมข้น

                  - “โยเกิร์ตคีโต” ทำจากครีมเปรี้ยว ครีมข้น และผลไม้ชิ้นเล็กๆผสมกัน

                  - “เนยถั่วปั้นก้อน” ผสมเนยถั่วกับเนยปั้นเป็นก้อน

     ไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีความหลากหลายมากขึ้นโดยการใช้น้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันที่มีกรดไขมันอิ่มตัวความยาวปานกลางทดแทนครีมข้น และเนย

อาหารคีโตเจนิกมีประสิทธิภาะมากน้อยเพียงใดในโรคลมชัก?

     มีการศึกษาหลายชิ้นพบว่าหนึ่งในสามของผู้ป่วยมีอาการชักลดลงอย่างน้อย 90% และอีกหนึ่งในสามลดลง 50-90% ซึ่งเป็นที่น่าทึ่งว่าผู้ป่วยเหล่านี้มักมีอาการชัก ที่ไม่สามารถควบคุมด้วยยาได้ (คำว่า “โรคลมชัก” นั้นหมายรวมถึงกลุ่มของความผิดปกติจากสาเหตุต่างๆที่ยังไม่ทราบแน่ชัดซึ่งแต่ละคนก็จะตอบสนองต่อการรักษาต่างกัน)

ทำไมการกินอาหารถึงได้ผล?

     มีทฤษฎีบางทฤษฎีอธิบายว่าทำไมการกินอาหารจึงได้ผล แต่ไม่มีใครทราบชัดเจน การเปลี่ยนแปลงสารสื่อประสาท การแสดงออกของยีน และการเพิ่มขึ้นของตัวรับสัญญาณที่เซลล์ประสาทอาจเป็นสาเหตุได้

เด็กต้องกินอาหารนี้ไปนานเท่าไหร่?

     โดยทั่วไปการค่อยๆลดอาหารคีโตเจนิกลงจะทำหลังจากสองปี แต่เด็กบางคนก็จะกินอาหารคีโตเจนิกต่อไป ในเรื่องที่เล่ามาข้างต้นนั้น เจสามารถค่อยๆลดการกินอาหารคีโตเจนิกของลูกสาวเธอได้หลังจากเริ่มมาสองปีโดยอาการชักไม่กลับมาอีก

มีทางเลือกอื่นหรือไม่นอกจากการกินอาหารคีโตเจนิกที่เข้มงวดอย่างมากนี้?

     มี ทางเลือกที่ได้รับความนิยมทางหนึ่งที่อาจช่วยได้คือ อาหาร แอทกินส์ แบบประยุกต์ (Modified Atkins Diet) ซึ่งเป็นอาหารที่ไม่เข้มงวดมากนักทั้งปริมารแคลอรี น้ำ และโปรตีนไม่ต้องชั่งตวง โดยทั่วไปมักเริ่มจากคาร์โบไฮเดรตวันละ 10 กรัมในเดือนแรกและค่อยๆเพิ่มขึ้นเป็น 15-20 กรัม ซึ่งในช่วงเริ่มต้นของอาหารสูตรเอทกินส์นี้เข้มงวดมาก ที่ผ่านมามีการศึกษาอย่างน้อยหนึ่งชิ้น ว่าบางรายสามารถคุมอาการชักได้ดีกว่า เมื่อเปลี่ยนจากการกินอาหารสูตรแอทกินส์ไปเป็นอาหารคีโตเจนิก

ผู้ใหญ่ที่มีอาการชักจะได้ประโยชน์จากอาหารคีโตเจนิกหรือไม่?

     ใช่ มีการศึกษาบางชิ้นระบุว่าการใช้อาหารสูตร แอทกินส์ แบบประยุกต์ในผู้ใหญ่ที่เป็นโรคลมชักนั้นมีผลออกมาค่อนข้างใกล้เคียงกับในเด็ก และน่าสนใจว่ามีข้อสังเกตในรายงานชิ้นหนึ่งว่าผู้ใหญ่คุมอาหารได้ยากกว่าเมื่อมีการควบคุมอาหารมากกว่าสิ่งที่กิน

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่