ภาวะดีซ่านในแมว

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 2,012,056 คน

ภาวะดีซ่าน คือ การที่เนื้อเยื่อที่บริเวณต่าง ๆ มีการเปลี่ยนสีเป็นสีเหลือง เนื่องจากมีความเข้มข้นของ bilirubin สูง มีการรวมตัวกันของสารสีน้ำดีที่เป็นผลมาจากการแตกสลายของฮีโมโกลบินที่อยู่ภายในเม็ดเลือดแดง โดยปกติแล้วจะพบฮีโมโกลบินได้ภายในเม็ดเลือดแดง ซึ่งมีหน้าที่ที่สำคัญในการขนส่งออกซิเจนไปยังเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในกรณีที่มีการทำลายเม็ดเลือดแดงเป็นจำนวนมาก จะพบว่ามีการสะสมบิลิลูบินภายในเนื้อเยื่อต่าง ๆ มากด้วย โดยอาจเป็นผลจากการที่ไม่สามารถกำจัดบิลิลูบินได้อย่างปกติ เนื่องจากเป็นโรคบางโรคแมวทุกสายพันธุ์สามารถเจอภาวะดีซ่านได้

อาการของแมวที่เป็นภาวะดีซ่าน

  • อาเจียน
  • ท้องเสีย
  • ซึม
  • เป็นไข้
  • ปวดท้อง
  • ไม่อยากอาหาร
  • ซีด
  • ผิวหนังตามตัวเป็นสีเหลือง
  • อุจจาระและปัสสาวะมีสีเปลี่ยนไปเป็นสีส้ม
  • ปัสสาวะถี่และมากขึ้น
  • กระหายน้ำมากขึ้น
  • มีปัญหาสุขภาพจิตในรายที่เป็นหนักๆ
  • น้ำหนักลด
  • มีเลือดออก ในรายที่เป็นโรคตับอย่างรุนแรง

สาเหตุ

  • โรคต่างๆ สารพิษ หรือยาที่โน้มนำให้มีการเพิ่มการทำลายของเม็ดเลือดแดง
  • มีการให้เลือดที่ไม่เข้ากัน
  • การติดเชื้อ
  • มีการเก็บเลือดปริมาณมากจากร่างกาย
  • ตับอักเสบ
  • เนื้องอก
  • มีการสะสมของไขมันที่ตับมากกว่าปกติ
  • เนื้อเยื่อตับถูกทำลายมาก เนื่องจากได้รับสารพิษ
  • มีโรคที่รบกวนการสร้างบิลิลูบิน

การวินิจฉัย

สัตวแพทย์ของคุณจะทำการซักประวัติและตรวจสุขภาพแมวของคุณ มีการตรวจพื้นฐานทางห้องปฏิบัติการ ได้แก่ การตรวจค่าเลือด และการตรวจปัสสาวะ ซึ่งการตรวจเหล่านี้จะช่วยบอกได้มากสำหรับการวินิจฉัยเบื้องต้น จากการนับเม็ดเลือดจะพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงของรูปร่างเม็ดเลือดแดง จากภาวะเลือดจาง พยาธิเม็ดเลือด และการมีจำนวนเกร็ดเลือดต่ำ ส่วนจากการตรวจทางชีวเคมีจะพบว่าค่าเอนไซม์ตับจะมีค่าที่สูงขึ้นเนื่องจากตับมีความเสียหาย การตรวจปัสสาวะนั้นจะพบว่ามีค่าบิลิลูนบินในปัสสาวะสูงขึ้น

ภาพถ่ายทางรังสีจะช่วยบอกถึงรูปร่างและขนาดของตับ ซึ่งตับเป็นอวัยวะสำคัญของโรคนี้ โดยเราจะพบว่าตับจะมีขนาดใหญ่ขึ้น พบเนื้องอกหรือก้อนเนื้อ ในบางรายอาจพบว่าม้ามมีการขยายขนาดร่วมด้วย และถ้าหากว่าพบเนื้องอกจะต้องมีการทำเอ็กซ์เรย์ที่ช่องอกเพื่อดูการแพร่กระจายของเนื้องอกออีกด้วย จะต้องมีการทำอัลตราซาวน์เพื่อประเมินรายละเอียดเพิ่มเติมของโครงสร้างตับ จะสามารถช่วยแยกระหว่างโรคตับกับการอุดตันที่ท่อน้ำดีได้ รวมทั้งแยกเนื้องอกจากการอุดตันด้วยสิ่งแปลกปลอม

สัตวแพทย์จะมีการเก็บตัวอย่างจากเนื้อเยื่อตับเพื่อช่วยในการประเมินให้ได้รายละเอียดที่มากขึ้น เนื้อเยื่อจากตับที่จะเก็บจะถูกเก็บจากเข็มหรือระหว่างการผ่าตัด ซึ่งสามารถใช้เพื่อยืนยันการวินิจฉัยและรักษาได้

การรักษา

การรักษาส่วนมากจะขึ้นอยู่กับสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดภาวะดีซ่าน แมวที่มีความรุนแรงของโรคมากจะต้องมีการรักษาตัวที่โรงพยาบาล สำหรับการดูแลในเบื้องต้นจะต้องมีการดูแลเรื่องของโภชนาการให้เหมาะสมด้วย แมวที่ป่วยเป็นโรคนี้ควรที่จะได้รับวิตามินเสริม แมวบางตัวอาจจะต้องได้รับการผ่าตัดเหมือนกับในรายที่มีการอุดตันที่ท่อน้ำดี และอาจจะต้องมีการถ่ายเลือดด้วยถ้าหากพบว่าแมวมีภาวะเลือดจาง

การจัดการและความเป็นอยู่

การพยากรณ์โรคนี้ส่วนมากจะขึ้นอยู่กับสาเหตุของโรคและการรักษาที่ได้รับ แต่อย่างไรก็ตามการได้รับอาหารที่เหมาะสม ช่วงเวลาของการได้ยาและการพักผ่อนที่เพียงพอจะช่วยกระบวนการหายของแมวได้

ห้ามทำการปรับลดขนาดยาโดยที่ไม่ได้รับคำปรึกษาจากสัตวแพทย์ โดยเฉพาะเรื่องของยาแก้ปวดซึ่งจะมีพิษต่อตับได้ เนื่องจากตับเป็นอวัยวะใช้กำจัดยาออก

ในแมวที่มีภาวะตับวายจะต้องได้รับการดูแลอย่างดีเนื่องจากโดยธรรมชาติของภาวะดีซ่านนี้จะไม่ค่อยคงที่ แมวสามารถที่จะมีอาการเลือดไหลได้ทุกเวลา ถ้าหากคุณพบว่ามีเลือดไหลคุณควรที่จะต้องโทรหาสัตวแพทย์โดยทันทีเพื่อขอความช่วยเหลือ

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม