Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
สุขภาพ

การอักเสบของถุงน้ำดีและท่อน้ำดีในสุนัข

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ม.ค. 2020 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 2,382,953 คน

การอักเสบของถุงน้ำดีและท่อน้ำดีในสุนัข

ถุงน้ำดีอยู่ภายในช่องท้องที่ติดอยู่กับตับ เป็นถุงที่เก็บน้ำดี โดยน้ำดีเป็นของเหลวที่มีประโยชน์สำหรับการย่อยอาหารในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก ท่อน้ำดีจะเป็นตัวส่งน้ำดีที่สร้างจากตับไปเก็บในถุงน้ำดีและลำไส้เล็ก ระบบการย่อยอาหารจะทำงานพร้อมๆกันถ้าหากว่าอวัยวะใดสูญเสียหน้าที่ก็จะทำให้ส่งผลเสียต่อร่างกาย

การอักเสบของถุงน้ำดีบางครั้งมีความเกี่ยวข้องกับนิ่วในถุงน้ำดี การอุดตันแลัการอักเสบของท่อน้ำดี ในรายที่มีความรุนแรงถุงน้ำดีอาจแตกได้ จำเป็นที่จะต้องได้รับการผ่าตัดร่วมกับการรักษาด้วยยา

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจสุขภาพประจำปีทุกช่วงวัย

🩺 จูงมือกันไปตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อคัดกรองความเสี่ยงโรคร้ายต่างๆ กันดีกว่า หากตรวจพบเร็ว ก็รักษาหายเร็ว

Healthcheckupinternal ad

การอักเสบนี้ไม่มีการเกี่ยวข้องโดยตรงกับสายพันธุ์ เพศหรืออายุ แต่โรคที่มีความรุนแรงเกี่ยวกับถุงน้ำดีมักเกิดกับสุนัขที่มีอายุกลางวัยจนถึงอายุมาก สุนัขที่มีตับขยายขนาดจะมีความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งถุงน้ำดี ซึ่งจะไปรบกวนการไหลของน้ำดีทำให้เกิดเป็นการอักเสบของถุงน้ำดี

ถุงน้ำดีอักเสบนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งกับสุนัขและแมว ถ้าหากคุณเจ้าของท่านใดสนใจศึกษาผลต่อแมวสามารถศึกษาได้ที่ PetMD health library

อาการ

อาการที่เป็นตัวบ่งบอกว่ามีการอักเสบของถุงน้ำดี ได้แก่ การไม่อยากอาหารอย่างเฉียบพลัน อาเจียน อ่อนแรง และปวดท้อง มีอาการดีซ่านและเป็นไข้ โดยจะดูได้จากตาและเหงือกจะเริ่มเป็นสีเหลือง สุนัขอาจเกิดการช็อกจากการติดเชื้อและปริมาณเลือดที่ลดลง ซึ่งอาการช็อคจะประกอบไปด้วย การหายใจตื้น อุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติ เหงือกซีด และชีพจรเต้นอ่อนและเร็ว การอักเสบอาจทำให้เกิดการบวมได้โดยสามารถคลำได้ที่ตำแหน่งช่องท้องด้านขวาบนโดยเฉพาะสุนัขพันธุ์เล็ก

สาเหตุ

การอักเสบของถุงน้ำดีอาจเกิดจากสาเหตุเดียวหรือหลายสาเหตุร่วมกันก็ได้ กล้ามเนื้อในถุงน้ำดีจะไม่สามารถทำงานได้ทำให้การไหลของน้ำดีผิดปกติไปและเกิดการระคายเคืองที่ผนังของถุงน้ำดี หรือเส้นเลือดที่มาเลี้ยงถุงน้ำดีมีการหดตัว ซึ่งในกรณีนี้จะแยกออกมาเพื่อทำการรักษาเพื่อเพิ่มการไหลของเลือด การระคายเคืองของภายในท่อน้ำดีสามารถทำให้ท่อน้ำดีมีความไวต่อสิ่งกระตุ้น ถ้าหากสุนัขเคยผ่าตัด หรือได้รับการกระทบกระเทือนในบริเวณช่องท้องสามารถเหนี่ยวนำให้อวัยวะภายในมีความไวต่อการตอบสนองได้เช่นกัน ได้แก่ ตับ และ ถุงน้ำดี

ความผิดปกติของลำไส้อีกอย่างที่สัตวแพทย์ให้ความสำคัญ คือ การติดเชื้อแบคทีเรียที่มีจุดกำเนิดอยู่ในลำไส้ หรือกระแสเลือดแล้วรุกรามเข้าสู่ตัวถุงน้ำดี แบคทีเรีย e.coli จัดเป็นแบคทีเรียประจำถิ่นภายในลำไส้ที่มีเพื่อปกป้องลำไส้จากแบคทีเรียก่อโรค แต่บางครั้งอาจเป็นปัญหาได้ขึ้นอยู่กับชนิดของแบคทีเรียe.coli Emphysematous cholecystitis คือการอักเสบของถุงน้ำดีอย่างเฉียบพลัน โดยพบว่ามีแก็สสะสมอยู่ภายในผนังถุงน้ำดีและมีความเกี่ยวข้องกับภาวะเบาหวาน หรืออาจมีความเกี่ยวข้องกับกับการที่เลือดไปเลี้ยงถุงน้ำดีอย่างจำกัด ซึ่งภาวะนี้มักพบได้ไม่บ่อย

อีกหนึ่งสาเหตุที่มีโอกาสเกิดได้น้อยที่สัตวแพทย์ต้องการวินิจฉัยแยกแยะ คือ การเจริญอย่างผิดปกติของถุงน้ำดีและปรสิตในท่อน้ำดี

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจสุขภาพประจำปีทุกช่วงวัย

🩺 จูงมือกันไปตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อคัดกรองความเสี่ยงโรคร้ายต่างๆ กันดีกว่า หากตรวจพบเร็ว ก็รักษาหายเร็ว

Healthcheckupinternal ad

การวินิจฉัย

สัตวแพทย์จะต้องทำการแยกแยะโรคที่ทำให้เกิดอาการเหล่านี้ ได้แก่

  • ตับอ่อนอักเสบ
  • เยื้อบุช่องท้องอักเสบ
  • เยื้อบุท่อน้ำดีอักเสบ
  • มีการอักเสบที่กระเพาะอาหารและลำไส้เล็กจนลามไปถึงท่อน้ำดี
  • นิ่วในถุงน้ำดี
  • มีการอักเสบที่ระบบขนส่งน้ำดีและเนื้อเยื่อรอบๆตับ
  • เซลล์ตับถูกทำลาย
  • มีหนองที่ตับ
  • โลหิตเป็นพิษ
  • มีการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง
  • มีการสะสมของน้ำดีภายในถุงน้ำดี

สัตวแพทย์จะทำการสั่งตรวจเลือดและวิเคราะห์ผลของปัสสาวะ รวมถึงทำการเอ็กซ์เรย์ช่องท้องเพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นของอวัยวะภายใน ซึ่งถือเป็นวิธีที่นิยมในการตรวจก่อนทำการรักษา

การรักษา

ถ้าหากสุนัขของคุณมีอาการไม่รุนแรงถึงชีวิตจะทำการรักษาแบบผู้ป่วยนอกโดยจะได้รับยาปฏิชีวนะ หรือยาสลายนิ่ว แต่ถ้าหากมีความรุนแรงมากจะต้องทำการพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ในช่วงที่กำลังรอผลการวินิจฉัยหรือก่อนทำการผ่าตัดจะต้องได้รับสารน้ำและอิเล็คโทรไลท์ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม การรักษาอื่นๆที่อาจมีความจำเป็นได้แก่ การให้พลาสม่า หรือ การให้เลือดในสุนัขที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบเลือด

ถ้าหากสัตวแพทย์คิดว่าการผ่าตัดนั้นเป็นสิ่งจำเป็น จะต้องทำการติดตามปริมาณของปัสสาวะเพื่อประเมินความสามารถในการเก็บและขับทิ้งของเหลวของร่างกาย สัตวแพทย์จะทำการจ่าย atropine เพื่อป้องกันไม่ให้อวัยวะตอบสนองต่อการกระตุ้นของเส้นประสาทและช่วยลดปริมาณของสิ่งคัดหลั่ง

โดยสรุปแล้วสัตวแพทย์จะจ่ายยาให้ ดังนี้ ยาปฏิชีวนะก่อนการผ่าตัด ยาละลายนิ่ว และวิตตามิน K1

การจัดการและความเป็นอยู่

สัตวแพทย์จะทำการตรวจร่างกายและวินิจฉัยทุกๆ 2-4 สัปดาห์จนกว่าผลจะออกมาปกติ ควรเตรียมตัวสำหรับภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้น ถ้าหากพบว่าท่อน้ำดีมีการแตกหรือเยื่อบุช่องท้องมีการอักเสบจะยิ่งยืดเวลาการฟื้นตัวของสุนัขออกไป


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป