Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
สุขภาพ

การอักเสบของหลอดเลือดที่ผิวหนังในสุนัข

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2020 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,806,024 คน

การอักเสบของหลอดเลือดที่ผิวหนังในสุนัข

การอักเสบของเส้นเลือดที่เลี้ยงบริเวณผิวหนังในสุนัข

Cutaneous vasculitis คือการอักเสบของหลอดเลือดที่เกิดมาจากการเพิ่มจำนวนของนิวโทรฟิว ลิมโฟไซต์ หรือบางครั้งอาจพบว่ามีการสะสมของอีโอซิโนฟิว โดยที่นิวโทรฟิว ลิมโฟไซต์ และอีโอสิโนฟิวถือเป็นเม็ดเลือดขาวที่มีความสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกัน

เส้นเลือดอักเสบที่ผิวหนังนั้นสามารถเกิดได้กับสุนัขทุกอายุ ทุกเพศ ทุกสายพันธุ์ แต่อย่างไรก็ตามสุนัขพันธุ์ dachshunds collies Shetland sheepdogs German shepherds และ rottweilersจะเป็นสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูง

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
หากคุณรู้สึกว่าตัวเองมีความบกพร่องในด้านของความเข้าใจ

เราอยากชวนคุณมาทดลองงานวิจัยกับเรา

Istock 541831614

อาการ

  • มีตุ่มแดงขึ้นตามผิวหนัง
  • มีตุ่มน้ำ
  • จะเจ็บตามอุ้งเท้า หู ริมฝีปาก หาง และเนื้อเยื่อช่องปาก
  • ขาบวมน้ำ และถ้าหากว่าทำการกดลงไปจะพบว่าเป็นหลุม
  • คนบริเวณผิวหนัง
  • แผลหลุมที่บริเวณผิวหนัง
  • ไม่อยากอาหาร
  • ซึม
  • อุณหภูมิสูงขึ้น

สาเหตุ

  • ไม่ทราบสาเหตุ
  • ผลเสียจากปฏิกิริยาของยา
  • ผลจากการใช้วัคซีน
  • แพ้อาหาร
  • เนื้อเยื่อโตผิดปกติ (เนื้องอก)
  • โรคติดเชื้อที่มาจากเห็บ

การวินิจฉัย

สัตวแพทย์จะเริ่มจากการเก็บตัวอย่างของเหลวที่ปกติ ตามมาด้วยการเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อที่ผิดปกติมาวิเคราะห์ ในการตรวจทางห้องปฏิบัติการทั่วไป ได้แก่ การนับเม็ดเลือด การตรวจค่าเลือดทางชีวเคมี การตรวจค่าอิเล็คโทรไลท์ และการตรวจปัสสาวะ ผลที่ได้ออกมาจะค่อนข้างปกติ สัตวแพทย์จะทำการสั่งตรวจเพิ่มเติมเพื่อตัดสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการใกล้เคียงกันออก

ตัวอย่างที่เก็บมาจากผิวหนังชั้นบนจะถูกส่งไปตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อดูว่าพบเนื้อเยื่อที่มีความผิดปกติหรือไม่ โดยนักพยาธิวิทยาจะทำการตรวจเนื้อเยื่อหลายๆชั้นเพื่อดูความเปลี่ยนแปลง เช่น การสะสมของเม็ดเลือดขาวหนึ่งชนิดหรือหลายชนิดรวมกัน โดยเม็ดเลือดขาวประเภทนิวโทรฟิว ลิมป์โฟไซต์ หรืออีโอซิโนฟิวจะอยู่รอบๆหลอดเลือด รวมถึงสัตวแพทย์จะทำการตรวจดูหลอดเลือดที่เสียหาย การเลือดออก หรือการบวมน้ำตามชั้นของผิวหนัง ในรายที่มีการติดเชื้อทั่วร่างกายเป็นสาเหตุของความผิดปกติ สัตวแพทย์จะต้องทำการตรวจเพิ่มเติมเพื่อทำการแยกเชื้อที่เป็นสาเหตุ

การรักษา

การรักษาที่สาเหตุเป็นการรักษาที่ดีที่สุด ถ้าหากพบว่ามีการติดเชื้อสัตว์จะได้รับยาปฏิชีวนะ และสารน้ำถ้าหากว่าสุนัขมีภาวะแห้งน้ำ ส่วนในรายที่ภูมิคุ้มกันทำลายตัวเองจะต้องได้รับยากดภูมิร่วมด้วย

การจัดการและความเป็นอยู่

ถ้าหากว่าสุนัขต้องได้รับการรักษาด้วยยากดภูมิ คุณเจ้าของควรที่จะต้ิงเฝ้าระวังติดตามสุนัขอย่างใกล้ชิดสำหรับการเปลี่ยนแปลงทางด้านสุขภาพ เนื่องจากยาชนิดนี้เป็นยาที่มีผลข้างเคียงที่มีความรุนแรง รวมถึงคุณจะต้องทำการปกป้องสุนัขของคุณเพื่อไม่ให้เกิดการติดเชื้อใหม่ รวมถึงต้องให้อาหารที่มีคุณภาพและสภาพแวดล้อมที่ดีแก่สุนัข

สัตวแพทย์จะทำการเช็คร่างกายสุนัขทุกๆ 2 อาทิตย์เพื่อดูผลของการรักษาและทำการปรับเปลี่ยนถ้าหากว่าการรักษานั้นไม่เหมาะสม รวมถึงสัตวแพทย์จะทำการตรวจพื้นฐานทางห้องปฏิบัติการและติดตามระดับของภูมิคุ้มกัน ถ้าหากพบว่าระดับความเข้มข้นของยากดภูมิคุ้มกันนั้นมากเกินไป จะต้องทำการลดลง

การพยากรณ์โดยภาพรวมแล้วจะขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของการรักษาที่สาเหตุ ถ้าหากว่าไม่สามารถหาสาเหตุและทำการรักษา โดยมากแล้วพยากรณ์โรคมักไม่ดี


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป