ความรู้สุขภาพ

ความสำคัญของการเดิน รู้แล้วลุกขึ้นมาเดินโดยด่วน

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มิ.ย. 6, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที

การเดิน เป็นกิจกรรมทางกายง่ายๆ ที่ให้อะไรมากกว่าที่คิด โดยเฉพาะในด้านสุขภาพ ถือว่าเป็นยาขนานเอกสำหรับร่างกายที่หลายคนอาจจะมองข้ามไป การเดิน เป็นกิจกรรมทางกายประเภทหนักปานกลาง ทำให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพหลายอย่าง เช่น มีสุขภาพจิตดี ลดความวิตกกังวล และลดอาการซึมเศร้าได้ อีกทั้งยังช่วยลดน้ำหนักตัวได้โดยเพิ่มการเผาผลาญน้ำตาล ลดระดับไขมันในเลือด และลดความดันโลหิต อีกทั้งยังช่วยลดภาวะกระดูกบางหรือผุกร่อนได้

เหตุผลที่ควรจะลุกขึ้นมาเดิน

  1. สามารถทำได้ด้วยตัวเอง
  2. ทำร่างกายแข็งแรงได้ โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์
  3. มีสุขภาพดี แบบไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม
  4. ใช้แรงไม่มาก แต่ได้การเผาผลาญที่ดี
  5. จะได้สามแข็ง คือ ร่างกายแข็งแรง กระดูกแข็งแรง และมีกล้ามเนื้อแข็งแรง
  6. สะดวกปลอดภัยไร้กังวล
  7. จะมีสามดี คือ ควบคุมน้ำหนักได้ดี หุ่นดี และผิวพรรณที่ดี
  8. สามารถลดความเครียดได้ อีกทั้งยังช่วยเสริมอารมณ์ให้เบิกบาน
  9. สามารถทำได้ทุกที่ และทุกเวลาไม่กะเกณฑ์

เราควรเริ่มเดินอย่างไรดี

ควรเดินแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยเริ่มจากเดินช้าๆ ประมาณ 3-5 นาที และเมื่อรู้สึกชิน ก็ค่อยเพิ่มความเร็วในระดับที่พอรู้สึกว่าเหนื่อย แล้วเดินอีก 25-30 นาที จากนั้นชะลอความเร็วลงในช่วงท้าย แล้วเดินอีก 3-5 นาที จึงหยุด หากรู้สึกเหนื่อยหอบ ควรชะลอความเร็วในการเดินลง ถ้าหากมีอาการเป็นมากให้หาที่นั่งพักก่อน

การเดินอย่างถูกวิธี

  1. ขณะเดินตาต้องมองตรงไปข้างหน้า ศีรษะและลำตัวต้องตั้งตรง ไหล่ทั้งสองข้างควรอยู่ในระดับตรง
  2. ให้แกว่งแขนซ้ายขวาสลับหน้าหลังขนานลำตัว มือทั้งสองข้างควรกำหลวมๆ โดยให้มือแกว่งอยู่ในระดับอก ในลักษณะที่ผ่อนคลาย งอศอกเล็กน้อย ทำมุมประมาณ 90 องศา ระหว่างแขนท่อนบนกับแขนท่อนล่าง
  3. จังหวะการเดินควรก้าวเท้าอย่างสม่ำเสมอ
  4. เวลาเดิน ควรก้าวเท้าออกไปประมาณครึ่งก้าวโดยให้ส้นเท้าแตะพื้น แล้วถ่ายน้ำหนักไปที่ฝ่าเท้า สำหรับขาอีกข้างให้ยกส้นเท้าแล้วถ่ายน้ำหนักตัวลงที่ปลายเท้า ซึ่งการเดินเช่นนี้จะช่วยบริหารกล้ามเนื้อหน้าแข้งและ เป็นการเดินเพื่อสุขภาพที่ถูกต้อง อีกทั้งยังส่งเสริมบุคลิกภาพอีกด้วย
  5. ความยาวของช่วงก้าวจะขึ้นอยู่กับการเดิน แต่ที่สำคัญไม่ควรก้าวยาวมากเกินไป เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อต้นขาและสะโพกรู้สึกเมื่อยล้าได้
  6. ในการเดินขึ้นเนินควรเดินช้าลง และควรเอนตัวไปด้านหน้าเล็กน้อย เมื่อเดินลงเนินให้พยายามควบคุมความเร็วด้วยก้าวสั้นๆ และวางเท้าให้เบากว่าเดิม

ควรเดินที่ไหน และเดินมากแค่ไหนจึงจะพอ

  • ไม่ควรเดินในจุดที่ใกล้กับถนน เพราะจะเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ สำหรับสถานที่เดินควรจะมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก ไม่ร้อนอบอ้าวจนเกินไป เพราะร่างกายจะเกิดอาการอ่อนเพลีย อีกทั้งไม่เดินในที่สูง ลาดชัน หรือลื่น จะทำให้เสี่ยงต่อการหกล้มหรือได้รับอันตรายได้
  • โดยปกติคนเราควรเดินให้ได้ในระยะ 2.5-3.5 กิโลเมตรต่อวัน วันละ 10,000 ก้าว แต่ถ้าหากรู้สึกว่าการนับก้าวยากเกินไปก็ควรเดินนาน 30 นาที
  • เดินเพื่อออกกำลังกายจาก 3 วันต่อสัปดาห์ และเพิ่มไปถึง 5-6 วัน

แม้การเดิน จะเป็นวิธีการออกกำลังที่ปลอดภัยและดีที่สุด แต่การระมัดระวังเพื่อลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุและลดการบาดเจ็บเป็นเรื่องสำคัญ จึงควรใส่ใจกับสัญญาณเตือนของร่างกายที่เกิดขึ้นหากออกกำลังหนักเกินไป และควรรีบปรึกษาแพทย์หากเกิดปัญหาสุขภาพ
เมื่อรู้แบบนี้แล้ว ลองก้าวเท้าเดินหรือชวนเพื่อน หรือคนในครอบครัวมาเดินด้วยกัน ก็ยิ่งจะทำให้การเดินไม่น่าเบื่อ และสุขภาพแข็งแรงไปด้วยกัน

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
พอกันทีกับการซิทอัพ ถึงเวลาเล่นโยคะและพีลาทีสเพื่อกล้ามเนื้อหน้าท้อง
พอกันทีกับการซิทอัพ ถึงเวลาเล่นโยคะและพีลาทีสเพื่อกล้ามเนื้อหน้าท้อง

หลากหลายวิธีเพื่อช่วยสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อหน้าท้อง

7 วิธีเดินเผาผลาญพลังงาน
7 วิธีเดินเผาผลาญพลังงาน

ใช้เทคนิคต่อไปนี้มาช่วยเผาผลาญพลังงานระหว่างการเดินกันเถอะ