Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
โรคเบาหวาน

ฉันมีเพื่อนเป็นโรคเบาหวาน ฉันจะช่วยได้อย่างไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,774,157 คน

ฉันมีเพื่อนเป็นโรคเบาหวาน ฉันจะช่วยได้อย่างไร?

เพื่อนของฉันกำลังเผชิญกับอะไร?

คุณอาจจะเคยได้ยินเกี่ยวกับโรคเบาหวาน แต่คุณเข้าใจการใช้ชีวิตกับโรคเบาหวานมากแค่ไหน?

วัยรุ่นที่เป็นโรคเบาหวานนั้นมักจะรู้สึกว่าตัวเองอยู่คนเดียว เพราะแค่การเป็นวัยรุ่นที่ร่างกายและฮอร์โมนกำลังมีการเปลี่ยนแปลงนั้นก็เป็นเรื่องที่ยากลำบากอยู่แล้ว การที่ต้องอยู่ร่วมกับโรคเบาหวานก็ยิ่งทำให้มันยากขึ้นเข้าไปอีก การที่ต้องตรวจระดับน้ำตาลในเลือดวันละหลายๆ ครั้ง การต้องนับและจดบันทึกถึงสิ่งที่กิน และการฉีดอินซูลินให้ตัวเองนั้นเป็นเรื่องที่มากเพียงพอที่จะทำให้รู้สึกว่าตัวเองแตกต่างจากคนอื่น

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
จัดฟันใสกับ Zenyum, Invisalign, Clear Aligner เริ่มที่ 3,250 บาท เท่านั้น 🔥

ด่วน! ถึงวันที่ 12 ต.ค. นี้เท่านั้น 🦷เราจองคิวให้ ไม่ต้องรอหมอฟันนาน

%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%aainternal ad

ดังนั้นบางคนจึงอาจจะอยากคิดว่าตัวเองนั้นไม่ได้เป็นโรคอะไร ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องที่ดี เพราะมักจะทำให้ควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี และอาจจะเป็นอันตรายต่อร่างกายได้

ในฐานะเพื่อน การทำความเข้าใจและยอมรับเพื่อนในแบบที่เพื่อนเป็นนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญ ยิ่งคุณรู้จักโรคเบาหวานมากขึ้นเท่าไหร่ เพื่อนของคุณก็จะยิ่งรู้สึกโดดเดี่ยวน้อยลงเท่านั้นและนั่นก็เป็นเรื่องดีต่อทุกคน

โรคเบาหวานคืออะไร?

โรคเบาหวานเป็นโรคที่ส่งผลต่อการที่ร่างกายใช้น้ำตาลกลูโคส เวลาที่คุณทานอาหาร น้ำตาลกลูโคสจากอาหารนั้นก็จะเข้าสู่กระแสเลือดก่อนที่ตับอ่อนจะผลิตฮอร์โมนที่ชื่ออินซูลินซึ่งจะช่วยให้น้ำตาลกลูโคสจากในเลือดนั้นเข้าสู่เซลล์ของร่างกายและเปลี่ยนไปเป็นพลังงานได้

แต่ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน น้ำตาลกลูโคสนั้นจะไม่สามารถเข้าเซลล์ได้จึงเกิดการสะสมอยู่ภายในเลือด การมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงนั้นจะทำให้มีอาการเช่นหิวน้ำบ่อยหรือปัสสาวะบ่อยได้

การรักษาโรคเบาหวานนั้นจะช่วยควบคุมอาการเหล่านี้ และยังช่วยป้องกันผลกระทบในระยะยาวเช่นปัญหาเกี่ยวกับไต ตา เส้นประสาทหรือหัวใจ ซึ่งสามารถพบได้ในผู้ป่วยที่มีน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลาหลายปี

โรคเบาหวานนั้นสามารถแบ่งได้เป็น 2 แบบคือ

  • โรคเบาหวานชนิดที่ 1 ซึ่งเป็นภาวะที่ตับอ่อนนั้นไม่สามารถสร้างอินซูลินได้ ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 นั้นจะต้องติดตามระดับน้ำตาลในเลือดและฉีดอินซูลินวันละหลายๆ ครั้ง
  • โรคเบาหวานชนิดที่ 2 นั้นเป็นภาวะที่ตับอ่อนยังสามารถสร้างอินซูลินได้แต่น้อยหรือร่างกายไม่ตอบสนองต่ออินซูลินเหมือนที่เคยเป็น (เรียกว่าภาวะดื้อต่ออินซูลิน) คนส่วนใหญ่ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 นั้นมีน้ำหนักเกินเกณฑ์เนื่องจากการมีไขมันส่วนเกินนั้นจะทำให้ดื้อต่ออินซูลินได้ โรคเบาหวานชนิดนี้นั้นเป็นชนิดที่พบบ่อยที่สุดในผู้ใหญ่ แต่ก็พบมากขึ้นเรื่อยๆ ในเด็กและวัยรุ่นโดยเฉพาะหากมีน้ำหนักเกิน ผู้ป่วยบางคนอาจจะต้องมีการฉีดยาอินซูลิน และ/หรือรับประทานยารักษาโรคเบาหวาน (อินซูลินนั้นไม่มีในรูปแบบยาเม็ด)

โรคเบาหวานนั้นไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด แต่การรักษาที่เหมาะสมนั้นจะช่วยให้ควบคุมโรคได้ทำให้ไม่ส่งผลต่อการไปโรงเรียน การใช้ชีวิต การเล่นกีฬาหรืออนาคต

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
จัดฟันใสกับ Zenyum, Invisalign, Clear Aligner เริ่มที่ 3,250 บาท เท่านั้น 🔥

ด่วน! ถึงวันที่ 12 ต.ค. นี้เท่านั้น 🦷เราจองคิวให้ ไม่ต้องรอหมอฟันนาน

%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%aainternal ad

เพื่อนจะทำอะไรได้บ้าง

รู้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคเบาหวาน ลองหาข้อมูลที่ถูกต้องโดยการถามเพื่อน แพทย์หรือญาติที่เป็นโรคเบาหวานหรือจากเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้

เข้าใจว่าเบาหวานนั้นไม่ใช่เรื่องแปลก โรคเบาหวานนั้นเป็นโรคที่รุนแรงแต่มีคนหลายล้านคนที่เป็นโรคนี้และยังสามารถใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ได้ หากเพื่อนของคุณนั้นมีปัญหาไม่อยากยอมรับว่าเป็นโรคเบาหวาน พยายามทำความเข้าใจและสนับสนุนเพื่อน คุณสามารถช่วยเหลือเพื่อนได้โดยการหากลุ่มช่วยเหลือ หรือกลุ่มเพื่อนคนอื่นที่เป็นโรคเบาหวาน

กระตุ้นและส่งเสริมนิสัยที่ดีต่อสุขภาพ เพื่อนของคุณจะสามารถคุมน้ำตาลได้ดีขึ้นหากมีการเคลื่อนไหวร่างกายสม่ำเสมอและจำกัดการรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลส่วนเกินมากเช่นน้ำอัดลม คุณอาจจะช่วยได้ด้วยการทำอาหารที่ดีต่อสุขภาพด้วยกัน และกระตุ้นกันและกันในการเลือกทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 หลายคนต้องระมัดระวังเรื่องน้ำหนัก ดังนั้นการมีเพื่อนที่ช่วยสนับสนุนความพยายามในการลดน้ำหนักนั้นสามารถช่วยได้มาก

ช่วยแต่อย่ากระแนะกระแหน ควรระมัดระวังว่าอย่าไปสอนเพื่อนหรือทำตัวเป็นพ่อแม่เวลาที่พูดถึงเรื่องการกินหรือการดูแลตัวเองจากโรคเบาหวาน ไม่มีใครชอบเวลาที่ถูกบอกให้ทำอะไรสักอย่างและบางครั้งอาจจะรู้สึกเหมือนถูกว่าได้

รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร หากระดับน้ำตาลในเลือดของเพื่อนนั้นต่ำ บางครั้งคุณอาจจะต้องเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นความผิดปกติเพราะมันอาจทำให้รู้สึกสับสนและมึนหัวได้ หากเพื่อนดูอ่อนเพลียมากๆ หรือสับสนแสดงว่าน่าจะเกิดปัญหาขึ้น ให้พูดกับเพื่อนและถามว่าพวกเขาต้องเจาะเลือดดูระดับน้ำตาลหรือกินอะไรเพื่อเพิ่มระดับน้ำตาลหรือไม่ หากเพื่อนของคุณดูสับสนมากๆ ให้มีสติและไปแจ้งผู้ใหญ่เช่นครูหรือห้องพยาบาล พยายามอย่าทำให้เพื่อนเป็นจุดสนใจมากเพราะเขาอาจจะรู้สึกอายได้

คุณอาจจะลองวางแผนกับเพื่อนถึงสิ่งที่จะต้องทำหากมีอะไรเกิดขึ้น เพราะการที่มีน้ำตาลในเลือดต่ำนั้นจะทำให้พื่อนของคุณวิเคราะห์ข้อมูลและจัดการกับสิ่งต่างๆ ได้ยากขึ้น

สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือเป็นตัวของตัวเอง เพื่อนของคุณยังคงเป็นวัยรุ่นทั่วไป โรคเบาหวานไม่ได้เปลี่ยนให้พวกเขาเป็นคนอื่น อย่าให้โรคนี้มาเป็นศูนย์กลางของชีวิตของคุณหรือความสัมพันธ์ของพวกคุณ เนื่องจากโรคเบาหวานนั้นเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเพื่อนของคุณ คุณก็อาจจะพบว่าพวกคุณมักจะพูดถึงเรื่องนี้ เช่นเดียวกับเวลาที่พูดถึงเรื่องงานอดิเรกหรือความสามารถของเพื่อน การอยู่เคียงข้างเพื่อนในเวลาที่พวกเขาต้องการระบายและต้องการคุณนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญแต่ก็เทียบเท่ากับการเป็นตัวของตัวเองและการแบ่งปันประสบการณ์เรื่องอื่นนอกเหนือจากเบาหวานร่วมกัน


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป