Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
การผ่าตัด

การใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 12 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,308,983 คน

การใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ

การฝังเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจเป็นหัตถการเพื่อนำอุปกรณ์ที่ใช้แบตเตอรี่ที่เรียกว่าเครื่องกระตุ้นหัวใจเข้าไปในหน้าอกของคุณ โดยอุปกรณ์ชนิดนี้จะคอยส่งแรงกระตุ้นไฟฟ้าเพื่อให้หัวใจหัวใจเต้นอย่างสม่ำเสมอ

กระบวนการใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจเป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับหัวใจที่ใช้กันมากที่สุด

เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจทำงานอย่างไร?

เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจมีลักษณะเป็นกล่องโลหะที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 20-50 กรัม มีสายไฟหนึ่งหรือสองเส้นที่เรียกว่าสายสื่อเชื่อมไปยังหัวใจของคุณ

ภายในตัวอุปกรณ์ประกอบไปด้วย:

  • แบตเตอรี่ ซึ่งมีอายุได้ตั้งแต่ 8 ถึง 10 ปีขึ้นอยู่กับความก้าวหน้าของตัวอุปกรณ์ (เครื่องกระตุ้นรุ่นใหม่มักจะมีการใช้พลังงานมากกว่าทำให้มีอายุแบตเตอรี่สั้น)
  • ตัวสร้างแรงกระตุ้น
  • วงจรคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่มีหน้าที่เปลี่ยนพลังงานไปเป็นแรงกระตุ้นไฟฟ้าซึ่งไหลผ่านสายสื่อไปกระตุ้นหัวใจของคุณให้บีบตัว
  • แรงกระตุ้นไฟฟ้าที่ถูกส่งออกไปจะเรียกกันว่าอัตราการใช้ไฟฟ้า

อุปกรณ์กระตุ้นไฟฟ้าหัวใจสมัยใหม่แทบทุกชิ้นสามารถทำงานได้ตามความต้องการ หมายความว่าสามารถปรับอัตราการใช้ไฟฟ้าของอุปกรณ์ให้ตอบสนองต่อร่างกายของผู้ใช้แต่ละคนได้ หากอุปกรณ์ตรวจจับได้ว่าการเต้นหัวใจเกิดหายไปหรือเต้นช้าไป ตัวอุปกรณ์จะส่งสัญญาณไปยังหัวใจให้กลับมาเต้นตามปกติอีกครั้ง และหากหัวใจยังคงเต้นไปตามปกติ อุปกรณ์จะไม่ส่งสัญญาณอะไรออกมาเลย

เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจส่วนมากจะมีเซนเซอร์พิเศษที่จดจำการเคลื่อนไหวของร่างกายหรืออัตราการเต้นหัวใจตามปกติไว้ ทำให้อุปกรณ์สามารถเร่งอัตราจ่ายไฟฟ้าตามการออกแรงของร่างกาย  ทางการแพทย์จะเรียกปรากฏการณ์เช่นนี้ว่าอัตราการตอบสนอง

เหตุใดจึงต้องใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ?

หัวใจคือกล้ามเนื้อขนาดใหญ่ที่มีหน้าที่สูบฉีดเลือดไปทั่วร่างกายซึ่งถูกควบคุมโดยสัญญาณไฟฟ้าสัญญาณดังกล่าวสามารถูกขัดจังหวะได้ด้วยหลาย ๆ เหตุผล ซึ่งนำไปสู่ภาวะหัวใจร้ายแรงหลายอย่าง เช่น:

  • ความเสียหายที่ปุ่มไซนัสที่ควบคุมวงจรไฟฟ้าของหัวใจ: ทำให้เกิดความผิดปกติของจังหวะการเต้นหัวใจ (หัวใจเต้นช้า/เร็ว หรือทั้งสองอย่าง)
  • สัญญาณไฟฟ้าหัวใจถูกขัดขวาง: คือภาวะที่หัวใจเต้นผิดจังหวะเนื่องมาจากการส่งสัญญาณไฟฟ้าไม่ถูกต้อง
  • หัวใจหยุดเต้น: ที่ซึ่งหัวใจหยุดการสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกาย

เครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจ (Implantable Cardioverter Defibrillator - ICD)

เครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจ (ICD) เป็นอุปกรณ์ที่คล้ายกับเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ โดย ICD จะส่งแรงช็อคไฟฟ้าไปยังหัวใจเมื่อมีการเต้นหัวใจที่เป็นอันตราย เป้าหมายของอุปกรณ์คือการ “รีบู๊ต” การเต้นหัวใจให้กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง อุปกรณ์สมัยใหม่อาจเป็นการรวมทั้งเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจและเครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจเข้าด้วยกันก็ได้

ICD มักใช้เป็นแนวทางรักษาทางเลือกสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้น หาก ICD ตรวจจับอัตราการเต้นหัวใจที่ผิดปกติจนถึงในจุดที่เป็นอันตรายต่อชีวิตผู้ใช้ มันจะส่งกระแสไฟฟ้าไปช็อคหัวใจทันที

เกิดอะไรขึ้นระหว่างการใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ?

การฝังเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจเป็นกระบวนการที่ตรงไปตรงมา โดยต้องดำเนินการโดยการใช้ยาชากับคนไข้ ซึ่งทำให้ผู้เข้ารับการฝังอุปกรณ์ตื่นอยู่ตลอดกระบวนการ

ทั่วไปแล้วตัวอุปกรณ์จะถูกฝังลงใต้ผิวหนังเข้าไปยังกล้ามเนื้อใกล้กับกระดูกไหปลาร้า ตัวอุปกรณ์จะเชื่อมด้วยสายสื่อที่พาดผ่านหลอดเลือดเข้าไปยังหัวใจ

กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 30-60 นาที และผู้เข้ารับการฝังอุปกรณ์ส่วนมากจะกลับมารู้สึกดีพอจะออกจากโรงพยาบาลหนึ่งวันหลังกระบวนการ

หลังการใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ

คุณจะสามารถกลับไปดำเนินกิจกรรมตามปกติหลังการฝังเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจแทบจะทันที แต่ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่ต้องออกแรงเป็นเวลา 3 ถึง 4 สัปดาห์เผื่อไว้ก่อน หลังจากระยะเวลาดังกล่าว คุณจะสามารถทำกิจกรรมอย่างการเล่นกีฬาและกิจกรรมส่วนมากได้

คุณจะรู้สึกถึงตัวเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ ในช่วงแรกคุณอาจรู้สึกหนักและรำคาญอุปกรณ์บ้างเมื่อคุณอยู่ในท่านอนซึ่งจะค่อย ๆ ชินไปเอง

คุณต้องเข้าพบแพทย์เพื่อทำการตรวจร่างกายเป็นประจำเพื่อให้มั่นใจว่าอุปกรณ์ยังคงทำงานได้ดีอยู่หรือไม่ เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจส่วนมากสามารถเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการเต้นตามธรรมชาติของหัวใจของคุณได้ ทำให้ระหว่างการตรวจร่างกาย แพทย์สามารถใช้ข้อมูลส่วนนี้ได้

เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านส่วนมากจะไม่ส่งคลื่นรบกวนตัวเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจแต่อย่างใด รวมไปถึงไมโครเวฟ ตราบใดที่คุณใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าดังกล่าวอย่างถูกวิธี

การใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจเป็นกระบวนการที่ปลอดภัยและมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนต่ำมาก ความน่ากังวลที่ใหญ่ที่สุดคือการที่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจไม่สามารถควบคุมการเต้นหัวใจได้ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะการทำงานผิดพลาดหรือการที่สายสื่อเคลื่อนออกจากตำแหน่งที่ถูกต้องก็ได้

ในบางครั้งอาจต้องทำการ “โปรแกรมใหม่” เพื่อแก้ไขการทำงานที่ผิดปรกติของเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจโดยการใช้สัญญาณไร้สาย แต่หากเป็นการที่สายสื่อเคลื่อน ต้องมีการผ่าตัดแก้ไขแทน

เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจถูกใส่เข้าร่างกายอย่างไร?

ก่อนที่คุณจะถูกฝังเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจลงไป คุณต้องเข้ารับการประเมินก่อนการผ่าตัดเสียก่อน โดยทีมผู้ดูแลจะตรวจสอบประเด็นทุกอย่างเพื่อมองหาความเหมาะสมของคุณกับกระบวนการ คุณยังสามารถพูดคุยหรือสอบถามทีมดูแลได้ตามความต้องการ

จะมีการทดสอบอย่างการตรวจเลือดและเอกซเรย์ ซึ่งแม้ว่าจะสามารถทำในวันที่ผ่าตัดใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจได้แต่ก็สามารถทำในขั้นตอนการประเมินก่อนผ่าตัดเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาก็ได้ คุณจะต้องตอบคำถามเกี่ยวกับสุขภาพองค์รวมของคุณ ปัญหาหัวใจของคุณ และผลกระทบที่เกิดขึ้นกับคุณ คุณยังจะถูกถามถึงปัญหาจากการรักษาผ่าตัดต่าง ๆ ที่เคยประสบมา และยังต้องตอบคำถามเรื่องปัญหาหรือปฏิกิริยาของคุณหรือสมาชิกในครอบครัวของคุณที่มีต่อยาระงับประสาท

คุณต้องพยายามพัฒนาความแข็งแรงและสุขภาพของคุณก่อนรับการผ่าตัด อย่างการเลิกสูบบุหรี่ และรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เพื่อเป็นการเร่งกระบวนการฟื้นตัวและลดความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด

ผู้เชี่ยวชาญของคุณ

จะมีนักหทัยวิทยาผู้เชี่ยวชาญเรื่องหัวใจและเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจเข้าดำเนินการผ่าตัด หากคุณถูกส่งไปยังโรงพยาบาลหัวใจที่มีขนาดใหญ่ อาจมีแพทย์ทางสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจหรือผู้เชี่ยวชาญด้านความผิดปรกติของจังหวะการเต้นหัวใจเป็นผู้ดำเนินการกับคุณแทน

การใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ

วิธีการฝังเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจหรือเครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจที่ใช้กันแพร่หลายมากที่สุดคือการฝังผ่านเส้นเลือดดำ

การใส่ผ่านหลอดเลือดดำ

ระหว่างการใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจผ่านหลอดเลือดดำนี้ สายสื่อของอุปกรณ์จะถูกสอดเข้าไปในหัวใจของคุณผ่านทางหลอดเลือดดำ ซึ่งจะมีการใช้ยาชาเฉพาะที่กับคนไข้ไว้ก่อน จะมีการใช้ยาตัวแรกผ่านเข็มฉีดยาเข้าเส้นเลือดเพื่อทำให้คุณผ่อนคลายและง่วงนอน คุณจะรู้สึกร้อนหรือรู้สึกเหมือนถูกตำขณะที่แพทย์ฉีดยาชาให้แก่คุณในตำแหน่งที่จะทำการใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ

ระหว่างกระบวนการ:หทัยแพทย์จะกรีดเปิดผิวหนังบริเวณใต้กระดูกไหปลาร้าขนาด 5-6 เซนติเมตรและสอดสายสื่อเข้าไปในเส้นเลือดดำ สายสื่อจะถูกนำลงไปยังห้องของหัวใจที่ถูกต้องด้วยการใช้เอกซเรย์ และจะคาอยู่ในตำแหน่งนั้น ส่วนปลายอีกด้านของสายสื่อจะเชื่อมเข้ากับเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจที่จะถูกใส่ลงไปในช่องว่างขนาดเล็กที่ทำขึ้นใต้ผิวหนังบริเวณหน้าอกส่วนบนของคุณ

กระบวนการทั้งหมดมักใช้เวลา 30-60 นาที และอาจใช้เวลานานกว่านั้นหากคุณต้องใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจที่มีสายสื่อสามเส้น หรือต้องมีการผ่าตัดรักษาหัวใจประเภทอื่นร่วมด้วย

ผู้คนส่วนมากสามารถกลับบ้านภายในวันเดียวกับวันผ่าตัดได้เลยนอกจากจะประสบกับภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด

การใส่ผ่านเนื้อเยื่อหัวใจชั้นนอก

การใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจผ่านเนื้อเยื่อหัวใจชั้นนอกเป็นกระบวนการที่ไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าไรนัก

วิธีการนี้จะเป็นการต่อสายสื่อไปบนพื้นผิวภายนอกของหัวใจที่เรียกว่าหัวใจชั้นนอกหรืออีพิคาร์เดียม โดยกระบวนการนี้มักดำเนินการกับเด็กและผู้ที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดหัวใจไปพร้อมกับการฝังเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ กระบวนการนี้ดำเนินการด้วยการใช้ยาสลบกับคนไข้ ทำให้ผู้เข้ารับการผ่าตัดหลับไปตลอดกระบวนการ

ศัลยแพทย์จะติดปลายของสายสื่อบนหัวใจของคุณ ส่วนปลายอีกข้างจะเชื่อมเข้ากับเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ ซึ่งจะถูกซ่อนตัวเครื่องไว้ในถุงใต้ผิวหนังที่ถูกสร้างขึ้นบริเวณหน้าท้องหรือใต้หน้าอกของคุณ

กระบวนการนี้มักใช้เวลา 1 ถึง 2 ชั่วโมง แต่ก็อาจจะยืดเยื้อกว่านั้นได้หากต้องมีการผ่าตัดหัวใจร่วมด้วย ระยะเวลาพักฟื้นจากกระบวนการนี้จะใช้เวลานานกว่าแบบแรก

การทดสอบและการตั้งค่าเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ

เมื่อสายสื่อถูกต่อเข้าที่แล้ว ก่อนที่แพทย์จะเชื่อมสายเข้ากับเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ แพทย์จะทำการทดสอบเครื่องเพื่อให้มั่นใจว่าอุปกรณ์สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพจริงหรือไม่

เมื่อสายสื่อกำลังถูกทดสอบอยู่ คุณอาจรู้สึกได้ถึงอัตราการเต้นหัวใจที่เร็วขึ้น และให้แจ้งแพทย์ทันทีถึงอาการที่คุณรู้สึกได้

แพทย์ของคุณจะเป็นผู้ตัดสินใจและทำการตั้งค่าการใช้พลังงานไฟฟ้าของเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจในการกระตุ้นหัวใจของคุณในแต่ละครั้งด้วยตนเอง

การพักฟื้นหลังใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ

คุณจะถูกสอดส่องอย่างไร?

คุณจะถูกต่อด้วยหน้าจอพิเศษเพื่อให้ทีมรักษาคอยจับตาดูจังหวะการเต้นหัวใจของคุณ หน้าจอจะประกอบด้วยกล่องขนาดเล็กที่เชื่อมต่อด้วยสายเข้าไปบนปุ่มอีเล็กโตรดที่ใช้ติดบนผิวหนังของคุณ หน้าจอจะแสดงจังหวะการเต้นหัวใจขึ้นมา โดยพยาบาลจะเป็นผู้สังเกตข้อมูลที่ปรากฏออกมาบนจอ

จะมีการเอกซเรย์หน้าอกเพื่อตรวจสอบการทำงานของปอดและตำแหน่งของเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจกับสายสื่อภายใน

คุณจะมีอาการเจ็บปวดหลังกระบวนการหรือไม่?

คุณอาจมีความรู้สึกไม่สบายตัวหรือเจ็บปวดบ้างในช่วง 48 ชั่วโมงแรกหลังการใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ โดยแพทย์จะจ่ายยาแก้ปวดให้คุณบรรเทาอาการไว้ อาจมีรอยฟกช้ำ ณ ตำแหน่งที่แพทย์ฝังเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจลงไป ซึ่งจะหายไปเองภายในเวลาไม่กี่วัน คุณสามารถแจ้งมายังแพทย์หรือทีมรักษาได้ทุกเมื่อหากพบว่าอาการเหล่านี้ยังคงเกิดอยู่นอกเหนือจากเวลาที่กำหนดหรือมีความรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม

การออกจากโรงพยาบาลและกลับบ้าน

กระบวนการใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจหรือ ICD ส่วนมากจะเป็นกระบวนการที่เสร็จสิ้นภายในวันเดียว และคุณก็สามารถกลับบ้านได้ภายในวันนั้นเลยหากไม่ประสบกับภาวะแทรกซ้อนใด ๆ

ก่อนกลับ คุณจะได้รับบัตรจดทะเบียนเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ ซึ่งประกอบไปด้วยข้อมูลการผลิตและรุ่นของเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจเอง ให้คุณพกบัตรดังกล่าวติดตัวตลอดเวลาเผื่อกรณีฉุกเฉินต่าง ๆ

คุณอาจจะขอกำไลข้อมูลการแพทย์หรือสร้อยที่มีข้อมูลสำคัญด้วยก็ได้ (ประกอบด้วยชนิดของเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ หมายเลขประจำตัว และเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง)

คุณจะสามารถกลับไปขับรถได้เมื่อไร?

หากคุณขับรถทั่วไป และเพิ่งผ่านการฝังเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจมา คุณสามารถกลับไปขับรถได้อีกครั้งภายหลังผ่าตัดประมาณหนึ่งสัปดาห์ ตราบใดที่:

  • คุณไม่มีอาการใด ๆ แทรกซ้อน อย่างเช่นวิงเวียนศีรษะหรือเป็นลม
  • คุณไปตรวจเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจเป็นประจำ
  • คุณไม่ประสบกับภาวะหัวใจวายหรือการผ่าตัดหัวใจใด ๆ หลังการผ่าตัด

หากคุณเป็นคนขับรถขนาดใหญ่ที่ต้องขนส่งผู้โดยสาร ควรใช้เวลาพักฟื้นหลังการใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจเป็นเวลา 6 อาทิตย์ และหากคุณฝัง ICD ควรไม่ประกบกับการช็อคไฟฟ้าใด ๆ ในช่วง 6 เดือน

คุณจะรู้สึกถึงเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจหรือไม่?

คุณจะรู้สึกถึงตัวอุปกรณ์ และคุณจะชินไปกับมันเอง ในช่วงแรกคุณอาจรู้สึกว่าอุปกรณ์หนักและอาจมีความรำคาญอุปกรณ์ทุกครั้งที่คุณนอน

คุณจะกลับสู่สภาวะปกติเมื่อไร?

คุณควรกลับไปรู้สึกปกติหรืออาจจะดีกว่าแต่ก่อน โดยในช่วงสี่อาทิตย์แรกให้พยายามเลี่ยงการเอื้อมแขนข้างเดียวกับที่แพทย์ทำการผ่าตัด นั่นรวมไปถึงการตากผ้าบนราวสูง หรือยกของขึ้นชั้นสูง เป็นต้น ควรทำการขยับแขนข้างดังกล่าวช้า ๆ เพื่อป้องกันการไหล่แข็ง โดยนักกายภาพบำบัดจะเป็นผู้แนะนำวิธีการดูแลตัวเองแก่คุณเอง และคุณจะสามารถกลับไปทำกิจกรรมทั่วไปได้หลังจากสี่อาทิตย์

คุณจะกลับไปออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาได้อีกครั้งเมื่อไร?

พยายามเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องออกแรงหนักเป็นเวลาสามถึงสี่สัปดาห์หลังการฝังเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ หลังจากนี้คุณจะสามารถดำเนินกิจกรรมเหล่านี้ได้ตามปรกติ แต่สำหรับผู้ที่เล่นกีฬาที่ต้องกระทบกระแทกกันอย่างฟุตบอลหรือรักบี้ ควรพยายามเลี่ยงการปะทะจะดีที่สุด คุณอาจจะใช้วิธีการสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันร่างกายต่าง ๆ ได้ อีกทั้งพยายามเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้พลังงานมาก ๆ อย่างเช่นกีฬาสควอซ เป็นต้น

คุณสามารถดูแลบาดแผลได้อย่างไร?

พยายามอย่าให้บาดแผลชื้นจนกว่าแพทย์จะนำด้ายเย็บแผลออก หลังจากนั้น พยายามอย่าทำให้ตำแหน่งดังกล่าวโดนสัมผัสหรือโดนขยี้มาก ๆ ผู้หญิงอาจต้องหาชุดชั้นในแบบใหม่ที่มีสายรัดกว้างกว่าเดิม และพยายามเลี่ยงไม่ให้บาดแผลถูกแสงอาทิตย์ในช่วงหนึ่งปีแรก เนื่องจากจะทำให้มีรอยแผลเป็นสีคล้ำขึ้น

คุณต้องดึงด้ายเย็บแผลออกหรือไม่?

ขึ้นอยู่กับชนิดของด้ายเย็บแผล แพทย์หลาย ๆ ท่านอาจเลือกใช้ด้ายที่ละลายไปเอง หากแพทย์ไม่ได้ใช้ด้ายละลายได้ ก่อนเวลาที่แพทย์จะปล่อยคุณกลับบ้านพวกเขาต้องแจ้งกำหนดการดึงด้ายแก่คุณ ซึ่งมักจะเป็นเวลาประมาณ 10 วันหลังผ่าตัด

คุณจะรับการตรวจอะไรบ้าง?

แพทย์จะนัดคุณเพื่อทำการตรวจเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจของคุณหลังจากที่คุณออกจากโรงพยาบาล 4 สัปดาห์ หากผลการตรวจมีผลที่น่าพอใจ คุณจะถูกนัดตรวจเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจอีกทีทุก ๆ 3 ถึง 12 เดือน

หากหลังจากที่คุณถูกใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจและไม่ได้รับผลประโยชน์ตามที่คาดไว้เท่าไร คุณสามารถให้แพทย์ปรับเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจของคุณใหม่ได้ โดยหทัยแพทย์หรือนักเทคโนโลยีหัวใจจะเป็นผู้ดำเนินการให้แก่คุณเอง

อุปกรณ์กระตุ้นไฟฟ้าหัวใจของคุณจะได้รับผลกระทบจากเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือไม่?

เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านทั่วไปไม่ส่งผลต่อการทำงานของเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจแต่อย่างใด ซึ่งรวมไปถึงไมโครเวฟ ตราบใดที่คุณใช้งานมันอย่างถูกวิธี

แต่ก็มีคำแนะนำเพิ่มเติมดังนี้:

  • โทรศัพท์มือถือ: ควรนำโทรศัพท์มือถือให้ห่างจากเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจของคุณโดยการพูดคุยโดยใช้หูอีกข้างหรือใช้หูฟัง
  • อุปกรณ์รักษาความปลอดภัย: อุปกรณ์ป้องกันขโมยในร้านค้าหรือเครื่องรักษาความปลอดภัยที่สนามบินสามารถส่งผลต่อการทำงานเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจของคุณได้ แต่จะปลอดภัยหากคุณรีบออกห่างจากอุปกรณ์เหล่านี้ หรือใช้วิธีแจ้งบุคลากรรักษาความปลอดภัยประจำสถานที่เพื่อให้พวกเขาปิดเครื่องรักษาความปลอดภัยให้กับคุณตามความเหมาะสมไป
  • การสแกน MRI: คุณไม่สามารถเข้าสแกน MRI (การถ่ายภาพร่างกาย) ได้ เนื่องจากพลังแม่เหล็กมีความรุนแรงมาก แต่สำหรับการสแกนวิธีอื่นนั้นปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ณ ทุกวันนี้ก็มีเทคนิคสแกน MRI ที่ปลอดภัยกับเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจแล้ว แต่ก็ควรทำการตรวจสอบให้มั่นใจก่อนการเข้ารับการถ่ายภาพร่างกายทุกครั้ง

การรักษานิ่วด้วยคลื่นช็อค: หากคุณมีเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจอยู่ ควรเลี่ยงการรักษานิ่วหินในไตด้วยวิธีนี้

หากงานของคุณเกี่ยวกับการทำงานร่วมกับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีการปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสูงอย่างการเชื่อมเหล็กไฟฟ้า การทำงานกับคลื่นสั้น หรือการทำงานเป็นผู้กระจายสื่อโทรทัศน์หรือวิทยุ ควรตรวจสอบกับนักหทัยวิทยาหรือช่างเทคนิคประจำเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจก่อนกลับไปทำงาน

คุณต้องทำการเปลี่ยนอุปกรณ์กระตุ้นไฟฟ้าหัวใจใหม่หรือไม่?

แบตเตอรี่ของเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจมักมีอายุการใช้งานนาน 8 ถึง 10 ปี หลังจากนั้นคุณต้องไปทำการเปลี่ยนแบตเตอรี่ ซึ่งต้องผ่านกระบวนการนำกล่องอุปกรณ์ออกมาและนำของใหม่ใส่เข้าไปแทน โดยจะเป็นกระบวนการง่าย ๆ ที่อาจหรือไม่อาจต้องนอนค้างที่โรงพยาบาลเพื่อพักฟื้นก็ได้ สายสื่อเส้นเก่าจะถูกปล่อยไว้ที่เดิมโดยแทบไม่ต้องทำการเปลี่ยนเส้นใหม่เลย

คุณไปตามนัดติดตามผลบ่อยแค่ไหน?

คุณจะต้องไปพบแพทย์เพื่อติดตามผลไปตลอดชีวิตของคุณ โดยอาจเป็นเวลาทุก ๆ 3 ถึง 12 เดือน ขึ้นอยู่กับประเภทของเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจและการทำงานของอุปกรณ์

ระหว่างการนัดติดตามผล ช่างเทคนิคหรือแพทย์จะวิเคราะห์อัตราจ่ายไฟฟ้าของเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ วัดความแรงของการกระตุ้นไฟฟ้า และบันทึกผลของแรงกระตุ้นที่มีต่อหัวใจของคุณ เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจสมัยใหม่ส่วนมากสามารถเก็บข้อมูลสถานะแบตเตอรี่และการทำงานตัวปล่อยแรงกระตุ้นได้ และแพทย์จะทำการปรับแต่งเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจของคุณใหม่ตามความจำเป็น

การมีเพศสัมพันธ์จะได้รับผลกระทบหรือไม่?

การใช้ยารักษาหัวใจบางประเภทส่งผลต่อการแข็งตัวของผู้ชาย พยายามผ่อนคลายและไม่คิดมากถึงปัญหาต่าง ๆ จะช่วยไม่ให้เกิดปัญหาเช่นนี้ไดบ้าง หากคุณคิดว่ายาที่ใช้ส่งผลต่อการแข็งตัวขององคชาติ ให้ปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลคุณเสียก่อน

การฝังเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจไม่ได้เป็นเหตุผลให้คุณเลิกสนุกกับชีวิตบนเตียง หากคุณเป็นกังวลหรือมีความกลัวใด ๆ ให้ปรึกษาและระบายกับคู่ของคุณก่อน หากคุณยังคงไม่พร้อมจะมีเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่ คุณก็สามารถใช้วิธี “ผ่อนคลาย” แบบอื่นก็ได้

ความเสี่ยงที่การมีเพศสัมพันธ์จะทำให้เกิดภาวะหัวใจวายมีต่ำมาก ๆ หรือประมาณ 1 ในล้านเท่านั้น

ความเสี่ยงของการใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ

เช่นเดียวกับกระบวนการทางการแพทย์ต่าง ๆ การฝังเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจก็มีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนเช่นกัน โดยมีดังนี้:

การติดเชื้อที่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ

มีความเสี่ยงที่ตำแหน่งที่แพทย์ใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจจะเกิดการติดเชื้อขึ้น หรืออาจมีการติดเชื้อที่สายสื่อเองก็ได้

โดยคาดประมาณว่ามีผู้ที่เข้ารับการฝังเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจประมาณ 1 ใน 100 คนที่ประสบกับการติดเชื้อที่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ และมักจะเกิดขึ้นในช่วง 12 เดือนแรกหลังการผ่าตัดใส่อุปกรณ์

อาการของการติดเชื้อที่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจมีดังนี้:

  • มีไข้สูงกว่า 38 องศาเซลเซียส
  • มีอาการบวม แดง และเจ็บปวดบริเวณที่ฝังเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ

บริเวณดังกล่าวอาจร้อนเมื่อสัมผัสและอาจมีของเสียขับออก

หากคุณคาดว่าตนเองติดเชื้อ ให้แจ้งแพทย์หรือทีมรักษาของคุณในทันที

หากไม่ทำการรักษาการติดเชื้อ มันอาจลุกลามเข้าไปในปอด เยื่อบุหัวใจ หรือกระแสเลือดของคุณได้

การติดเชื้อของเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจมักรักษาได้ด้วยการใช้ยาปฏิชีวนะและกระบวนการเปลี่ยนเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจใหม่

เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจทำงานผิดปรกติ

เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจเองก็สามารถทำงานผิดปกติได้เหมือนกับอุปกรณ์ไฟฟ้าประเภทอื่น ๆ โดยอุปกรณ์ชนิดนี้มีโอกาสน้อยที่จะหยุดทำงานเอง คาดประมาณว่าจะมีผู้ได้รับผลกระทบเช่นนี้ 1 คนต่อ 250 คน

เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจอาจทำงานผิดปรกติเมื่อ:

  • สายสื่อเกิดเลื่อนออกจากที่
  • แบตเตอรี่ของตัวปล่อยแรงกระตุ้นทำงานล้มเหลว
  • วงจรที่ควบคุมเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจเสียหายจากการโดนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
  • เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจไม่ได้ถูกตั้งค่าอย่างถูกต้อง

สัญญาณที่บ่งชี้ว่าเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจทำงานผิดปรกติ เช่น:

  • สะอึก
  • วิงเวียน
  • หัวใจเต้นช้าลงหรือเร็วขึ้น
  • เป็นลมหรือเกือบเป็นลม

เช่นเดียวกับกรณีติดเชื้อที่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ คุณต้องเข้าปรึกษาแพทย์และทีมรักษาทันทีที่คุณประสบกับภาวะข้างต้นบ่อยครั้ง หรือกังวลว่าอุปกรณ์ทำงานผิดปกติ

ในบางกรณี แพทย์หรือช่างสามารถแก้ไขการทำงานของเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจได้ด้วยสัญญาณแม่เหล็กไร้สาย นอกเหนือจากนี้ ต้องทำการเปลี่ยนเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจใหม่

Twiddler’ s syndrome

เป็นชื่อเรียกเหตุการณ์ที่ตัวปล่อยพลังกระตุ้นของเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจเกิดหลุดออกจากตำแหน่งเดิมเนื่องมาจากผู้ใช้บังเอิญไปเคลื่อนหรือหมุนตัวเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจที่อยู่ใต้ผิวหนังโดยไม่ได้ตั้งใจ (หรือไม่ก็ตั้งใจ)

ตัวเลือกการรักษาคือการเย็บตัวปล่อยแรงกระตุ้นให้อยู่กับเนื้อเยื่อโดยรอบไม่ให้ขยับไปไหนอีก

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป