Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
การดูแล

พิษภัยจากสารป้องกันการแข็งตัวของน้ำในสุนัข

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 585,957 คน

พิษภัยจากสารป้องกันการแข็งตัวของน้ำในสุนัข

พิษจากเอทีลีน ไกลคอลนั้นสามารถส่งผลให้เสียชีวิตได้จากการกิน ซึ่งส่วนมากแล้วเอทีลีน ไกลคอลจะเป็นส่วนประกอบของสารป้องกันการแข็งตัวของน้ำ 

สารพิษจาก Ethylene Glycol ในสุนัข

พิษจากเอทีลีน ไกลคอลนั้นสามารถส่งผลให้เสียชีวิตได้จากการกิน ซึ่งส่วนมากแล้วเอทีลีน ไกลคอลจะเป็นส่วนประกอบของสารป้องกันการแข็งตัวของน้ำ ส่วนมากแล้วสุนัขจะเข้าไปสัมผัสกับสารพิษเมื่อสารพิษมีการรั่วออกมาจากเครื่องยนต์รถลงบนพื้น หรือ อาจสัมผัสขณะที่มีการเติมน้ำมันเครื่องแล้วมีการหล่นลงบนพื้น หรือเมื่อภาชนะปิดไม่สนิท

สารป้องกันแข็งตัวนั้นจะมีสีเขียวอ้่อน รสชาติหวานแต่เมื่อกินเข้าไปสักพักแล้วจะรสชาติไม่ดี ซึ่งถ้าหากปล่อยให้ถึงตอนนั้นอาจจะสายเกินแก้ เนื่องจากเพียงแค่ปริมาณเล็กๆของสารพิษที่เข้าไปในร่างกาย ก็สามารถซึมเข้าไปยังสมอง ไต และตับได้

สุนัขทุกพันธุ์และทุกอายุสามารถได้รับสารพิษชนิดได้ ซึ่งสัตว์ที่ได้รับสารพิษชนิดนี้จะต้องได้รับการรักษาโดยทันที

อาการ

อาการที่สามารถพบได้ภายหลังจากการกิน 30 นาที ถึง 12 ชั่วโมง:

  • คลื่นไส้และอาเจียน
  • ซึมในระดับอ่อนถึงปานกลาง
  • ไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวได้
  • กล้ามเนื้อมีการกระตุก
  • ลูกตาเคลื่อนที่อย่างเร็ว
  • มีการสั่นของศีรษะ
  • รีเฟล็กซ์ลดลง
  • กระหายน้ำมากขึ้นและปัสสาวะมากขึ้น
  • อาการจะขึ้นอยู่กับปริมาณของเอทีลีน ไกลคอลที่กินเข้าไป
  • ส่วนมากจะแสดงอาการทันที
  • สุนัขจะมีอาการซึม และกระหายน้ำลดลงแต่ปัสสาะวเพิ่มขึ้น เป็นผลทำให้เกิดการแห้งน้ำ
  • อาการทางระบบประสาทจะลดลงภายหลังจากการกินไป 12 ชั่วโมง แต่สามารถกลับมาพบได้อีกครั้ง
  • โคม่า
  • ชัก
  • ไม่อยากอาหาร
  • อาเจียน
  • เป็นแผลที่ช่องปาก
  • น้ำลายไหล
  • ไตบวมและเจ็บ

อาการอื่นๆที่พบหลังจากการกินไป 36-72 ชั่วโมง :

สาเหตุ

สารพิษที่ได้รับนั้นมักจะมาจากการกิน ซึ่งมีสัดส่วน 95% ในสูตรของสารป้องกันการแข็งตัว

การวินิจฉัย

สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ คุณเจ้าของควรที่จะพาสุนัขไปพบสัตวแพทย์โดยเร็วที่สุดภายหลังจากการกินสารพิษเข้าไป แม้ว่าคุณจะเพียงแค่สงสัยว่าสุนัขทำการกินเข้าไปก็ตาม ถ้าหากสุนัขแสดงอาการและพบว่ามีผลิตภัณฑ์ที่สุนัขสามารถสัมผัสได้ให้คุณพาสุนัขไปทำการตรวจ และถ้าหากพบว่าสุนัขมีการอาเจียนหรือท้องเสีย คุณควรเก็บตัวอย่างของสิ่งเหล่านั้นไปให้สัตวแพทย์ด้วย จะทำให้การวินิจฉัยนั้นรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ประหยัดเวลา และช่วยป้องกันความเสียหายของอวัยวะต่างๆถ้าหากได้รับการรักษาที่ทัน

