Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD
สุขภาพ

โรคการอักเสบของผิวหนังในสุนัข

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ: 23 ส.ค. 2018 อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2020 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
โรคการอักเสบของผิวหนังในสุนัข

Sebaceous adenitis เป็นชนิดของการอักเสบของผิวหนังที่พบได้น้อย โดยจะมีผลต่อต่อมของผิวหนังในสุนัขอายุน้อยถึงกลางวัย ภาวะนี้มักพบได้ในสุนัขพันธุ์ Poodles, Akitas, และ Samoyeds  หรือสายพันธุ์อื่นๆหรือในแมวที่พบได้น้อยมากก็สามารถติดเชื้อได้

อาการ

sebaceous adenitis จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ได้แก่ ชนิดแรกจะเกิดขึ้นกับสุนัขขนยาว และอีกประเภทจะเกิดขึ้นกับสุนัขขนสั้น

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจสุขภาพประจำปีทุกช่วงวัย

🩺 จูงมือกันไปตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อคัดกรองความเสี่ยงโรคร้ายต่างๆ กันดีกว่า หากตรวจพบเร็ว ก็รักษาหายเร็ว

Healthcheckupinternal ad

อาการที่พบในสุนัขขนยาว ได้แก่

  • ขนร่วง
  • มีกลิ่น
  • ขนติดเป็นก้อนเล็กๆ
  • คันอย่างรุนแรง
  • มีการติดเชื้อแบคทีเรียที่บริเวณเส้นขน
  • ขนเริ่มหยาบ
  • มีสะเก็ดสีเงินบนผิวหนัง

อาการที่เกิดขึ้นกับสุนัขขนสั้น

  • ขนร่วง มักเกิดขี้นเป็นวงกลมและมีการแพร่กระจายไปทั่วๆ
  • มีสะเก็ดเล็กน้อยที่บริเวณหัว ท้อง และหู
  • มีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนที่เส้นขนแม่ว่าจะพบได้น้อย

สาเหตุ

ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ปัจจุบันนักวิจัยกำลังทำการศึกษาอยู่

การวินิจฉัย

สัตวแพทย์จะทำการแยกโรคอื่นๆออกก่อนที่ตะยืนยันการวินิจฉัยว่าเป็น sebaceous adenitis ปัจจัยอื่นๆที่เกิดอาการใกล้เคียงกับโรคนี้ ได้แก่

  • ความผิดปกติของผิวหนัง ที่เรียกว่า keratinization ซึ่งเป็นกระบวนการที่ร่างกายของสุนัขสร้างเคอราตินขึ้นมา โดยกระบวนการนี้จะทำให้เกิดการคันของผิวหนัง
  • การมีการเจริญเติบโตของตัวไรที่มากเกินบนผิวหนัง จะพบว่ามีอาการคัน ขนร่วง และมีการอักเสบ
  • การติดเชื้อราที่ทำให้เกิดอาการคัน
  • โรคทางระบบต่อมไร้ท่อ

ขั้นตอนการวินิจฉัยภาวะนี้ทำได้โดย การขูดผิวหนังและการตรวจการทำงานระบบต่อมไร้ท่อซึ่งส่วนมากมักพบว่าปกติ สัตวแพทย์จะมีการเก็บตัวอย่างผิวหนังเพื่อส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ จากการตรวจทางด้านพยาธิวิทยาจะพบการอักเสบของต่อมไขมันที่พบบนผิวหนังซึ่งเป็นต่อมที่ผลิตน้ำมันให้แก่ผิวหนังและเส้นขน

ในสุนัขที่มีขนยาวจะพบว่ามีบาดแผลบนผิวหนังและเมื่อโรคมีความรุนแรงมากๆจะพบว่ามีการสูญเสียการผลิตไขมันออกจากต่อม ในบางรายอาจพบว่ามีการทำลายเส้นขนได้แต่ว่าอาจจะพบได้น้อยมาก

การรักษา

การรักษาจะขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของโรคและขึ้นอยู่กับความยาวของขนของสุนัข ผลจากการรักษานั้นค่อนข้างที่จะมีความหลากหลายซึ่งจะขึ้นอยู่กับการที่สัตว์ได้รับการวินิจฉัยอย่างเหมาะสม

สุนัขบางตัวอาจมีการตอบสนองในการรักษามากกว่าตัวอื่นๆ จากประวัติที่มีสุนัข Akita จะตอบสนองต่อการรักษาน้อยกว่าพันธุ์อื่นๆ โดยอาจจะต้องทำการลองหลายๆการรักษาเพื่อหาวิธีที่ประสบความสำเร็จ

สัตวแพทย์จะแนะนำวิธีการรักษา หนึ่งในวิธีต่อไปนี้

  • แปรงขนเบาๆเพื่อเอารังแคออก
  • ให้ยาเพื่อบรรเทาความรุนแรง
  • ให้น้ำมันหรือแชมพูเพื่อกำจัดสะเก็ดและเพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวหนัง
  • ใช้ผลิตภัณฑ์ที่กำจัดแบคทีเรียหรือแชมพูที่ช่วยบรรเทาอาการ
  • นวดน้ำมันเข้าผิวหนังเพื่อกระตุ้นการกำจัดรังแคและสะเก็ด

การจัดการและความเป็นอยู่

นักวิจัยหลายๆคนและสัตวแพทย์จะแนะนำเจ้าของให้ทำการลงทะเบียนเพื่อที่นะได้นิดตามได้ ทำให้นักวิจัยสามารถศึกษาเกี่ยวกับการสืบทอดผ่านทางพันธุกรรมได้


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป