Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS

การอักเสบของหูชั้นกลางและหูชั้นในของแมว

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,604,706 คน

Otitis media หมายถึง การอักเสบของหูชั้นกลาง ส่วนคำว่า otitis interna จะหมายถึง การอักเสบของหูชั้นใน ซึ่งการอักเสบของหูทั้งสองชั้นจะมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อแบคทีเรีย การอักเสบนี้สามารถเกิดขึ้นกับทั้งสุนัขและแมว

อาการ

อาการที่แมวจะแสดงออกนั้นจะขึ้นอยู่ความรุนแรงของการติดเชื้อ ซึ่งอาการจะเริ่มตั้งแต่ไม่พบอาการจนถึงการมีอาการทางระบบประสาทร่วมด้วย ถ้าหากมีการแสดงอาการ อาการจะประกอบไปด้วย การเจ็บขณะที่อ้าปาก เคี้ยวลำบาก ส่ายหัว มีการตะปบหูข้างที่เจ็บอยู่บ่อยๆ มีอาการหัวเอียง ถ้าหากหูทั้งสองข้างมีการติดเชื้อจะพบว่าแมวจะแสดงอาการที่ไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวได้ มีการส่ายหัวไปมา และมีอาการหูหนวก

อาการที่เราสามารถพบได้เพิ่มเติม ได้แก่ การอาเจียน คลื่นไส้ ม่านตามีขนาดไม่เท่ากัน หูแดง มีสิ่งคัดหลั่งออกมาจากหู ในรายที่มีความรุนแรงมากจะมีการแสดงอาการทางระบบประสาทออกมา เช่น การไม่สามารถกระพริบตาได้ เนื่องจากเส้นประสาทที่ควบคุมใบหน้าถูกทำลาย

สาเหตุ

แบคทีเรียถือเป็นสาเหตุของการอักเสบของช่องหูชั้นกลางและชั้นใน อีกหนึ่งสาเหตุที่สามารถเป็นไปได้ ได้แก่ ยีสต์ Malassezia เชื้อรา Aspergillus ตัวไรที่เหนี่ยวนำการติดเชื้อแบคทีเรีย สาเหตุอื่นๆ ได้แก่ ร่างกายได้รับการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ การมีเนื้องอกหรือก้อนเนื้อภายในช่องหู และการพบสิ่งแปลกปลอมในช่องหู

การวินิจฉัย

การวินิจฉัยหลักสำหรับการอักเสบของหูชั้นกลางและชั้นใน คือ myringotomy ซึ่งเป็นวิธีการเก็บของเหลวจากหูชั้นกลางแล้วนำมาส่งหาเพื่อหาการติดเชื้อ เช่น แบคทีเรียหรือเชื้อรา ส่วนวิธีการตรวจอื่น ๆ ได้แก่ การกรวดน้ำไขสันหลัง การวิเคราะห์ค่าทางปัสสาวะ การตรวจเลือด และ การทำ computed tomography (CT) หรือ magnetic resonance imaging (MRI) scans

การรักษา

ถ้าหากว่าช่องหูมีการติดเชื้ออย่างรุนแรง แมวของคุณจะต้องได้รับการรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลและทำการตรวจเช็คอาการทางด้านระบบประสาทร่วมด้วย ถ้าหากว่าอาการของแมวเริ่มดีขึ้นและคงตัวสัตวแพทย์จะอนุญาตให้กลับไปรักษาตัวที่บ้านได้ร่วมกับการจ่ายยาปฏิชีวนะเพื่อกำจัดการติดเชื้อต่างๆ การติดเชื้อแบคทีเรียนั้นจะสามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะและจะไม่เกิดขึ้นซ้ำอีกภายหลังจากการหาย แต่อย่างไรก็ตามถ้าหากพบว่ามีการเกิดซ้ำอยู่เรื่อย ๆ สัตวแพทย์อาจมีการพิจารณาให้ทำการผ่าตัดเพื่อการระบายถ้าหากมีความจำเป็น

การจัดการและความเป็นอยู่

แมวของคุณจะต้องได้รับการตรวจติดตามอาการอย่างต่อเนื่องประมาณ 2 สัปดาห์หลังจากการรักษา 

การป้องกัน

คุณเจ้าของจำต้องทำความสะอาดช่องหูอยู่เป็นประจำเพื่อลดโอกาสของการติดเชื้อ แต่อย่างไรก็ตามถ้าหากว่าทำความสะอาดบ่อยจนเกินไปหรือว่ามีความรุนแรงมากอาจส่งผลเสียหูชั้นในได้เช่นกัน สัตวแพทย์จะช่วยแนะนำวิธีการที่เหมาะสมกับแมวของคุณให้แก่คุณเจ้าของ

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม