สุขภาพแบบองค์รวม

ผู้ป่วยกลุ่มใดที่ต้องใช้ หรือไม่ใช้ยาอินซูลิน

ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 และ 2 ต้องการอินซูลินต่างกัน
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
ผู้ป่วยกลุ่มใดที่ต้องใช้ หรือไม่ใช้ยาอินซูลิน

การเป็นเบาหวานหมายความว่าคุณจะต้องเริ่มการฉีดอินซูลินโดยอัตโนมัติหรือไม่? คำตอบก็คือขึ้นอยู่กับชนิดของโรคเบาหวานและความรุนแรงของโรค

ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ต้องการอินซูลินเนื่องจากร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินได้เองในปริมาณที่มากพอ ในขณะที่เบาหวานชนิดที่ 2 พบว่ามีผู้ป่วยเพียง 1/3 เท่านั้นที่ต้องกาอินซูลิน

ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรค (CDC) ประมาณว่ามีผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ประมาณ 28% ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญบางคนเชื่อว่ามีผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ต้องใช้อินซูลินเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลและไขมันจำนวนมากกว่านี้

เมื่อคุณได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 คุณอาจสงสัยว่าตนเองต้องใช้อินซูลินหรือไม่ คุณอาจกลัวเรื่องการฉีดยา และอาจเชื่อว่าการฉีดอินซูลินแสดงถึงความล้มเหลวของตัวคุณ และปฏิเสธการฉีดยาแม้ว่าคุณจะต้องใช้มันก็ตาม ไม่ว่าอย่างไร อย่างแรกที่ควรทำก็คือทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการฉีดยาตัวนี้

ผู้ป่วยโรคเบาหวานทุกคนต้องฉีดอินซูลินหรือไม่

โรคเบาหวานชนิดที่ 1 และ 2 เป็นภาวะที่บ่งบอกว่าคุณมีอินซูลินไม่เพียงพอ หรือไม่สามารถตอบสนองได้พอที่จะทำการลดระดับน้ำตาลในเลือด ทำให้เกิดปัญหาขึ้น 2 อย่างคือระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงและการลดลงของการสะสมกลูโคสซึ่งเป็นแหล่งพลังงานหลักของร่างกาย

ความแตกต่างระหว่างเบาหวานชนิดที่ 1 และชนิดที่ 2 ก็คือสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะนี้

Beta cells เป็นเซลล์ที่พบในตับอ่อน จะทำหน้าที่ผลิตอินซูลินในแก่ร่างกาย โรคเบาหวานชนิดที่ 1 พบว่าเซลล์เหล่านี้ส่วนใหญ่จะถูกทำลาย ทำให้มีอินซูลินไม่เพียงพอ ดังนั้น ในผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 1 จึงจำเป็นต้องได้รับอินซูลินเพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

ขณะที่ในเบาหวานชนิดที่ 2 ตับอ่อนจะยังสามารถสร้างอินซูลินได้ แต่มีปริมาณไม่มากพอ หรือร่างกายเกิดการดื้อต่ออินซูลิน ดังนั้น การรับประทานอาหารที่เหมาะสม การออกกำลังกายและยาชนิดรับประทานหลายตัวสามารถช่วยให้ร่างกายสามารถผลิตอินซูลินได้ดีและมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่หากโรคเกิดความรุนแรงขึ้น ก็แสดงว่าอาจจำเป็นต้องใช้การรักษาด้วยการฉีดยาอินซูลิน

การรักษาด้วยอินซูลิน : ทางเลือกในการรักษา

มีอินซูลินมากถึง 20 แบบที่จำหน่ายภายในสหรัฐอเมริกา แต่ละชนิดมีความแตกต่างจากสารที่ใช้ผลิต การทำงานในร่างกายและราคา การเลือกใช้อินซูลินขึ้นจะต้องให้ความสนใจกับ 3 ปัจจัยหลักนั่นคือเวลาที่อินซูลินเริ่มออกฤทธิ์ เวลาที่อินซูลินมีประสิทธิภาพมากที่สุด และระยะเวลาที่อินซูลินยังมีประสิทธิภาพอยู่ภายในร่างกาย

แพทย์อาจเลือกใช้อินซูลินชนิดออกฤทธิ์สั้น ออกฤทธิ์แบบปานกลาง และชนิดที่ออกฤทธิ์ยาวขึ้นอยู่กับเป้าหมายในการรักษาโรคและการวางแผนของผู้ป่วย ซึ่งอินซูลินเหล่านี้สามารถเริ่มออกฤทธิ์ได้ตั้งแต่ 10-15 นาทีหรือนาน 6 ชั่วโมงหลังเริ่มฉีด อินซูลินจะยังคงออกฤทธิ์ได้นานถึง 24 ชั่วโมง ในผู้ป่วยบางรายที่มีปัญหากับการปรับระดับยาด้วยตนเองอาจเลือกใช้เป็นอินซูลินที่มีการผสมแล้ว

การใช้อินซูลิน

อินซูลินสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายวิธี วิธีที่ใช้แบบดั้งเดิมคือการฉีดอินซูลินด้วยเข็มหรือปากกา การใช้ปากกาอาจสะดวกต่อการใช้งานมากกว่า และมีรูปร่างเหมือนปากกาทั่วไป ความถี่และปริมาณยาที่ใช้ขึ้นอยู่กับระดับน้ำตาลในเลือดและชนิดของอินซูลินที่ใช้

นอกจากนั้น ผู้ป่วยยังสามารถใช้อินซูลินแบบสูด (Insulin pumps) ซึ่งจะทำให้ร่างกายได้รับอินซูลินที่ออกฤทธิ์เร็วอย่างต่อเนื่องผ่านสายใต้ผิวหนัง อัตราที่ใช้จะเรียกว่าอัตราเร็วขั้นพื้นฐาน และเมื่อผู้ป่วยมีการรับประทานอาหารตามมื้อหรือขนม หรือต้องการปรับระดับน้ำตาล ผู้ป่วยจะสามารถสั่งให้หลั่งอินซูลินที่เรียกว่า bolus ออกมาเพิ่มเติมได้

อินซูลินแบบสูดดมนี้ เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ออกฤทธิ์สั้นก่อนการรับประทานอาหารหรือขนม ทำผู้ป่วยไม่ต้องฉีดยาในกลุ่มที่ออกฤทธิ์สั้น และก็ไม่ได้มีความแม่นยำเท่ากับการฉีดยา และยังไม่ทราบว่ามีผลข้างเคียงต่อสุขภาพในระยะยาวหรือไม่

เมื่อไหร่ที่ผู้ป่วยจะต้องเปลี่ยนจากการทานยามาเป็นการใช้อินซูลิน

ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่สามารถคุมอาหารและออกกำลังกายได้ดีสามารถคุมโรคได้ดี อย่างไรก็ตามหากมีระดับน้ำตาลที่สูงอย่างต่อเนื่องแสดงว่าต้องเริ่มใช้ยาในการรักษา

ในอดีตผู้ป่วยจะเริ่มรักษาโรคเบาหวานโดยการใช้ยาเบาหวานแบบกิน แต่ในปัจจุบันพบว่าหากผู้ป่วยมีระดับน้ำตาลสะสมมากกว่า 7% อาจเริ่มการรักษาด้วยอินซูลินทันที โดยเมื่อโรคมีความรุนแรงมากขึ้น beta cell ในตับอ่อนจะผลิตอินซูลินออกมาได้ลดลงทำให้ผู้ป่วยต้องได้รับอินซูลินในปริมาณที่มากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อควบคุมโรค ความเร็วของการดำเนินโรคซึ่งก็คือความเร็วในการเสื่อมของ beta cells นั้น ขึ้นกับหลายปัจจัย ซึ่งรวมถึงน้ำหนัก พันธุกรรม การคุมอาหารและกิจกรรมในแต่ละวันของผู้ป่วย และเป็นเรื่องจำเป็นที่ผู้ป่วยควรอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเชื่อว่าการมีระดับน้ำตาลสะสมมากกว่า 7% เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าผู้ป่วยควรเริ่มการใช้อินซูลิน

คุณกำลังกังวลเกี่ยวกับการใช้อินซูลินหรือไม่?

เป็นเรื่องปกติที่จะรู้สึกกังวลหรือไม่สบายใจในการเริ่มใช้อินซูลิน แต่นี่ไม่ควรทำให้คุณเปลี่ยนใจ เนื่องจากหากคุณสามารถใช้ยาได้ถูกต้อง อินซูลินจะเป็นยาที่ช่วยทำให้มีชีวิตอยู่ได้นานขึ้น แต่หากใช้ยาแล้วรู้สึกไม่สบายใจ คุณสามารถปรึกษาทีมแพทย์หรือปรึกษากลุ่มที่ให้ความช่วยเหลือได้

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่