กายภาพบำบัด

ไขข้อข้องใจ เรื่อง "ระบบเผาผลาญพัง"

มีจริงๆ หรือที่ “ระบบเผาผลาญพัง” เป็นไปได้อย่างไร มีสัญญาณอะไรบอก แล้วจะป้องกันได้หรือเปล่า หาคำตอบจาก HonestDocs
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 864,037 คน

ไขข้อข้องใจ เรื่อง "ระบบเผาผลาญพัง"

ในโลกปัจจุบัน เราจะสังเกตเห็นว่า ผู้คนต่างหันมาสนใจการดูแลร่างกายตนเองมากขึ้น โดยเฉพาะการดูแลรูปร่างให้อยู่ในสัดส่วนที่ถูกต้อง จึงทำให้มีข้อมูล หรือความเชื่อต่างๆ เกี่ยวกับการลดน้ำหนักอย่างหลากหลาย บ้างก็เป็นวิธีที่ดี ที่เหมาะสม แต่หลายๆ วิธีการนั้น ก็นำมาสู่ผลลัพธ์ที่ตรงข้าม นั่นคือ “ระบบเผาผลาญพัง”

โฆษณาจาก HonestDocs
ปัญหากวนใจของหลายคน ถ้ารักษาอย่างถูกวิธีก็มีโอกาสหาย ใบหน้ากระจ่างใส!

แพ็คเกจรักษาสิวเริ่มต้น 400 บาท ลดสูงสุด 50%

%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7internal ad %281%29

ระบบเผาผลาญพัง หมายถึงอะไร?

ระบบเผาผลาญพัง คือภาวะที่ร่างกายไม่สามารถนำพลังงานจากอาหารที่รับประทานมาเผาผลาญใช้เป็นพลังงานได้ ทำให้ยังคงมีสารอาหารตกค้างและสะสมในร่างกายในรูปแบบไขมัน จนทำให้เกิดผลต่างๆ ตามมา เช่น อ้วนง่ายขึ้น อ่อนเพลีย ขาดสารอาหารบางประเภท จนไปถึงไขมันพอกตับและอวัยวะภายในของร่างกายจนก่อให้เกิดการอักเสบของอวัยวะนั้นๆ

ระบบเผาผลาญโดยทั่วไปทำงานอย่างไร?

ระบบเผาผลาญของคนทั่วไปนั้น จะเริ่มจากการที่สารอาหารถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดทางลำไส้ใหญ่ แล้วเลือดนั้นก็จะนำสารอาหารไปให้แต่ละเซลล์ของร่างกาย ทั้งเซลล์สมอง กล้ามเนื้อ ผิวหนัง หรือเซลล์ของอวัยวะอื่นๆทั่วทั้งร่างกาย ซึ่งในเซลล์ก็จะมี ไมโทคอนเดรีย ทำหน้าที่นำกลูโคส ไปเผาผลาญ คล้ายๆกับการเผาเชื้อเพลิงเพื่อสร้างเป็นพลังงานให้แก่เซลล์ทุกเซลล์ในร่างกาย ดังนั้นยิ่งเรารับประทานสารอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาลมากเท่าไหร่ ก็จะมีกลูโคสมากเท่านั้น จึงเป็นที่มาของการที่แป้งเป็นสารให้พลังงานหลักแก่ร่างกายนั่นเอง ร่างกายของคนปกติ จะเกิดการเผาผลาญพลังงานเช่นนี้มากที่สุดในเซลล์กล้ามเนื้อทั้งกล้ามเนื้อลาย กล้ามเนื้อเรียบ และกล้ามเนื้อหัวใจ เพราะเซลล์ชนิดนี้ มีไมโทคอนเดรียเป็นจำนวนมากกว่าเซลล์อื่นๆ

สาเหตุของระบบเผาผลาญพัง

สาเหตุหลักของระบบเผาผลาญพังคือ การที่ร่างกายไม่มีตัวช่วยในการเผาผลาญที่ดีและเพียงพอ ซึ่งในที่นี้หมายถึง เซลล์ทุกเซลล์ของร่างกาย โดยเฉพาะกล้ามเนื้อ เพราะกล้ามเนื้อมีสิ่งที่เรียกว่าไมโทคอนเดรียปริมาณมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่จะช่วยนำกลูโคสหรือน้ำตาลที่เรารับประทานและมีอยู่ในเลือด มาเปลี่ยนเป็นสารพลังงานที่ชื่อว่า “ATP (Adenosine Triphosphate)” ผ่านกระบวนการหายใจระดับเซลล์ ซึ่งกระบวนการนี้เกิดขึ้นภายในทุกเซลล์ของร่างกาย

ดังนั้นยิ่งร่างกายมีกล้ามเนื้อมากเท่าไร ก็ยิ่งเกิดกระบวนการเผาผลาญระดับเซลล์ได้มากขึ้นเท่านั้น แต่ร่างกายมีการรับรู้และปรับเปลี่ยนได้ดีตามการปฏิบัติตัว เช่น เมื่อรับประทานอาหารน้อยลงมากๆ หรืออดอาหาร ร่างกายจะรับรู้ว่าสารอาหารไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงจะมีการกระตุ้นต่อมหมวกไต ทำให้ฮอร์โมนเสียความสมดุล คือไปกระตุ้นให้เกิดฮอร์โมนที่ทำให้เกิดการสะสมของไขมันมากขึ้น ร่างกายจึงเลือกจะเก็บสารอาหารใหม่ไว้ และไปใช้สารอาหารที่ได้จากการสลาย กล้ามเนื้อ หรือเร่งการสร้างน้ำตาลที่ตับให้เพียงพอ ในขณะเดียวกันก็เปลี่ยนกลูโคสไปเก็บในรูปของเซลล์ไขมัน และสะสมตามใต้ชั้นผิวหนังและตับเช่นกัน

โฆษณาจาก HonestDocs
ปัญหากวนใจของหลายคน ถ้ารักษาอย่างถูกวิธีก็มีโอกาสหาย ใบหน้ากระจ่างใส!

แพ็คเกจรักษาสิวเริ่มต้น 400 บาท ลดสูงสุด 50%

%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7internal ad %281%29

อาการที่บอกว่าระบบเผาผลาญของคุณพัง

อาการหรือสัญญาณที่บ่งบอกว่าระบบเผาผลาญพัง ได้แก่

  • มีไขมันสะสมตามผิวหนังมากขึ้น จนทำให้น้ำหนักตัวเพิ่ม ทั้งๆ ที่รับประทานอาหารน้อยลงแล้วก็ยังอ้วนขึ้นอยู่ดี ไม่ว่าจะจำกัดปริมาณอาหารมากแค่ไหน หรือออกกำลังกายมากเท่าไร ก็ยังมีน้ำหนักตัวที่มากขึ้น หรือไม่ลดลงจากเดิมเลย
  • เกิดความรู้สึกอ่อนเพลีย เนื่องจากร่างกายไม่สามารถสร้างพลังงานจากสารอาหารนั้นได้เพียงพอต่อความต้องการที่แท้จริง

วิธีป้องกันระบบเผาผลาญพัง และฟื้นฟูระบบเผาผลาญ

การป้องกันระบบเผาผลาญพังที่ดีที่สุดคือ การออกกำลังกายแบบเร่งสร้างมวลกล้ามเนื้อ โดยวิธีการที่เรียกว่า ‘weight training’ ร่วมกับการออกกำลังกายแบบ ‘คาร์ดิโอ’ คือการออกกำลังกายที่เพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจให้มากกว่า 100-120 ครั้งต่อนาที วันละประมาณ 30นาที ทั้งนี้ควรหลีกเลี่ยงการลดน้ำหนักด้วยวิธีอดอาหาร ให้รับประทานอาหารที่เหมาะสมและครบ 3 มื้อ แต่ละมื้อต้องมีสารอาหารครบทุกหมู่ ทั้งแป้ง ผัก ผลไม้ โดยเฉพาะน้ำ ซึ่งเป็นตัวเร่งระบบเผาผลาญที่ดีที่สุดอย่างหนึ่ง

ที่มาของข้อมูล

กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ,http://www.dms.moph.go.th/dms2559/cpgcorner_all.php , แนวทางเวชปฏิบัติการออกกำลังกายในผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง,1กันยายน 2555.

2.Henry Cj,https://europepmc.org/abstract/med/3066619,protien and energy metabolism in starvation, 1 july 1988.

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่