Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

เท้าเย็น เป็นสัญญาณอันตรายหรือเปล่านะ?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 2,058,427 คน

เท้าเย็น เป็นสัญญาณอันตรายหรือเปล่านะ?

อาการ เท้าเย็น มักเกิดขึ้นบ่อยๆ เมื่อเราอยู่ในสภาพอากาศที่หนาวเย็น แต่บางครั้งเรากลับมีอาการ เท้าเย็น ขึ้นมาเฉยๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ โดยที่คนอื่นๆ ที่อยู่ในสภาพแวดล้อมเดียวกันไม่มีอาการเหมือนเราสักคน และบางครั้งอาการ เท้าเย็น ก็อาจมาพร้อมความรู้สึกชา หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงอีกด้วย ซึ่งทำให้เรายิ่งกังวลไปกันใหญ่ มาไขข้อสงสัยกันว่า อาการ เท้าเย็น เกิดจากอะไรได้บ้าง

เท้าเย็น เกิดจากอะไรได้บ้าง?

  • สภาพอากาศหนาวเย็น

ร่างกายของเรามีระบบประสาทที่คอยควบคุมอุณหภูมิร่างกายอยู่ ดังนั้น เมื่ออยู่ในอากาศหนาว เช่น ในห้องที่เปิดเครื่องปรับอากาศ หรือไปสัมผัสหิมะ เลือดจะสูบฉีดไปเพิ่มความอบอุ่นแก่หัวใจและสมอง ทำให้เลือดที่ไหลเวียนตามผิวหนังลดลง ส่งผลให้เท้าเราเย็นเฉียบนั่นเอง ซึ่งถ้าเราสวมอุปกรณ์กันหนาวที่เหมาะสม อาการเท้าเย็นก็จะหายไป

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจเบาหวาน เริ่มต้นที่ 644 บาท

ด้วยไลฟ์สไตล์ ทำให้คนไทยเป็นเบาหวานมากขึ้น และกว่า 40% ไม่รู้ว่าตนเองเป็นเบาหวาน เพราะฉะนั้นควรตรวจเบาหวานอย่างน้อยปีละครั้ง

Istock 908625742

สภาพอารมณ์จิตใจล้วนส่งผลต่ออุณหภูมิร่างกายด้วย เมื่อเราอยู่ในภาวะเครียด กังวล ตื่นเต้น หรือตื่นกลัว จึงมักมีความรู้สึกว่าเท้าเย็น มือเย็น และมีเหงื่อเย็นๆ ไหลออกมา ซึ่งเป็นอาการตอบสนองตามปกติของร่างกาย เมื่ออารมณ์เครียด ตื่นตระหนกหายใจ อุณหภูมิร่างกายก็จะกลับมาปกติ

  • ต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยผิดปกติ

หรือที่เรียกว่า ภาวะไฮโปไทรอยด์ (Hypothyroidism) ซึ่งมักเกิดขึ้นในผู้หญิง ทำให้ร่างกายมีไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ และส่งผลให้มีอาการเท้าเย็น มือเย็น ขี้หนาว รวมถึงรู้สึกเซื่องซึม อ่อนเพลีย ขาดความกระฉับกระเฉง น้ำหนักตัวขึ้น และสมรรถภาพทางเพศลดลงด้วย

  • เลือดไหลเวียนได้ไม่ดี

หากเกิดภาวะที่เลือดไม่สามารถไหลเวียนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายผ่านทางเส้นเลือดฝอยได้ จะทำให้เกิดอาการเท้าเย็น มือเย็น ร่วมกับอาการชาตามปลายมือปลายเท้า และกล้ามเนื้ออ่อนแรงด้วย ซึ่งพบได้บ่อยในโรคหรือความผิดปกติต่างๆ เช่น

  • หลอดเลือดตีบ จากการสูบบุหรี่
  • เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด ทำให้หัวใจสูบฉีดเลือดได้ไม่ดี และหลอดเลือดขาดความยืดหยุ่น
  • เป็นโรคเบาหวาน
  • มีภาวะโลหิตจาง
  • เป็นอัมพาต

วิธีแก้อาการเท้าเย็นด้วยตนเอง

  • สวมอุปกรณ์ให้ความอบอุ่น เช่น ถุงเท้าหนา รองเท้า หรือห่มผ้า เพื่อให้ร่างกายอบอุ่น โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในสภาพอากาศหนาวเย็น
  • แช่เท้าในน้ำอุ่น เพื่อเป็นการปรับอุณหภูมิร่างกาย และช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น
  • นวดเท้า การนวดที่เท้าเบาๆ จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดบริเวณเท้า ทำให้เรารู้สึกว่าเท้าอุ่นขึ้น รวมถึงช่วยลดอาการเมื่อยล้า ปวดเกร็ง และทำให้รู้สึกผ่อนคลายด้วย
  • ดื่มเครื่องดื่มสมุนไพร เช่น น้ำขิง ซึ่งช่วยกระตุ้นอัตราการไหลเวียนเลือด และช่วยเพิ่มความร้อนแก่ร่างกาย หรือชาเขียวร้อน ซึ่งช่วยกระตุ้นการทำงานของหลอดเลือด เป็นต้น
  • ทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างฮีโมโกลบินและการสร้างเม็ดเลือดแดง ซึ่งจะช่วยลำเลียงออกซิเจนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อต่างๆ ได้ดีขึ้น
  • ทานอาหารที่มีแมกนีเซียมสูง เช่น ธัญพืชและผักใบเขียว เนื่องจากแมกนีเซียมเป็นสารชนิดสำคัญที่ช่วยควบคุมการไหลเวียนเลือด

การรักษาสาเหตุของอาการเท้าเย็น

หากอาการเท้าเย็นเกิดจากโรคเรื้อรังที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพโดยร่วม เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด ภาวะโลหิตจาง และภาวะไฮโปไทรอยด์ ก็จำเป็นต้องรับการรักษาทางการแพทย์ โดยแนวทางการรักษานั้นขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของโรค ซึ่งแพทย์อาจให้ยาเพื่อบรรเทาอาการและควบคุมโรค ร่วมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ด้วย  

การป้องกันอาการเท้าเย็น

  • รักษาร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ โดยการสวมเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มที่เหมาะสมกับสภาพอากาศ
  • ออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อให้เลือดสูบฉีดไปยังส่วนต่างๆ ได้ดี และเพื่อให้กล้ามเนื้อที่เท้าแข็งแรงด้วย
  • ทานอาหารที่มีธาตุเหล็กและแมกนีเซียมสูงเป็นประจำ เช่น เนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ นม ไข่ ผักใบเขียว และธัญพืช เพื่อป้องกันภาวะโลหิตจางและกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนได้ดี
  • ป้องกันความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน และโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยการควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ และงดสูบบุหรี่

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป