ความรู้สุขภาพ

เท้าเย็น เป็นสัญญาณอันตรายหรือเปล่านะ?

เผยแพร่ครั้งแรก 27 ต.ค. 2018 อัปเดตล่าสุด 4 ส.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 3 นาที
เท้าเย็น เป็นสัญญาณอันตรายหรือเปล่านะ?

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • อาการเท้าเย็น เป็นอาการปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อเราอยู่ในสภาพอากาศที่หนาวเย็น
  • อาการเท้าเย็นที่ผิดปกติ คือ อาการเท้าเย็นที่มาพร้อมกับความรู้สึกชา หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง ซึ่งมีสาเหตุมาจากโรคหรือความผิดปกติต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจ หรือภาวะโลหิตจาง
  • สาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้เกิดอาการเท้าเย็นได้ คือ ความเครียด วิตกกังวล และต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยผิดปกติ
  • วิธีแก้อาการเท้าเย็นด้วยตัวเอง เช่น สวมอุปกรณ์ให้ความอบอุ่น แช่เท้าในน้ำอุ่น นวดเท้า ดื่มเครื่องดื่มสมุนไพรอุ่นๆ หรือรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กและแมกนีเซียมสูง
  • หากลองแก้อาการเท้าเย็นด้วยตัวเองแล้วไม่หาย ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย และเข้ารับการรักษาอย่างเหมาะสม ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ เพราะอาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติในร่างกายได้ (ดูแพ็กเกจตรวจสุขภาพได้ที่นี่)

อาการเท้าเย็น มักเกิดขึ้นบ่อยๆ เมื่อเราอยู่ในสภาพอากาศที่หนาวเย็น แต่บางครั้งเรากลับมีอาการเท้าเย็น ขึ้นมาเฉยๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ โดยที่คนอื่นๆ ที่อยู่ในสภาพแวดล้อมเดียวกันไม่มีอาการเหมือนเราสักคน 

ในบางครั้งอาการเท้าเย็นอาจมาพร้อมความรู้สึกชา หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงอีกด้วย ซึ่งทำให้เรายิ่งกังวลไปกันใหญ่ มาไขข้อสงสัยกันว่า อาการเท้าเย็น เกิดจากอะไรได้บ้าง

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ปรับผิวหน้าใสด้วยเลเซอร์หน้า Nd:YAG, IPL 1 ครั้ง ใกล้ BTS วุฒากาศ จ่าย 569 เท่านั้น

ราคานี้วันเดียวเท่านั้น / จองผ่าน HD คุ้มกว่า / ผ่อน 0% ได้ / มีแอดมินใจดีดูแล

Ads b 10

เท้าเย็น เกิดจากอะไรได้บ้าง?

สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการเท้าเย็น มีดังนี้

1. สภาพอากาศหนาวเย็น

ร่างกายของเรามีระบบประสาทที่คอยควบคุมอุณหภูมิร่างกายอยู่ 

ดังนั้น เมื่ออยู่ในอากาศหนาว เช่น ในห้องที่เปิดเครื่องปรับอากาศ หรือไปสัมผัสหิมะ เลือดจะสูบฉีดไปเพิ่มความอบอุ่นแก่หัวใจและสมอง ทำให้เลือดที่ไหลเวียนตามผิวหนังลดลง ส่งผลให้เท้าเราเย็นเฉียบนั่นเอง ซึ่งถ้าเราสวมอุปกรณ์กันหนาวที่เหมาะสม อาการเท้าเย็นก็จะหายไป

2. ความเครียด วิตกกังวล

สภาพอารมณ์จิตใจล้วนส่งผลต่ออุณหภูมิร่างกายด้วย เมื่อเราอยู่ในภาวะเครียด กังวล ตื่นเต้น หรือตื่นกลัว จึงมักมีความรู้สึกว่าเท้าเย็น มือเย็น และมีเหงื่อเย็นๆ ไหลออกมา ซึ่งเป็นอาการตอบสนองตามปกติของร่างกาย เมื่ออารมณ์เครียด ตื่นตระหนกหายใจ อุณหภูมิร่างกายก็จะกลับมาปกติ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ปรับผิวหน้าใสด้วยเลเซอร์หน้า Nd:YAG, IPL 1 ครั้ง ใกล้ BTS วุฒากาศ จ่าย 569 เท่านั้น

ราคานี้วันเดียวเท่านั้น / จองผ่าน HD คุ้มกว่า / ผ่อน 0% ได้ / มีแอดมินใจดีดูแล

Ads b 10

3. ต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยผิดปกติ

หรือที่เรียกว่า ภาวะไฮโปไทรอยด์ (Hypothyroidism) ซึ่งมักเกิดขึ้นในผู้หญิง ทำให้ร่างกายมีไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ และส่งผลให้มีอาการเท้าเย็น มือเย็น ขี้หนาว รวมถึงรู้สึกเซื่องซึม อ่อนเพลีย ขาดความกระฉับกระเฉง น้ำหนักตัวขึ้น และสมรรถภาพทางเพศลดลงด้วย

4. เลือดไหลเวียนได้ไม่ดี

หากเกิดภาวะที่เลือดไม่สามารถไหลเวียนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายผ่านทางเส้นเลือดฝอยได้ จะทำให้เกิดอาการเท้าเย็น มือเย็น ร่วมกับอาการชาตามปลายมือปลายเท้า และกล้ามเนื้ออ่อนแรงด้วย ซึ่งพบได้บ่อยในโรคหรือความผิดปกติต่างๆ เช่น

  • หลอดเลือดตีบ จากการสูบบุหรี่
  • เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด ทำให้หัวใจสูบฉีดเลือดได้ไม่ดี และหลอดเลือดขาดความยืดหยุ่น
  • เป็นโรคเบาหวาน
  • มีภาวะโลหิตจาง
  • เป็นอัมพาต

วิธีแก้อาการเท้าเย็นด้วยตนเอง

  • สวมอุปกรณ์ให้ความอบอุ่น เช่น ถุงเท้าหนา รองเท้า หรือห่มผ้า เพื่อให้ร่างกายอบอุ่น โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในสภาพอากาศหนาวเย็น
  • แช่เท้าในน้ำอุ่น เพื่อเป็นการปรับอุณหภูมิร่างกาย และช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น
  • นวดเท้า การนวดที่เท้าเบาๆ จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดบริเวณเท้า ทำให้เรารู้สึกว่าเท้าอุ่นขึ้น รวมถึงช่วยลดอาการเมื่อยล้า ปวดเกร็ง และทำให้รู้สึกผ่อนคลายด้วย
  • ดื่มเครื่องดื่มสมุนไพร เช่น น้ำขิง ซึ่งช่วยกระตุ้นอัตราการไหลเวียนเลือด และช่วยเพิ่มความร้อนแก่ร่างกาย หรือชาเขียวร้อน ซึ่งช่วยกระตุ้นการทำงานของหลอดเลือด เป็นต้น
  • รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างฮีโมโกลบินและการสร้างเม็ดเลือดแดง ซึ่งจะช่วยลำเลียงออกซิเจนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อต่างๆ ได้ดีขึ้น
  • รับประทานอาหารที่มีแมกนีเซียมสูง เช่น ธัญพืชและผักใบเขียว เนื่องจากแมกนีเซียมเป็นสารชนิดสำคัญที่ช่วยควบคุมการไหลเวียนเลือด

การรักษาสาเหตุของอาการเท้าเย็น

หากอาการเท้าเย็นเกิดจากโรคเรื้อรังที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพโดยร่วม เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด ภาวะโลหิตจาง และภาวะไฮโปไทรอยด์ ก็จำเป็นต้องรับการรักษาทางการแพทย์ 

แนวทางการรักษานั้นขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของโรค ซึ่งแพทย์อาจให้ยาเพื่อบรรเทาอาการและควบคุมโรค ร่วมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ด้วย  

การป้องกันอาการเท้าเย็น

  • รักษาร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ โดยการสวมเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มที่เหมาะสมกับสภาพอากาศ
  • ออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อให้เลือดสูบฉีดไปยังส่วนต่างๆ ได้ดี และเพื่อให้กล้ามเนื้อที่เท้าแข็งแรงด้วย
  • ทานอาหารที่มีธาตุเหล็กและแมกนีเซียมสูงเป็นประจำ เช่น เนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ นม ไข่ ผักใบเขียว และธัญพืช เพื่อป้องกันภาวะโลหิตจางและกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนได้ดี
  • ป้องกันความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน และโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยการควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ และงดสูบบุหรี่

อาการเท้าเย็น เป็นอาการปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้เมื่ออยู่ในที่ที่มีอากาศเย็น แต่หากมีอาการเท้าเย็นเป็นประจำโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือลองแก้อาการเท้าเย็นด้วยวิธีที่ได้กล่าวไปข้างต้นแล้วไม่หาย ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและเข้ารับการรักษาอย่างเหมาะสม ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ เพราะอาจเป็นสัญญาณผิดปกติในร่างกายได้ 

ดูแพ็กเกจตรวจสุขภาพ เปรียบเทียบราคา โปรโมชั่นล่าสุดจากโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำได้ที่นี่ หรือไม่พลาดทุกการอัปเดตแพ็กเกจต่างๆ เมื่อกดเป็นเพื่อนทางไลน์ @hdcoth และกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


10 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Cold feet: Causes and remedies. Medical News Today. (https://www.medicalnewstoday.com/articles/320327)
My Hands and Feet Are Always Cold — Should I Worry?. Health Essentials from Cleveland Clinic. (https://health.clevelandclinic.org/why-are-my-hands-and-feet-always-cold-and-should-i-worry/)
Why Are My Feet Always Cold? 5 Causes of Chronically Cold Feet. WebMD. (https://www.webmd.com/a-to-z-guides/cold-feet-reasons#1)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม