Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS

โรค Feline hyperesthesia syndrome ในแมว

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ม.ค. 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,087,010 คน

โรค Feline hyperesthesia syndrome ในแมว

Feline hyperesthesia syndrome (FHS) เป็นโรคที่ทำให้แมวมีอาการกัดหรือเลียส่วนหลัง หาง และขาหลังอย่างรุนแรง ซึ่งจะส่งผลต่อระบบประสาท กล้ามเนื้อและผิวหนัง แมวที่เป็นโรคนี้สามารถเริ่มมีอาการได้ทุกช่วงอายุและเกิดในสายพันธุ์ใดก็ได้ แต่พบได้บ่อยในแมววิเชียรมาศ, Abyssinians, และแมวศุภลักษณ์

อาการที่พบ

อาการของโรคนี้นั้นมักจะเกิดขึ้นเป็นช่วงๆ ครั้งละตั้งแต่หลายวินาทีไปจนถึงหลายนาที โดยระหว่างนั้นแมวจะมีอาการปกติทุกอย่าง อาการที่พบได้บ่อยคือการพยายามบิดผิวหนังตัวเอง แกว่งหางตัวเองอย่างแรง กัดหรือเลียส่วนหลัง หาง และขาหลังซ้ำๆ นอกจากนั้นยังมักจะพบว่าแมวที่เป็นโรคนี้มักจะมีม่านตาขยาย ดูกระสับกระส่ายและมีพฤติกรรมผิดปกติอีกด้วย

การตรวจร่างกายมักไม่พบความผิดปกติทางระบบประสาทหรือความผิดปกติอื่นๆ อย่างชัดเจนยกเว้นขนร่วงในบริเวณที่เลียบ่อยๆ นอกจากนั้นยังพบว่าการกระตุ้นกล้ามเนื้อที่หลังของแมวบางตัวอาจกระตุ้นให้เกิดอาการได้อีกด้วย

สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคนี้

โรคนี้เป็นโรคที่พบได้น้อยมากและไม่ทราบสาเหตุที่ทำให้เกิดโรค โดยอาจจะเกิดจากปัญหาทางพฤติกรรม, โรคลมชัก หรือปัญหาทางระบบประสาทอื่นๆ ได้ เนื่องจากเชื่อกันว่าแมวที่กระสับกระส่ายหรือตื่นตัวมากกว่าปกติจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้ได้มากกว่า นอกจากนั้นความเครียดที่เกิดขึ้นในสิ่งแวดล้อมก็อาจกระตุ้นให้เกิดโรคนี้ได้เช่นกัน ดังนั้นในปัจจุบันจึงเชื่อว่าโรคนี้เกิดจากหลายปัจจัยรวมกัน

การวินิจฉัย

เนื่องจากไม่ทราบสาเหตุทางกายที่ทำให้เกิดโรคนี้ดังนั้นจึงวินิจฉัยโรคได้ยาก โดยมักจะต้องวินิจฉัยจากประวัติและตัดโรคอื่นๆ ที่อาจทำให้มีอาการลักษณะเดียวกันออกทั้งหมด และไม่มีการตรวจทางห้องปฏิบัติการใดที่สามารถช่วยในการวินิจฉัยโรคนี้ได้

โรคทางผิวหนังหรือโรคเกี่ยวกับสมองส่วนหน้าซึ่งจะทำให้พฤติกรรมเปลี่ยนแปลงหรือเกิดอาการชักได้ อาจจะสามารถทำให้แมวมีอาการในลักษณะเดียวกันได้ ดังนั้นจึงอาจจะต้องส่งตรวจเอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อหาสาเหตุดังกล่าว

การรักษา

ไม่มีการรักษาที่จำเพาะต่อโรคนี้ แต่พบว่าการใช้ยาหลายชนิดและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสามารถลดปัญหาที่เกิดขึ้นในแมวหลายตัวได้ดี

การดูแลหลังการรักษา

คุณควรกำจัดปัจจัยต่างๆ ที่อาจทำให้แมวเครียดหรือมีแนวโน้มที่จะเกิดอาการออก และในแมวที่มีอาการเลียอย่างรุนแรงอาจจะต้องใส่ปลอกคอ

การป้องกัน

เนื่องจากไม่ทราบสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคนี้ดังนั้นวิธีการป้องกันที่ดีที่สุดคือการพยายามกำจัดสิ่งต่างๆ ที่ทำให้แมวเกิดอาการเครียดออกจากบริเวณที่พวกมันอาศัยอยู่

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม