การรักษาการติดเชื้อ HPV

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มิ.ย. 23, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที

Cryotherapy เป็นการรักษาที่ใช้บ่อยสำหรับการโตของเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ HPV แต่ก็มีทางเลือกในการรักษาวิธีอื่นที่สามารถใช้ได้เช่นกัน

ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรค (CDC) ได้กล่าวว่า มีเชื้อ HPV (human papillomavirus) อย่างน้อย 40 จาก 150 ชนิดที่สามารถติดเชื้อบริเวณทวารหนักและอวัยวะเพศได้ โดย 90% ของการติดเชื้อเหล่านี้จะไม่ได้ทำให้เกิดอาการ และมักจะหายไปได้เองภายใน 2 ปี แต่หากยังมีการติดเชื้ออยู่ อาจจะทำให้เกิดหูดที่อวัยวะเพศหรืออาจทำให้เกิดมะเร็งเช่นมะเร็งปากมดลูก (เชื้อ HPV ที่ทำให้เกิดหูดที่อวัยวะเพศนั้นไม่มีความเกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็ง) เชื้อ HPV สายพันธุ์อื่นสามารถทำให้เกิดหูดที่ผิวหนังตามบริเวณส่วนอื่นๆ ของร่งกาย

การรักษาการติดเชื้อ HPV ขึ้นอยู่กับปัญหาหรืออาการที่เกิดจากการติดเชื้อและไม่มีการรักษาที่สามารถรักษาการติดเชื้อได้โดยตรง

การรักษาหูดที่ผิวหนัง

หูดมักสามารถหายไปได้เองโดยไม่ต้องรักษา โดยเฉพาะในเด็ก สำหรับหูดที่ไม่หายไปเอง คุณสามารถรักษาเองได้ที่บ้าน เช่น การใช้กรด salicylic หรือยา cryotherapy ที่ซื้อได้ตามร้านขายยา ซึ่งจะเป็นการแช่แข็งหูดและทำให้หูดแตกออกเป็นเนื้อเยื่อเล็กๆ (หมายเหตุ : การทำ cryotherapy อาจเจ็บได้) ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังอาจมีวิธีการอื่นในการรักษาหูด เช่น

  • การจี้รอยโรคด้วยความเย็น (cryotherapy) คือการจี้รอยโรคด้วยความเย็น เพื่อกำจัดเซลล์ผิดปกติที่บริเวณปากมดลูก ก่อนที่เซลล์นั้นจะพัฒนาเป็นมะเร็ง
  • Cantahridin (เป็นสารเคมีที่ทำให้เกิดตุ่มน้ำขึ้นบนหูด)
  • การผ่าตัดโดยใช้ไฟฟ้าหรือ LEEP (loop electrosurgical excision procedure) ซึ่งเป็นการใช้ไฟฟ้าเผาหูดร่วมกับการตัดหูดออกด้วยมีดแหลมหรือเครื่องมือลักษณะคล้ายช้อน 
  • การผ่าตัดออก (Excision)
  • การส่องกล้องปากมดลูกด้วยคอลโปสโคป (colposcopy): เป็นการตรวจปากมูกลูกโดยการใช้กล้อง เพื่อให้เห็นรอยโรคหรือเซลล์ผิดปกติได้ชัดเจนมากขึ้น

หากการรักษาด้วยวิธีเหล่านี้ยังไม่ได้ผล ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังของคุณอาจแนะนำวิธีการรักษาที่รุนแรงมากขึ้น เช่น การทำเลเซอร์ การลอกด้วยสารเคมี หรือการฉีด bleomycin (ยาที่ใช้รักษาโรคมะเร็ง) หรืออาจเลือกการทำ Immunotherapy การรักษาด้วยวิธีอื่นๆ ล้มเหลง ซึ่งเป็นการฉีดโปรตีนชื่อ interferon ที่จะเข้าไปต่อสู้กับไวรัสและช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน

การรักษาหูดที่อวัยวะเพศ

หูดที่อวัยวะเพศ ซึ่งมักเกิดจากเชื้อ HPV สายพันธุ์ 6 และ 11 สามารถเกิดขึ้นที่ผิวหนังของอวัยวะเพศ เช่นเดียวกับภายในทวารหนัก ช่องคลอด รูเปิดท่อปัสสาวะ หรือปากมดลูก การรักษาหูดที่อวัยวะเพศเองที่บ้านสามารถทำได้โดยการใช้

  • Imiquimod cream เป็นยาที่กระตุ้มภูมิคุ้มกันในสร้าง interferon และสารอื่นๆ ในระบบภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้น
  • Podofilox solution หรือ gel จะช่วยหยุดการแบ่งตัวของเซลล์และทำให้เนื้อเยื่อในหูดตาย
  • Sinecatechins เป็นสารสกัดจากชาเขียว

วิธีการรักษาที่แพทย์สามารถเลือกใช้ได้ เช่น

  • Podophyllin resin (เหมือนกับ podofilox) จะช่วยยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์
  • Trichloroacetic acid ซึ่งเป็นสารเคมีที่สามารถเผาเนื้อเยื่อของหูดได้
  • Bichloroacetic acid ทำงานแบบเดียวกัน

นอกเหนือจากการใช้ยาเหล่านี้ แพทย์อาจใช้การรักษาวิธีอื่นได้ เช่น cryotherapy หรือการผ่าตัดหลายวิธี (การตัดออก การผ่าตัดด้วยไฟฟ้า หรือการทำเลเซอร์) สำหรับหูดที่อยู่ภายใน การรักษาอาจใช้การทำ cryotherapy ด้วยไนโตรเจนเหลว การผ่าตัด การใช้ trichloroacetic acid หรือ bichloroacetic acid

การรักษาการเปลี่ยนแปลงระยะก่อนการเป็นมะเร็ง

ในผู้หญิงบางคนที่ติดเชื้อ HPV บางสายพันธุ์อาจทำให้เกิดการเจริญของเซลล์ระยะก่อนเป็นมะเร็งบริเวณผิวของปากมดลูกได้ (เรียกว่า cervical dysplasia) ซึ่งสามารถทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกได้ โรคมะเร็งปากมดลูกเกือบทั้งหมดเกิดจากการติดเชื้อ HPV โดย 70% ของผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งปากมดลูกเกิดจากการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์ 16 และ 18 อ้างอิงจากศูนย์ป้องกันและควบคุมโรค

การตัดเซลล์ที่ผิดปกติที่ยังไม่เป็นมะเร็งออกก่อนจึงช่วยยับยั้งการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้ การมีเซลล์ผิดปกติระดับรุนแรงสามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัดหลายวิธี เช่น

  • Cryosurgery
  • การทำเลเซอร์
  • Cold knife conization (หรือ cold knife cone biopsy) ซึ่งเป็นการตัดเนื้อเยื่อที่ผิดปกติด้วยมีดหรือเลเซอร์เป็นรูปโคน
  • การผ่าตัดด้วยไฟฟ้า

ในบางกรณีแพทย์อาจต้องตัดมดลูกออกบางส่วนหรือทั้งหมดด้วย แต่พบได้น้อย

การติดเชื้อ HPV สามารถรักษาหายได้หรือไม่

ไม่มียาฆ่าเชื้อ HPV โดยเฉพาะ แต่มีหลายสิ่งหลายอย่างที่สามารถทำได้เพื่อให้คุณมีสุขภาพที่แข็งแรง และปลอดภัย และยิ่งไปกว่านั้น HPV สามารถป้องกันได้ ปัจจุบันมีวัคซีนที่สามารถป้องกันการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูงรวมถึงสายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดโรคหูดหงอนไก่  ส่วนใหญ่แล้วร่างกายจะสามารถต่อสู้กับไวรัส HPV ได้ก่อนที่มันจะทำอันตรายต่อร่างกายและก่อนที่คุณจะรู้ว่าติดเชื้อ HPV ด้วยซ้ำ  สำหรับเชื้อ HPV สายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูงสามารถก่อให้เกิดมะเร็งได้  ดังนั้นการตรวจแป้บ (Pap) เพื่อคัดกรองเซลล์ผิดปกติ และ/หรือการตรวจหาเชื้อ HPV เป็นประจำ คือวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันการเป็นมะเร็งปากมดลูก

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

สงสัยคะทำไมคนไข้ส่วนใหญ่จะติดเชื้อในกระแสเลือดคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ
ปัญหาสิวในวัย30+
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
การใส่เหล้ก จำเป้นไหมไม่ที่ไม่ผ่าออก
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่