Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
การดูแล

มีวิธีการรักษาโรคที่เกิดจากตัวไรแบบธรรมชาติหรือไม่?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 2,066,592 คน

มีวิธีการรักษาโรคที่เกิดจากตัวไรแบบธรรมชาติหรือไม่?

ไรนั้นมักจะทำให้ขนร่วง เป็นแผลและมีอาการคันอย่างรุนแรงในสุนัข และแน่นอนว่าเจ้าของสุนัขอย่างเรานั้นก็อยากจะค้นหาวิธีการรักษาอาการดังกล่าว แต่วิธีการรักษาไรแบบธรรมชาตินั้นเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพเพียงพอหรือไม่?

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับไรในสุนัข

ไรขี้เรื้อนเปียกนั้นทำให้เกิดการอักเสบในผิวหนัง ตัวไรเหล่านี้อาศัยอยู่ตามผิวหนังและมีอยู่แทบจะในสุนัขและคนทุกคน มันจะทำให้เกิดโรคเมื่อระบบภูมิคุ้มกันนั้นอ่อนแอและตัวไรเหล่านี้เพิ่มจำนวนมากขึ้น                  

ไรขี้เรื้อนเปียกนั้นเป็นไรสายพันธุ์ที่รู้จักมากที่สุดและมักจะมีอาการรุนแรงน้อยกว่าไรขี้เรื้อนแห้ง โดยมักจะทำให้เกิดขนร่วง และมีอาการเจ็บ แต่มักจะไม่ติดต่อ

ในขณะที่ไรขี้เรื้อนแห้งหรือหิดนั้นสามารถติดต่อได้อย่างง่ายดาย ไรเหล่านี้มักจะสร้างรูในผิวหนังและทำให้ผิวหนังเกิดอาการแดง ชื้น อักเสบ และอาจจะแตกเป็นสะเก็ดได้ ไรขนิดนี้มักทำให้เกิดอาการคันอย่างรุนแรงร่วมกับขนร่วง และเจ็บ และสามารถแพร่กระจายได้ผ่านการสัมผัสกับสัตว์และสถานที่ที่พวกมันอาศัยอยู่

สัตวแพทย์จะต้องมีการขูดผิวหนังบริเวณที่มีอาการและตรวจภายใต้กล้องจุลทรรศน์เพื่อดูว่ามีตัวไรโดยเฉพาะไรขี้เรื้อนแห้งนี้อยู่หรือไม่ และในบางครั้งอาจจะต้องมีการตัดผิวหนังบางส่วนมาทำการตรวจ

ไรขี้เรื้อนแห้งมักจะต้องใช้เวลาในการรักษานานกว่าไรขี้เรื้อนเปียกเนื่องจากมันไม่ได้แค่อาศัยอยู่บนผิวหนัง นอกจากนั้นมันยังแพร่กระจายได้ง่ายทำให้มันอาจจะอยู่ทั่วบ้านเหมือนกับหมัด หากสัตว์ในบ้านของคุณนั้นเป็นหิด หรือมีไร ควรถามวิธีการรักษาสัตว์ตัวอื่นที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เดียวกันจากสัตวแพทย์

วิธีการจัดการกับไรในสุนัขแบบธรรมชาติ

เป้าหมายของการรักษานั้นคือการบรรเทาอาการคัน มีสัตวแพทย์หลายคนเลือกใช้กลิ่นของดอกไม้ น้ำมันหอมระเหย และสมุนไพรหลายชนิดเพื่อช่วยลดอาการอักเสบและบรรเทาอาการคัน

สมุนไพรที่ใช้นั้นเช่น Valerian, คาโมไมล์, St.John’s Wort และ Kava Kava ซึ่งแม้ว่าจะมีผลิตภัณฑ์ที่ทำจากสมุนไพรเหล่านี้วางขายอยู่ทั่วไป แต่คุณก็ควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนเพื่อวางแผนไม่ให้มันกลับมาเป็นซ้ำและให้สุนัขของคุณนั้นยังคงมีสุขภาพที่ดี

ทางเลือกอื่นๆ ในการรักษาเช่นการนวดและการฝังเข็ม ซึ่งช่วยลดอาการกระสับกระส่ายและทำให้สุนัขสงบลง ซึ่งอาจจะช่วยลดอาการคันลงได้ นอกจากนั้นยังเชื่อว่าการผังเข็มนั้นจะช่วยปล่อยฮอร์โมนเช่น endorphin และ cortisol ซึ่งทำให้สุนัขรู้สึกดี

สัตวแพทย์มักจะแนะนำให้อาบน้ำสุนัขด้วยแชมพูที่ผสมสาร benzoyl peroxide ซึ่งมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียเพื่อช่วยลดอาการคัน

เมื่อการรักษาด้วยวิธีดังกล่าวนั้นไม่เพียงพอ

สุนัขที่มีอาการรุนแรงโดยเฉพาะที่เกิดจากไรขี้เรื้อนแห้งนั้นมักจะต้องใช้ยาจากสัตวแพทย์

โดยสัตวแพทย์อาจจะใช้ยา Ivermectin ซึ่งเป็นยาฆ่าพยาธิในรูปแบบน้ำ รับประทานทุกวันจนกว่าสัตวแพทย์จะทำการขูดผิวหนังไปตรวจซ้ำแล้วไม่พบตัวไรติดกัน 2 ครั้งห่างกัน 7-14 วัน

ความสำคัญของอาหารในการจัดการกับไรในสุนัข

ไรและอาหารนั้นมีความสัมพันธ์กัน โดนอาหารของสัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่นั้นมักจะมีสารพิษในปริมาณที่สูงกว่าอาหารของมนุษย์เช่นเชื้อราซึ่งทำให้เกิดการอักเสบ ภูมิคุ้มันอ่อนแอและอาจเป็นสารก่อมะเร็ง

ดังนั้นจึงแนะนำให้สุนัขรับประทานอาหารที่ผลิตสำหรับมนุษย์

การจัดอาหารที่เหมาะสมนั้นยังช่วยทำให้ภูมิคุ้มกันของสุนัขนั้นกลับมาเป็นปกติ โดยเน้นที่อาหารที่สดใหม่ และหลากหลาย แต่ก่อนที่จะเปลี่ยนอาหารของสุนัข ควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนเพื่อให้แน่ใจว่าอาหารที่คุณวางแผนจะให้พวกมันทานนั้นสามารถให้ได้อย่างปลอดภัย


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป