การตั้งครรภ์

การชักนำให้เจ็บครรภ์คลอด (ชักนำการคลอด)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
การชักนำให้เจ็บครรภ์คลอด (ชักนำการคลอด)

หากแพทย์มีความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพของทารกและสุขภาพของคุณในช่วงท้ายของการตั้งครรภ์ แพทย์อาจแนะนำให้ทำการชักนำการคลอดหรือเร่งคลอด เราเรียกว่าการชักนำให้เจ็บครรภ์คลอด (inducing labor หรือ induction) ซึ่งจะเร่งให้เกิดการเจ็บครรภ์คลอดโดยไม่รอให้เกิดการเจ็บครรภ์คลอดตามธรรมชาติ แพทย์จะพิจารณาใช้ยาหรือใช้หัตถการต่างๆ เพื่อเร่งให้เกิดการคลอด

การชักนำการคลอดจะทำในหญิงตั้งครรภ์บางรายที่มีข้อบ่งชี้ แต่ก็ถือว่ามีความเสี่ยง ส่วนใหญ่แล้วแพทย์จะแนะนำว่าการคลอดที่ดีที่สุดคือปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ยกเว้นว่ามีข้อบ่งชี้ (เหตุผลทางการแพทย์ที่ชัดเจนเพียงพอว่าต้องชักนำการคลอด)

ทำไมถึงต้องชักนำการคลอด?

ส่วนใหญ่ของการชักนำการคลอดจะทำเมื่อมีเหตุผลทางการแพทย์ที่ชัดเจน แต่หญิงตั้งครรภ์บางรายจะถูกชักนำการคลอดเพื่อความสะดวกของตนเอง หรือของแพทย์ หรือของพยาบาล แต่แพทย์โดยส่วนใหญ่จะไม่แนะนำให้ทำเช่นนี้ หากไม่มีข้อบ่งชี้ที่จำเป็นเพียงพอ

ทำไมหญิงตั้งครรภ์บางรายถึงจำเป็นต้องชักนำการคลอด?

  • การตั้งครรภ์ของคุณเลยวันครบกำหนดคลอดมาแล้ว 1-2 สัปดาห์: หลังจาก 41 สัปดาห์ของการตั้งครรภ์ ทั้งคุณและทารกจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนแล้ว
  • น้ำคร่ำแตก แต่การคลอดยังไม่เกิดขึ้น: เมื่อถุงน้ำคร่ำแตก ทั้งคุณและทารกในครรภ์จะมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ คุณอาจไม่จำเป็นต้องทำการชักนำการคลอดในทันที แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะบางครั้งก็ยังคงปลอดภัยที่จะปล่อยให้การคลอดเกิดขึ้นด้วยตัวเอง ภายหลังอาการน้ำคร่ำแตก หรือน้ำเดิน แพทย์จะจำกัดจำนวนครั้งของการตรวจช่องคลอด เพื่อลดโอกาสที่จะติดเชื้อ
  • คุณมีปัญหาทางสุขภาพที่อาจทำให้คุณหรือทารกมีความเสี่ยง: ถ้าคุณเป็นโรคเบาหวาน, ความดันโลหิตสูง, ครรภ์เป็นพิษ แพทย์อาจพิจารณาชักนำการคลอดให้คุณ
  • ผลการตรวจพบว่าทารกอาจมีความผิดปกติเกิดขึ้น: ถ้าทารกไม่ได้เติบโตอย่างเป็นปกติ หรือมีอัตราการเต้นของหัวใจผิดปกติ แพทย์อาจพิจารณาชักนำการคลอดให้คุณ

เหตุผลที่ไม่ควรชักนำการคลอด

เพิ่งเลยระยะเวลาครบกำหนดมาเพียงเล็กน้อย เช่น เพิ่งจะผ่าน 40 สัปดาห์มา อย่างนี้ก็ไม่ถือเป็นเหตุผลเพียงพอที่จะชักนำการคลอด เพราะไม่ได้มีประโยชน์เพิ่มขึ้น จนกว่าการตั้งครรภ์จะถึงสัปดาห์ที่ 41 หรือนานกว่านั้น

แพทย์บางรายอาจแนะนำให้ทำการชักนำการคลอดแบบนัดหมาย (elective inductions) สำหรับกรณีที่ไม่ใช่เหตุผลทางการแพทย์ เช่น คุณพักอาศัยอยู่ไกลจากโรงพยาบาล ทำให้แพทย์กังวลว่าคุณจะมาโรงพยาบาลไม่ทัน หากมีการเจ็บครรภ์คลอดตามธรรมชาติเกิดขึ้น หรืออาจเป็นเพราะแพทย์ต้องการให้คุณคลอดตามตารางเวลาที่แพทย์สะดวก อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าก่อนทำการชักนำการคลอดแบบนัดหมาย คุณควรพิจารณาดูอีกครั้งก่อนทำ เพราะการชักนำการคลอดจะมีความเสี่ยงบางประการเพิ่มขึ้น ผู้เชี่ยวชาญโดยส่วนใหญ่จะแนะนำว่าหญิงตั้งครรภ์ไม่ควรชักนำการคลอด หากไม่มีเหตุผลความจำเป็นทางการแพทย์

นอกจากนี้คุณไม่มีความจำเป็นต้องชักนำการคลอดเร็วเกินไป เพราะทารกที่คลอดก่อน 39 สัปดาห์ จะมีแนวโน้มที่จะมีปัญหาสุขภาพ, พักในโรงพยาบาลนานขึ้น, และต้องใช้เวลาดูแลอย่างใกล้ชิดเพิ่มมากขึ้น

การชักนำการคลอดทำได้อย่างไร

วิธีการชักนำการคลอดมีหลายวิธี ที่กล่าวถึงด้านล่างนี้จะเรียงลำดับจากวิธีที่นิยมทำมากไปจนถึงวิธีที่นิยมน้อยกว่า

  • การเซาะแยกถุงน้ำคร่ำ (Stripping the membranes): วิธีนี้แพทย์จะทำการสอดนิ้วชี้ที่สวมถุงมือแล้วเข้าไปในรูปากมดลูกเพื่อทำการเซาะแยกถุงน้ำคร่ำออกจากผนังมดลูก ทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนที่กระตุ้นให้เกิดการหดตัวของมดลูก วิธีนี้จะต้องทำที่โรงพยาบาล และอาจทำให้รู้สึกไม่สบายตัวได้
  • ฮอร์โมน: ที่โรงพยาบาล แพทย์จะพิจารณาให้ฮอร์โมนกับคุณ ซึ่งก็คือ พรอสตาแกรนดิน (prostaglandins) เพื่อเปิดปากมดลูกและกระตุ้นให้เกิดการหดตัวของมดลูก ถ้าคุณเคยทำการผ่าตัดคลอดมาแล้วในครรภ์ก่อนหน้านี้ แพทย์จะไม่ใช้วิธีนี้กับคุณ เพราะวิธีนี้จะเพิ่มความเสี่ยงของมดลูกแตกได้
  • การใช้บอลลูนถ่างขยายปากมดลูก: วิธีอื่นๆ ที่แพทย์จะใช้ในการชักนำการคลอดคือ การใช้บอลลูกถ่างขยายปากมดลูก เมื่อมาที่โรงพยาบาล แพทย์จะทำการสอดบอลลูนเข้าไปในรูปากมดลูกโดยตรง หลังจากนั้นแพทย์จะใส่น้ำเข้าไปในบอลลูนเพื่อให้บอลลูนขยายขนาดขึ้น ทำให้ปากมดลูกมีการเปิดขยาย
  • การใช้ยา: ยาอ็อกซี่โตซิน (oxytocin) จะทำให้มดลูกมีการหดตัว โดยการฉีดยานี้เข้าทางหลอดเลือดดำที่แขนขณะอยู่ที่โรงพยาบาล โดยแพทย์จะค่อยๆ ให้ขนาดยาทีละน้อยๆ และเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ จนกว่าจะมีการหดตัวแรงและมากเพียงพอสำหรับการให้กำเนิดทารก

ภายหลังกระบวนการนี้ คุณจะเดินทางกลับบ้านเพื่อรอการหดตัวของมดลูกที่จะเกิดขึ้น

ข้อมูลจากการศึกษาไม่เห็นด้วยกับการเซาะแยกถุงน้ำคร่ำนี้ เพราะจะทำให้มารดารู้สึกไม่สุขสบาย ดังนั้นแนะนำให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับข้อดีและข้อเสียก่อนพิจารณาทำ

หญิงตั้งครรภ์บางรายจะเข้าสู่การคลอดภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังจากชักนำการคลอด แต่บางรายอาจใช้เวลา 1-2 วัน ถึงจะเข้าสู่การคลอด

หากกระบวนการชักนำการคลอดต่างๆ ข้างต้น ไม่สามารถทำให้คุณคลอดได้ จะต้องใช้วิธีการผ่าตัดคลอดแทน โดยเฉพาะหากน้ำคร่ำแตกแล้ว

ความเสี่ยงจากการชักนำการคลอดมีอะไรบ้าง?

โดยทั่วไปแล้วการชักนำการคลอดถือว่ามีความปลอดภัย แต่ว่าก็มีความเสี่ยงเช่นกัน ได้แก่:

  • เพิ่มโอกาสที่จะต้องผ่าตัดคลอด: ถ้าการชักนำการคลอดไม่สามารถทำให้เกิดการคลอดได้ แพทย์อาจตัดสินใจเปลี่ยนมาเป็นการผ่าตัดคลอดแทน
  • พักรักษาตัวในโรงพยาบาลนานขึ้น: ถ้าคุณได้รับการชักนำการคลอด คุณอาจจำเป็นต้องพักในโรงพยาบาลนานขึ้น หากคุณจำเป็นต้องผ่าตัดคลอดภายหลังการชักนำการคลอดไปแล้ว จะทำให้คุณต้องพักในโรงพยาบาลนานขึ้น
  • เพิ่มความต้องการยาแก้ปวด: การชักนำการคลอดอาจทำให้มดลูกหดตัวแรงกว่าและบ่อยครั้งกว่ากระบวนการคลอดตามธรรมชาติ คุณอาจจำเป็นต้องได้รับการบล็อกหลังหรือใช้ยาแก้ปวดใดๆ ก็ตามเพื่อบรรเทาอาการปวดที่เกิดขึ้น
  • เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ: การทำให้ถุงน้ำคร่ำแตกจะทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ หากคุณยังไม่คลอดภายใน 1-2 วันหลังชักนำการคลอดแล้ว
  • ปัญหาสุขภาพของทารก: หญิงตั้งครรภ์ที่ชักนำการคลอดมักจะให้กำเนิดทารกเร็วกว่าปกติเล็กน้อย คืออยู่ในช่วง 37-39 สัปดาห์ของการตั้งครรภ์ ทารกที่คลอดก่อนกำหนดจะมีปัญหาเกี่ยวกับการหายใจและปัญหาอื่นๆ ได้ และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาพัฒนาการในระยะยาวได้
  • ภาวะแทรกซ้อนระหว่างการคลอด: การชักนำการคลอด โดยเฉพาะการใช้ยา อาจไม่ปลอดภัยสำหรับหญิงตั้งครรภ์ที่เคยผ่าตัดคลอดมาก่อน หรือเคยได้รับการผ่าตัดมดลูกมาก่อน เพราะยาจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมดลูกแตกได้ การหดตัวที่รุนแรงสามารถทำให้รกลอกตัวหลุดจากผนังมดลูกได้ เราเรียกว่า รกลอกตัวก่อนกำหนด (placental abruption) ทั้งสองกรณีนี้ถือเป็นภาวะร้ายแรง แต่ก็พบได้น้อย

หากแพทย์แนะนำให้คุณทำการชักนำการคลอด แนะนำให้ถามคำถามทุกอย่างที่คุณสงสัยก่อนทำ เพราะต้องต้องมั่นใจว่าการตัดสินใจนี้ส่งผลดีต่อคุณและทารกในครรภ์

ฉันสามารถชักนำการคลอดด้วยตนเองได้หรือไม่?

มีหลายวิธีที่เล่าต่อๆ กันมาว่าสามารถทำด้วยตนเองเพื่อชักนำการคลอดได้ แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ใดสนับสนุนการกระทำต่างๆ เหล่านี้ ซึ่งได้แก่

  • การมีเพศสัมพันธ์
  • การกระตุ้นหัวนมเบาๆ
  • การดื่มน้ำมันละหุ่งปริมาณเล็กน้อย
  • การเดิน

อย่างไรก็ตามไม่แนะนำให้ทำการชักนำการคลอดด้วยตนเองไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตาม จนกว่าจะได้ปรึกษาแพทย์หรือพยาบาลผดุงครรภ์แล้ว เพราะบางวิธีจะเพิ่มความเสี่ยงได้

https://www.webmd.com/baby/guide/inducing-labor#1

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่