Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS

โรคลำไส้อักเสบในแมว

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,538,251 คน

โรคลำไส้อักเสบนั้นเป็นโรคที่เกิดขึ้นกับระบบทางเดินอาหารซึ่งยังไม่ทราบสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคแน่ชัด โรคนี้ทำให้เกิดการอักเสบขึ้นที่ลำไส้และทำให้แมวที่เป็นโรคนั้นมีอาการผิดปกติเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารเรื้อรัง แมววิเชียรมาศถือเป็นแมวสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้

อาการที่พบ

  • ท้องเสีย
  • น้ำหนักลด
  • อ่อนเพลีย
  • ซึม
  • อาเจียนเป็นพักๆ แต่เรื้อรัง
  • ท้องอืด
  • ปวดท้อง
  • มีเสียงในช่องท้อง
  • ถ่ายเป็นเลือด
  • ขนไม่เงางาม

สาเหตุ

ปัจจุบันเชื่อว่าโรคนี้เกิดจากหลายสาเหตุร่วมกันมากกว่าสาเหตุเดียว โดยสาเหตุหลักนั้นมาจากภาวะไวต่อแบคทีเรียและ/หรือการอพ้อาหาร โดยเฉพาะโปรตีนสัตว์, สารแต่งอาหาร, สีผสมอาหาร, สารกันบูด, โปรตีนในนม, และกลูเตน นอกจากนั้นยังเชื่อว่าปัจจัยทางพันธุกรรมอาจมีส่วนในการเกิดโรคนี้เช่นกัน

การวินิจฉัย

สัตวแพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติเกี่ยวกับความถี่และระยะเวลาที่เกิดอาการ ก่อนที่จะทำการตรวจร่างกายอย่างละเอียด และตรวจเพิ่มเติมทางห้องปฏิบัติการเช่นตรวจเลือดและปัสสาวะ ผลการตรวจเหล่านี้มักจะกลับมาปกติ แต่ในแมวบางตัวอาจพบว่ามีภาวะซีดและเม็ดเลือดขาวในเลือดสูงกว่าปกติได้

ในแมวที่เป็นโรคลำไส้อักเสบมักตรวจพบระดับโปรตีนและเอนไซม์ของตับผิดปกติ นอกจากนั้นยังอาจมีการตรวจอุจจาระเพื่อหาการติดเชื้อพยาธิซึ่งอาจทำให้เกิดอาการในลักษณะเดียวกัน

สัตวแพทย์จะทำการตรวจวัดระดับ cobalamin และ folate ในเลือดเพื่อดูการทำงานของลำไส้เล็ก การตรวจเอกซเรย์มักให้ผลปกติ ดังนั้นสัตวแพทย์จึงอาจเลือกการตรวจเอกซเรย์พร้อมกับการกลืนแป้ง (Barium Contrast Studies) เพื่อให้ได้ข้อมูลมากขึ้น

การตรวจนี้อาจทำให้เห็นความผิดปกติที่ลำไส้เล็กเช่นผนังหนาตัวขึ้นกว่าปกติได้ การตรวจ ultrasound ก็สามารถทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับผนังของลำไส้ได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังอาจจะต้องมีการตรวจที่จำเพาะกับการแพ้อาหารต่างๆ และตัดชิ้นเนื้อบางส่วนจากลำไส้เพื่อยืนยันการวินิจฉัย

การรักษา

โรคนี้ไม่สามารถรักษาให้หายได้ในแมวส่วนใหญ่ แต่สามารถควบคุมอาการได้ และถึงแม้ว่าจะควบคุมอาการได้แล้วก็ยังสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ ดังนั้นเป้าหมายหลักของการรักษาจึงเน้นไปที่การควบคุมน้ำหนัก การลดอาการทางระบบทางเดินอาหาร และการลดการตอบสนองของภูมิคุ้มกันของร่างกาย สัตวแพทย์จึงให้ยากดภูมิคุ้มกันและยาปฏิชีวนะเป็นหลัก และอาจมีการให้ cobalamin เสริมในแมวที่มีการขาดวิตามินดังกล่าว

หากแมวมีอาการขาดน้ำ จะต้องมีการให้สารน้ำทดแทน แมวที่มีอาการอาเจียนเรื้อรังมักจะไม่สามารถรับประทานอะไรทางปากได้และจะต้องได้รับสารน้ำทดแทนทางเส้นเลือดดำจนกว่าอาการอาเจียนจะดีขึ้น ในระหว่างที่ทำการรักษามักจะต้องเปลี่ยนอาหารที่แมวรับประทานเป็นอาหารที่มีโอกาสแพ้น้อยและดูการตอบสนองประมาณ 2 สัปดาห์

การดูแลและการจัดการหลังการรักษา

ส่วนมากแล้วผลการรักษาในระยะสั้นมักจะได้ผลดี แต่ในกรณีที่มีอาการรุนแรงนั้นผลการรักษามักจะไม่ดี โรคนี้เป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาด แต่สามารถควบคุมอาการได้ในแมวส่วนใหญ่ คุณจะต้องใจเย็นและใช้เวลากับการรักษาในแต่ละวิธีร่วมกับปฏิบัติตามคำแนะนำเกี่ยวกับการรับประทานอาหาร หากสามารถควบคุมอาการได้แล้วสัตวแพทย์มักจะนัดมาตรวจติดตามอาการปีละครั้ง

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม