Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS

โรคตับในแมว

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,542,382 คน

Copper Storage Hepatopathy ในแมว

Copper storage hepatopathy เป็นสภาวะที่มีการสะสมทองแดงในปริมาณที่ผิดปกติในตับ ซึ่งจะโน้มนำให้เกิดโรคตับอักเสบหรือตับวายได้ในระยะเวลานานๆ ภาวะนี้มักจะเป็นอาการที่เกิดขึ้นแทรกซ้อนจากโรคอื่นๆ ส่วนมากมักจะเป็นผลมาจากการเผาพลาญทองแดงที่ผิดปกติจากพันธุกรรม ภาวนี้สามารถเกิดขึ้นได้ในแมวแต่มักจะพบได้น้อยมากๆ

อาการ

Copper storage hepatopathy ชนิดปฐมภูมิจะมีอาการ 1 ใน 3 ดังต่อไปนี้

  • ระยะไม่แสดงอาการ หมายถึง การมีโรคเกิดขึ้นกับอวัยวะหรือร่างกายแต่ไม่สามารถตรวจได้ด้วยอาการที่มีความผิดปกติหรือความเปลี่ยนแปลงจากตัวสัตว์
  • ระยะเฉียบพลัน มักจะเกิดมากในแมวอายุน้อยทีมีความเกี่ยวข้องกับสภาวะที่ทำให้เนื้อเยื่อตับตาย
  • ระยะเรื้อรังที่มักพบได้ในแมวกลางคนจนถึงแมวสูงอายุที่มีอาการของตับอักเสบเรื้อรังร่วมด้วย

แต่ในทางกลับกัน Copper storage hepatopathyชนิดทุติยภูมินั้นจะแสดงอาการรุนแรงของตับเนื่องจากภาวะตับอักเสบและมีการตายของเนื้อเยื่อตับ โรคตับที่มีการไหลของน้ำดีช้าหรือมีการอุดตัน จะถูกเรียกว่า cholestatic liver disease ซึ่งความผิดปกติของการไหลของน้ำดีนี้จะเป็นสาเหตุของการเกิดการสะสมของทองแดงที่ตับ

ระยะเฉียบพลัน :

  • ซึม
  • ไม่อยากอาหาร
  • อ่อนแรง
  • อาเจียน
  • เนื้อเยื่อเปลี่ยนเป็นสีเหลือง
  • เยื่อเมือกซีดเนื่องจากมีปริมาณเม็ดเลือดแดงต่ำ
  • ปัสสาวะเป็นสีเข้มเนื่องจากพบว่ามีบิลลิลูบิน พบฮีโมโกลบินในปัสสาวะ

ระยะเรื้อรัง :

  • ซึม
  • อ่อนแรง
  • ไม่อยากอาหาร
  • อาเจียน
  • น้ำหนักลด
  • ท้องเสีย
  • ปัสสาวะมาก ดื่มน้ำมาก
  • มีการสะสมของเหลวในช่องท้อง
  • พบอุจจาระมีสีดำ
  • มีอาการทางระบบประสาทเนื่องจากมีการสะสมแอมโมเนีย

สาเหตุ

สาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้เกิดภาวะนี้ในแมวนั้นยังไม่ทราบ แต่อย่างไรก็ตามมีการสงสัยว่าแมวที่เป็นนั้นจะไม่มีการเผาพลาญและการหลั่งอย่างเหมาะสม

การวินิจฉัย

สัตวแพทย์จะทำการตรวจค่าเลือด ซึ่งจะประกอบไปด้วย การตรวจทางชีวเคมี การนับเม็ดเลือด และการวิเคราะห์ค่าจากปัสสาวะ นอกจากนี้สัตวแพทย์จะทำการซักประวัติอย่างละเอียดถึงอาการและความเป็นไปได้ของสาเหตุการเกิดโรค การเล่าประวัติของคุณเจ้าของนั้นจะเป็นตัวบอกว่าสภาวะนี้เป็นสาเหตุหลักหรือสาเหตุรอง 

สัตวแพทย์จะทำการเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อจากตับของแมวมาเพื่อวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการและต้องทำอัลตราซาวน์เพื่อตรวจหาความผิดปกติของตับ

การรักษา

ถ้าหากแมวที่รับการรักษาอยู่ในโรงพยาบาลแสดงอาการตับวายสัตวแพทย์จะทำการให้สารน้ำและสารเสริมอิเล็กโทรไลท์ แต่ส่วนมากมักจะเป็นผู้ป่วยนอก การรักษานั้นจะขึ้นอยู่กับว่าเป็นตับอักเสบเรื้อรังหรือเฉียบพลัน หรือ เนื้อตับมีเนื้อตายหรือไม่

สัตวแพทย์จะทำการปรับเปลี่ยนอาหารของแมวโดยะต้องมีสัดส่วนของทองแดงต่ำ ซึ่งมักจะได้ผลในหลายๆราย แต่อย่างไรก็ตามอาหารสำเร็จรูปที่ขายในท้องตลาดมักมีส่วนประกอบของทองแดงเป็นปริมาณมาก ดังนั้นคุณเจ้าของอาจจะต้องทำการจัดเตรียมอาหารเองตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ และจะต้องหลีกเลี่ยงการให้สารเสริมที่เป็นทองแดง แต่ถ้าหากมีความจำเป็นสัตวแพทย์จะทำการจ่ายวิตตามินชนิดละลายน้ำให้

ในบางรายอาจจะต้องทำการผ่าตัดเพื่อเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อมาตรวจสอบหาโรคและเพื่อติดตามการตอบสนองต่อการรักษา แต่ควรมีความระมัดระวังเนื่องจากสัตว์ที่เป็นโรคตับจะมีความเสี่ยงสูงในการวางยา

การจัดการและความเป็นอยู่

ภายหลังจากการรักษา แมวจะต้องได้รับการเก็บชิ้นเนื้อเพื่อติดตามประสิทธิภาพของการรักษา และจะต้องได้รับการตรวจค่าเลือดทุกๆ 4-6 เดือน เพื่อดูระดับเอนไซม์ตับ อีกทั้งสัตวแพทย์อาจจะทำการติดตามในเรื่องของน้ำหนักตัวสัตว์อีกด้วย

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม