Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
พฤติกรรม

พฤติกรรมกินอุจจาระและกินสิ่งแปลกปลอมในสุนัข

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,822,003 คน

พฤติกรรมกินอุจจาระและกินสิ่งแปลกปลอมในสุนัข

การกินสิ่งแปลปลอมในสุนัข (pica) เป็นปัญหาที่สุนัขอยากกินสิ่งที่ไม่ใช่อาหารและมักจะกินเข้าไป ในขณะเดียวกันการกินอุจจาระ (coprophagia) ก็เป็นอีกพฤติกรรมกินของแปลกที่พบได้

โดยทั่วไปทั้งสองพฤติกรรมนี้ไม่จำเป็นต้องมีสาเหตุอยู่เบื้องหลัง แต่บางครั้งก็มีเหตุผลเกี่ยวกับสุขภาพที่ทำให้สุนัขแสดงพฤติกรรมนี้ โชคดีที่มีทางเลือกในการรักษาทั้งในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ และการรักษาโดยการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมกรณีที่ไม่เกี่ยวข้องกับปัญหาสุขภาพ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจสุขภาพประจำปีทุกช่วงวัย

🩺 จูงมือกันไปตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อคัดกรองความเสี่ยงโรคร้ายต่างๆ กันดีกว่า หากตรวจพบเร็ว ก็รักษาหายเร็ว

Healthcheckupinternal ad

อาการ

คุณอาจสังเกตุเห็นสุนัขกินดิน โคลน หิน สบู่ หรือสิ่งของอื่น ๆ ที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ อวัยวะที่ได้รับผลกระทบจากพฤติกรรมนี้มากที่สุดคือระบบทางเดินอาหาร โดยเฉพาะกรณีที่กินสิ่งแปลกปลอมขนาดใหญเข้าไป คุณอาจสังเกตุอาการต่าง ๆ เช่น อาเจียน ถ่ายเหลว หรือท้องเสีย สุนัขบางตัวอาจแสดงอาการอ่อนแรงหรือเซื่องซึมได้

สาเหตุ

สาเหตุที่เป็นไปได้ของพฤติกรรมกินอุจจาระหรือสิ่งของที่ไม่ใช่อาหาร ได้แก่ ภาวะขาดสารอาหาร ภาวะขาดวิตามิน ความอยากอาหารเพิ่มขึ้น หรือโรคอื่น ๆ เช่น เบาหวาน หรือโรคเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์ นอกจากนี้พยาธิยังเป็นอีกสาเหตุหนึ่งของพฤติกรรมนี้

บางครั้งสุนัขจะกินอุจจาระของตัวเองเมื่อยังมีอาหารที่ไม่ถูกย่อยอยู่ในอุจจาระ แม่ของลูกสุนัขแรกเกิดจะกินอุจจาระของลูกตัวเอง และลูกสุนัขก็อาจกินอุจจาระจากการเห็นพฤติกรรมของแม่หรือเป็นส่วนหนึ่งของการสำรวจสิ่งรอบตัว นอกจากนี้สุนัขอาจกินอุจจาระเนื่องจากการถูกลงโทษ เพื่อเรียกร้องความสนใจ หรือต้องการจะทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมที่อาศัยอยู่

สาเหตุที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ:

  • โรคทางลำไส้อักเสบที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ (inflammatory bowel disease)
  • เบาหวาน
  • พยาธิในทางเดินอาหาร
  • ภาวะโลหิตจาง
  • ความหิวเพิ่มขึ้น
  • โรคเกี่ยวกับระบบประสาท
  • ภาวะขาดวิตามิน
  • ภาวะขาดสารอาหาร
  • โรคเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์

การวินิจฉัย

สัตวแพทย์จะต้องแยกระหว่างสาเหตุที่เกี่ยวกับปัญหาสุขภาพและปัญหาพฤติกรรม แนะนำให้ตรวจร่างกายสุนัขอย่างละเอียดเพื่อตัดสาเหตุเกี่ยวกับสุขภาพออกไป หากไม่เกี่ยวข้องกับปัญหาสุขภาพ สัตวแพทย์จะทำการซักประวัติอย่างละเอียดเกี่ยวกับอาหารและความอยากอาหาร การจัดการ และข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวสุนัข ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยในการวางแผนการรักษาและจัดการที่เหมาะสม

การรักษา

การรักษาจะขึ้นกับสาเหตุด้านสุขภาพหรือพฤติกรรม สรุปโดยง่ายคือถ้าเป็นปัญหาพฤติกรรมที่ติดตัวมากับสุนัข สัตวแพทย์จะแนะนำให้เปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมหรือใช้วิธีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุนัข เช่น ใช้ที่ครอบปาก นอกจากนี้จะต้องจำกัดไม่ให้สุนัขเข้าถึงสิ่งของที่ไม่ใช่อาหารรอบบ้าน

การจัดการ

แนะนำให้ติดตามการรักษาช่วง 2-3 เดือนแรกหลังจากเริ่มรักษา

การป้องกัน

การป้องกันพฤติกรรมลักษณะนี้จะต้องจำกัดไม่ให้สุนัขเข้าถึงสิ่งของที่ไม่ใช่อาหาร หรือใช้สารให้รสขมหรือรสฝาดทาบนสิ่งของที่สุนัขชอบกิน เพื่อลดโอกาสที่สุนัขจะเคี้ยวหรือกินสิ่งของนั้นเข้าไป ทำความสะอาดบริเวณที่สุนัขอยู่ให้สะอาดอยู่เสมอ และทิ้งขยะอย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันไม่ให้สุนัขมีโอกาสกินอุจจาระ

นอกจากนี้สุนัขจะต้องได้รับอาหารที่ตรงกับความต้องการทางโภชนาการ และสามารถให้เสริมวิตามินหรือสารอาหารอื่น ๆ ได้ถ้าจำเป็น และต้องแน่ใจว่าสุนัขได้รับอาหารในปริมาณที่เหมาะสมตามความต้องการของร่างกาย


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป