โภชนาการ

ความสําคัญของการเข้าใจฉลาก

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ม.ค. 23, 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,055,004 คน

ความสําคัญของการเข้าใจฉลาก

บ่อยครั้งที่ผู้คนซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโดยที่ไม่เคยสนใจมองดูฉลาก พวกเขามักจะบอกคนขายว่าต้องการวิตามินรวม แล้วซื้ออะไรก็ตามที่คนขาย หยิบยื่นให้โดยไม่รู้ตัวว่าอาจได้รับวิตามินที่ถูกโกงปริมาณ วิตามินรวมแต่ละ ชนิดมีปริมาณวิตามินที่แตกต่างกันไป และวิตามินที่แพงที่สุดก็ไม่จําเป็น ต้องเป็นของที่ดีที่สุด หนทางเดียวที่คุณจะมั่นใจได้ว่า คุณได้รับวิตามินบี 6 โฟลาซิน หรือวิตามินซีอย่างที่ต้องการ คือการอ่านตัวอักษรเล็กๆ ที่พิมพ์อยู่ บนฉลาก และหากคุณมีอาการภูมิแพ้ จะเป็นการฉลาดกว่าหากคุณทราบว่า ตัวเองกําลังรับประทานอะไรบ้างในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ดูเพิ่มเติมใน ตอนที่ 24)

หากมีคําบนฉลากที่คุณไม่เข้าใจ คุณสามารถถามเภสัชกรหรือคนขาย วิตามินได้ หากเขาไม่เข้าใจเช่นกัน คุณควรไปซื้อจากที่อื่นที่มีคนเข้าใจและ อธิบายคุณได้ และที่สําคัญที่สุด อย่าลืมตรวจสอบปริมาณที่คุณรับประทาน หากคุณได้รับคําแนะนําให้รับประทานวิตามินอีวันละ 4 เวลา ขนาดเม็ดที่คุณ รับประทานก็ควรจะต่ํากว่า 400 ไอยู วิตามินและแร่ธาตุมีหลากหลายขนาด ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้ขนาดที่ต้องการ การไม่เข้าใจฉลากอาจทําให้ คุณไม่ได้ผลดีจากวิตามินอย่างที่ควรจะเป็น

โฆษณาจาก HonestDocs
อย่ารอสุขภาพดี! คุณเริ่มได้วันนี้ แค่คลิก

เลือกดูสินค้าและบริการสุขภาพดีๆที่เราคัดมาให้ที่ Health Shop

Nurse in the hospital picture id681654226

กฎที่ออกมาใหม่ขององค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (เอฟดีเอ) น่าจะช่วยให้ทําความเข้าใจกับฉลากได้ง่ายขึ้นมาก กฎนี้กําหนดให้วิตามิน แร่ธาตุ สมุนไพร และกรดแอมิโน เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ส่งผลให้ ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ต้องแสดงแผนผังข้อมูลผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Supplement บนอาหารสําเร็จรูป Facts) ในรูปแบบเดียวกับแผนผังข้อมูลทางโภชนาการ (Nutrition Facts)

แผนผังข้อมูลผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต้องประกอบด้วยขนาด/หน่วยบริโภค ที่เหมาะสมในการรับประทาน และข้อมูลเกี่ยวกับสารอาหารสิบสี่ชนิด หากม อยู่ในผลิตภัณฑ์นั้นๆในปริมาณมากระดับหนึ่ง ประกอบด้วยวิตามินเอ ช โซเดียม แคลเซียม และธาตุเหล็ก ส่วนประกอบที่ไม่มีค่าอาร์ดี/ไออาร์ดีเอ หรือขนาดที่แนะนําให้รับประทานต่อวันก็ต้องแสดงไว้บนฉลากด้วย ในกรณีของ สมุนไพรเสริมอาหาร ส่วนของพืชที่นํามาดัดแปลงเป็นผลิตภัณฑ์ก็ต้องระบุไว้ เช่นกัน

แต่ท้ายสุดแล้ว สิ่งสําคัญที่สุดคือ คุณต้องอ่านฉลาก ขออนุญาตยกอีก ตัวอย่างหนึ่งคือ คําว่า “high potency” (ประสิทธิภาพสูงหรือมีฤทธิ์แรง) ซึ่ง กําหนดให้ใช้ได้ในกรณีที่วิตามินแบบเดี่ยวใดๆมีปริมาณเท่ากับร้อยละร้อยของ ขนาดที่แนะนําให้รับประทานต่อวัน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วน่าเศร้าว่ายังจัดเป็น ปริมาณที่ค่อนข้างต่ำ ส่วนในกรณีของวิตามินแบบรวม คําว่า “high potency” จะใช้ได้หากสองในสามของสารอาหารในเม็ดมีปริมาณเท่ากับร้อยละร้อยของ ปริมาณที่แนะนําให้รับประทานต่อวันเป็นอย่างต่ำ พูดอีกนัยหนึ่งคือ หากคุณ อยากจะได้ประโยชน์สูงสุดจากวิตามิน ควรที่จะอ่านฉลากมากกว่าข้อความชี้ชวน

หากคุณเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์และอยากอ่านเกี่ยวกับหัวข้อนี้เพิ่มเติม สามารถสนับสนุน ดร.เอิร์ล มินเดลล์ (ผู้แต่ง) พญ. ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล (แปล) ได้โดยการซื้อหนังสือวิตามินไบเบิล

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่