การกินเพื่อสุขภาพ

Sugar free ดีจริงหรือ?

เครื่องดื่มไม่มีน้ำตาลแล้วความหวานมาจากไหน อันตรายที่ทุกคนมองข้าม
เผยแพร่ครั้งแรก 20 ส.ค. 2019 อัปเดตล่าสุด 11 ก.พ. 2020 เวลาอ่านประมาณ 2 นาที
Sugar free ดีจริงหรือ?

เหล่าคนรักสุขภาพหลายคนอาจรู้มาว่าการบริโภคน้ำตาลมากเกินไปไม่ดีต่อร่างกาย แต่ชีวิตขาดหวานไม่ได้ จึงเลือกบริโภคอาหารและเครื่องดื่มที่ติดป้าย “Sugar free” หรือ “ปราศจากน้ำตาล” แทน แต่เคยสงสัยไหมว่า ทำไมเมื่อรับอาหารและเครื่องดื่มเหล่านั้นเข้าไปก็ยังได้รสชาติหวานอยู่ ดังนั้นแล้วมันจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมจริงหรือ HonestDocs มีคำตอบ

น้ำตาลทำให้อ้วนได้อย่างไร?

ก่อนจะพูดถึงอาหารและเครื่องดื่มปราศจากน้ำตาล หรือมีสารให้ความหวานแทนน้ำตาล ก่อนอื่นมาทำความรู้จักน้ำตาลจริงๆ กันก่อน ว่ามันจะทำให้คุณอ้วนได้อย่างไร

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 370 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

อาหารส่วนใหญ่ที่ร่างกายเปลี่ยนเป็นพลังงานคือ กลุ่มคาร์โบไฮเดรต จากข้าว แป้ง พืชหัว เช่น เผือก มัน โดยปกติแล้วคาร์โบไฮเดรต 1 กรัม สามารถให้พลังงานแก่ร่างกายได้ประมาณ 4 กิโลแคลลอรี่เทียบเท่ากับ 1 กรัมของอาหารประเภทโปรตีน เมื่อเรารับประทานอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตเข้าไป จะถูกย่อยเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวและดูดซึมเข้ากระแสเลือด เพื่อใช้เป็นพลังงานสำหรับเซลล์ต่างๆในร่างกาย และน้ำตาลส่วนที่เหลือจะถูกสะสมไว้ที่ตับและกล้ามเนื้อในรูปแบบไขมัน เรียกว่า ไกลโคเจน หรือเป็นพลังงานสำรอง และจะถูกสะสมไว้เรื่อยๆหากไม่ถูกนำมาเผาผลาญเป็นพลังงาน ทำให้เราอ้วนขึ้นนั่นเอง

เมื่อน้ำตาลต่ำหรือสูงเกินไป ร่างกายมีสัญญาณเตือนอะไรบ้าง?

ร่างกายของคนเราถือว่าป็นสิ่งมหัศจรรย์ สามารถรักษาระดับฮอร์โมนและระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่สภาวะปกติได้อยู่เสมอ แม้คุณจะรับประทานน้ำตาลมากว่าปกติ หรือแทบจะไม่ได้รับประทานอะไรเลย ร่างกายก็ยังมีแหล่งพลังงานมาใช้ในการทำงานต่างๆ ได้

ทั้งนี้ ความไม่สมดุลของน้ำตาลก็มีผลระยะยาวทำให้อวัยวะภายในบกพร่อง ก่อให้เกิดเป็นโรคประจำตัวยอดนิยมต่างๆ ได้ เช่น โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง

อาการขาดน้ำตาลหรือภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ทางการแพทย์เรียกว่า ไฮโปไกลซีเมีย (Hypoglycemia) จะมีอาการเวียนศีรษะ หงุดหงิดง่าย อ่อนเพลีย หน้ามืด ใจสั่น ความจำไม่ดี ไม่มีสมาธิ นอนไม่ค่อยหลับ ในทางกลับกัน หากร่างกายมีน้ำตาลในเลือดมากจนเกิดไป หรือเรียกว่าภาวะไฮเปอร์ไกลซีเมีย (Hyperglycemia) จะทำให้มีอาการกระหายน้ำมาก มองเห็นไม่ชัด ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน เป็นลม หมดสติ ทั้งนี้เกิดจากเลือดข้น หนืด ทำให้การไหลเวียนไปอวัยวะต่างๆ ไม่ดี จึงทำให้มีอาการดังกล่าวนั่นเอง

Sugar free นั้นดีจริงหรือไม่?

ความจริงแล้วเครื่องดื่มหรืออาหารที่เขียนว่า “Sugar free” นั้นใส่สารให้ความหวานแทนน้ำตาล หรือเรียกอีกชื่อว่า สารแอสปาร์แตม (Aspartame) มีลักษณะเป็นผงสีขาว ระดับความหวานจะหวานกว่าน้ำตาล 200 เท่า แต่ให้พลังงานต่ำ ทำให้นิยมใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตอาหารและเครื่องดื่มมาก เพราะใช้ในปริมาณน้อย

ข้อดีของสารแอสปาร์แตมคือให้พลังงานต่ำ เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานและผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก ซึ่งน้ำตาลเทียมชนิดนี้ไม่มีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด แต่หากบริโภคมากเกินไปจนร่างกายขับออกไม่หมด ก็สามารถทำให้ระบบเผาผลาญทำงานผิดปกติ ทำให้เกิดโรคอ้วน ยิ่งไปกว่านั้น แอสปาร์เทมเปลี่ยนเป็นสารก่อมะเร็งได้ นอกจากนี้หากรับประทานสารให้ความหวานแทนน้ำตาลเป็นระยะเวลานาน สมองก็จะกระตุ้นให้อยากกินน้ำตาลมากขึ้นกว่าเดิม จนต้องรับประทานของหวานมากกว่าปกติ ทำให้อ้วนได้เหมือนกัน

หวานแค่ไหนถึงเรียกว่าพอดี?

ตามประกาศขององค์การอนามัยโลก แนะนำให้รับประทานน้ำตาลเพียงวันละ 6 ช้อนชา หรือประมาณ 25 กรัมต่อวัน ซึ่งสอดคล้องกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพหรือ สสส. ที่รณรงค์ให้มีการใช้น้ำตาลซองสำหรับใส่เครื่องดื่มให้ขนาดเล็กลง ภายใต้โครงการ “หวานพอดีที่ 4 กรัม” เพื่อช่วยลดปริมาณการบริโภคน้ำตาลในแต่ละวัน

หญ้าหวาน ทางเลือกใหม่แทนน้ำตาล

องค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกาและกลุ่มประเทศยุโรป อนุญาตให้มีการใช้สารสกัดยาหวานเป็นสารทดแทนน้ำตาลสามารถผสมในเครื่องดื่มได้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 และประเทศไทยอนุญาตให้มีการผลิตและจำหน่ายหญ้าหวานได้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 โดยกระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้ใบหญ้าหวานจะมีสารให้ความหวาน ชื่อว่าสเตวิโอไซด์ (Stevioside) โดยจะมีรสหวานมากกว่าน้ำตาล 10-15 เท่า เหมาะสำหรับผู้ที่ควบคุมน้ำหนักและผู้ที่มีโรคประจำตัว สามารถช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด


6 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข, หวานเกิน Excessive Sugar (http://thaincd.com/document/file/download/knowledge/ExcessiveSugar.pdf), ส.ค. 2554.
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา, น้ำตาลในเครื่องดื่ม (http://food.fda.moph.go.th/data/document/2558/CS_sugar.pdf), เข้าถึงเมื่อ 8 ส.ค. 2562.
วิทิต วัณนาวิบูล, นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่มที่: 84 คอลัมน์: อาหารสมุนไพร, น้ำตาล-พลังงานในร่างกาย (https://www.doctor.or.th/article/detail/6151), เม.ย. 2529.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
น้ำตาลและสารให้ความหวาน
น้ำตาลและสารให้ความหวาน

อ่านข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับน้ำตาลประเภทต่างๆ อาทิ ฟรักโทสหรือน้ำตาลธรรมชาติ ตลอดจนสารให้ความหวานอื่น ได้แก่ ซอร์บิทอล แมนนิทอล ไซลิทอล แอสพาร์แตม ซูคราโลส และ นีโอเทม หากคุณสนใจสามารถอ่านต่อได้ที่นี่