นอกจากนี้คุณเจ้าของควรทำการเล่าถึงประวัติของสุนัข โดยเริ่มตั้งแต่ระยะเวลาที่สุนัขแสดงอาการ จากนั้นสัตวแพทย์ตะทำการตรวจพื้นฐาน เช่น การนับเม็ดเลือด การวิเคราะห์ทางปัสสาวะ เป็นต้น นอกจากนี้สัตวแพทย์จะทำการอัลตราซาวน์เพื่อดูสภาพตับและไต ซึ่งส่วนมากมักจะพบว่ามีการบวมภายหลังจากการกินเอทีลีน ไกลคอลเข้าไป

การอัลตราซาวน์นั้นค่อนข้างมีประโยชน์ มักจะเห็นว่าส่วนคอร์เท็กของไตนั้นเป็นสีขาวเนื่องจากมีคริสตัล

การรักษา

ถ้าหากสัตวแพทย์สามารถวินิจฉัยได้และเริ่มทำการรักษาภายหลังจากการกิน 5 ชั่วโมง สุนัขจะมีโอกาสสูงที่จะไม่ต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาล ซึ่งเป้าหมายหลักในการรักษา คือ การป้องกันการดูดซึมเข้าไปในร่างกาย และเพื่อเพิ่มอัตราการขับออกจากร่างกาย และเพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายผลิตสารพิษออกมาเพิ่ม

สัตวแพทย์จะทำการให้สารน้ำเพื่อแก้ไขภาวะแห้งน้ำ เพิ่มการไหลของกระแสเลือด และเพื่อกระตุ้นการขับออกของปัสสาวะ ซึ่งการรักษาจะเป็นการรักษาร่วมกับการให้ไบคาร์โบเนตเพื่อแก้ภาวะ metabolic acidosis  ซึ่งเป็นภาวะที่ร่างกายมีความเป็นกรดมาก

ถ้าหากว่าสุนัขมีการผลิตยูเรียและของเสียอื่นๆปริมาณมากในกระแสเลือด อาจส่งผลทำให้เกิดภาวะไตวายได้ ซึ่งเราสามารถสังเกตได้จากการที่สุนัขจะปัสสาวะลดลง ในกรณีการรักษาตามอาการจะเป้าหมายหลัก ได้แก่ การแก้ไขด้วยสารน้ำ การปรับระดับของอิเล็กโทรไลท์ และปรับความเป็นกรดด่าง เพื่อเพิ่มปริมาณการขับออกของปัสสาวะ หรืออาจจะต้องทำการล้างไตห่านทางช่องท้อง

สุนัขจะต้องได้รับการรักษาระยะหนึ่งเพื่อให้การทำงานจองไตกลับมาเป็นปกติ

การป้องกัน

สารเอทีลีน ไกลคอลนั้นมีการผลิตออกมาในหลายรูปแบบและค่อนข้างมีกลิ่นที่ดึงดูดให้สุนัขกินแม้ว่ากินเอทีลีน ไกลคอลเพียงแค่เล็กน้อยก็สามารถส่งผลให้เกิดความเสียหายของอวัยวะภายในได้

ในฐานะเจ้าของสัตว์คุณควรมีความระมัดระวังไม่ให้สุนัขหรือสัตว์ชนิดอื่นๆเข้าใกล้สารพิษชนิดนี้ที่เป็นส่วนผสมของสารป้องกันการแข็งตัว และนอกจากนี้ควรให้ความรู้แก่สมาชิกครอบครัว ชุมชน และสังคมถึงอันตรายของสารพิษและวิธีการป้องกัน ซึ่งสุนัขที่ออกข้างอกส่วนมากนั้นควรที่จะระวังสิ่งแวดล้อมรอบๆ ในขณะที่คุณพาสุนัขเดินอาจจะต้องมีการระวังมากเป็นพิเศษในเขตที่เป็นที่จอดรถ

ถ้าหากเป็นไปได้ควรทำการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ propylene glycol มากกว่าตัวเอทีลีน ไกลคอล เนื่องจากไม่มีความเป็นพิษแต่ก็ควรที่จะเก็บห่างจากตัวสัตว์เช่นเดียวกัน

การจัดการและความเป็นอยู่

สุนัขจะต้องทำการตรวจเช็คค่าเลือดเพื่อติดตามการทำงานของไต ความเป็นกรดเป็นด่าง และการขับออกของปัสสาวะซึ่งจะตรวจโดยสัตวแพทย์ นอกจากนี้สัตวแพทย์จะทำการตรวจว่าความเป็นกรดของปัสสาวะเพื่อดูการตอบสนองต่อการรักษาและเพื่อปรับเปลี่ยนวิธีการรักษา ถ้าหากว่าสุนัขสามารถรักษาได้อย่างทันถ่วงทีก่อนที่จะมีระดับของยูเรียในเลือดมากเกินส่วนมากมักจะไม่พบผลข้างเคียงและมักจะฟื้นตัวอย่างมีประสิทธิภาพ

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม