อาการและการวินิจฉัยการติดเชื้อ HPV

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ย. 19, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที

เชื้อ HPV สายพันธุ์ที่แตกต่างกันสามารถทำให้เกิดหูดที่ผิวหนัง อวัยวะเพศ หรือมะเร็งได้

ไวรัสเอชพีวี (HPV หรือ Human papillomavirus) เป็นเชื้อที่พบได้ทั่วไป โดยมีมากกว่า 150 สายพันธุ์ และเป็นเชื้อที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้บ่อยที่สุด ผู้ที่ติดเชื้อ HPV ส่วนใหญ่มักไม่มีอาการ ทำให้เกิดการแพร่เชื้อไปสู่บุคคลอื่นได้โดยไม่รู้ตัว มีเชื้อ HPV ประมาณ 3 ใน 4 ที่สามารถทำให้เกิดหูดที่ผิวหนัง ซึ่งสามารถติดต่อได้ผ่านการสัมผัสโดยตรง อ้างอิงจากสมาคมโรคมะเร็งแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา เชื้อ HPV สายพันธุ์อื่นทำให้เกิดหูดที่อวัยวะเพศและมะเร็ง

เชื้อ HPV กับการเกิดหูดผิวหนัง

หูดที่ผิวหนังมีหลายประเภท โดยมักพบได้บ่อยที่บริเวณนิ้วรอบๆ เล็บหรือหลังมือ แต่ก็สามารถพบได้ทีทุกส่วนของร่างกาย เมื่อหูดโตขึ้น อาจรูปสึกเป็นก้อนขรุขระและอาจมีจุดสีดำอยู่ด้านบน หูดที่เท้ามักจะมีการโตที่ด้านฝ่าเท้าและบางครั้งอาจโตเป็นกระจุกได้ (mosaic warts) หูดเหล่านี้จะมีลักษณะแข็งและขรุขระอาจมีลักษณะเรียบหรือโตเข้าข้างในฝ่าเท้า และอาจเจ็บได้ เนื่องจากอยู่ที่บริเวณรับน้ำหนัก หูดที่มีลักษณะแบนเหล่านี้มักจะแบนและมีขนาดเล็กและเรียบกว่าหูดชนิดอื่นโดยมักจะโตพร้อมๆ กันในจำนวนมาก (20-100 หูดต่อครั้ง) และสามารถเกิดได้ทุกที่ ซึ่งพบบ่อยที่หน้าของเด็ก บริเวณเคราของผู้ชาย และขาของผู้หญิง

หูดแบบ filiform เป็นหูดที่มักพบบนใบหน้า โตเร็ว และมีลักษณะคล้ายนิ้วยื่นออกมาหรือเป็นเส้นยาว หูดแบบ periungual จะทำให้เกิดกระจุกหูดที่บริเวณเล็บมือหรือเล็บเท้า โดยพบได้บ่อยในผู้ที่กัดเล็บ มีลักษณะเหมือนดอกกะหล่ำ ผิวหนังมีการหนาตัวขึ้น และอาจมีรอยบุ๋ม การอักเสบ หรือเจ็บได้

การติดเชื้อ HPV กับหูดที่อวัยวะเพศ

หูดนี้เป็นหูดที่เกิดจากการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์และไม่เหมือนกับหูดที่ผิวหนังชนิดอื่นๆ โดย 90% ของหูดที่อวัยวะเพศเกิดจากการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์ 6 และ 11 อ้างอิงจากศูนย์ป้องกันและควบคุมโรค (CDC) หูดเหล่านี้อาจมีขนาดเล็กจนมองไม่เห็นได้และอาจมีลักษณะ ดังต่อไปนี้

  • เรียบหรือยกนูน
  • กระจุกเป็นกลุ่ม (ลักษณะเหมือนดอกกะหล่ำ)
  • สีชมพูหรือแดง
  • นุ่ม
  • มีอาการปวดหรือคัน

หูดเหล่านี้มักจะโตที่...

  • ข้างในหรือรอบๆ ทวารหนัก
  • ต้นขาด้านบน
  • บริเวณขาหนีบ
  • ที่อัณฑะหรือองคชาติ ซึ่งรวมถึงผิวหนังและรูเปิดของท่อปัสสาวะ
  • ข้างในช่องคลอด บนปากมดลูก หรือรอบๆ อวัยวะเพศภายนอก

ภาวะแทรกซ้อนของการติดเชื้อ HPV

หากไม่ได้รับการรักษา หูดที่อวัยวะเพศอาจทำให้เกิดอาการปัสสาวะผิดปกติในผู้ชายได้ (หากหูดเกิดภายในท่อปัสสาวะ) หรือเลือดออกจากท่อปัสสาวะ ช่องคลอด หรือทวารหนัก หรือมีตกขาวเพิ่มขึ้นจากปกติ การติดเชื้อ HPV ทางเพศสัมพันธ์สายพันธุ์อื่นอาจมีความเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคมะเร็งได้ แต่เชื้อ HPV สายพันธุ์ที่ทำให้เกิดหูดที่อวัยวะเพศนั้นไม่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคมะเร็ง

การติดเชื้อ HPV เรื้อรังอาจทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูก ซึ่งเป็นมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ HPV ที่พบได้บ่อยที่สุด ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรค กล่าวว่า ผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกเกือบทุกรายเกิดจากการติดเชื้อ HPV เชื้อ HPV สายพันธุ์ 16 และ 18 เพียง 2 สายพันธุ์สามารถทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกแล้วถึง 70% การติดเชื้อ HPV ยังสามารถทำให้เกิด...

  • มะเร็งที่อวัยวะเพศภายนอก
  • มะเร็งช่องคลอด
  • มะเร็งองคชาติ
  • มะเร็งทวารหนัก
  • มะเร็งด้านหลังของลำคอ

การตรวจและวินิจฉัยการติดเชื้อ HPV

แพทย์สามารถวินิจฉัยหูดที่ผิวหนังและหูดที่อวัยวะเพศได้จากการดูขณะตรวจร่างกาย แต่อาจจะมีการตัดชิ้นเนื้อไปตรวจเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นหูดจริงๆ การตัดชิ้นเนื้อมักจะต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง หากคุณเป็นผู้หญิงที่ตรวจพบหูดที่อวัยวะเพศ แพทย์อาจทำการตรวจ colposcopy ซึ่งเป็นการใช้กล้องจุลทรรศน์กำลังขยายต่ำเพื่อมองหาหูดบริเวณปากมดลูกที่อาจมีขนาดเล็กเกินกว่าจะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

การตรวจ DNA ของเชื้อ HPV จะทำจากตัวอย่างเนื้อเยื่อที่ตัดมาจากปากมดลูก สามารถตรวจหาเชื้อ HPV สายพันธุ์ 16 และ 18 ได้และให้ผลรวมถึงเชื้อ HPV อีก 12 ชนิดที่มีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้เกิดโรคมะเร็ง

อาการของการติดเชื้อ HPV มีอะไรบ้าง

คนส่วนใหญjที่ติดเชื้อ HPV มักไม่มีอาการหรือปัญหาสุขภาพใดๆ บางครั้ง HPV ก่อให้เกิดโรคหูดหงอนไก่ ในขณะที่บางสายพันธุ์ก่อให้เกิดมะเร็ง

การติดเชื้อ HPV สายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูงมักไม่แสดงอาการ

โชคไม่ดีที่คนส่วนใหญ่ที่ติดเชื้อ HPV สายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูงจะไม่แสดงอาการใดๆ ของการติดเชื้อเลย จนกว่าจะมีปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงเกิดขึ้น  นี่จึงเป็นเหตุผลว่าการตรวจประจำปีเป็นเรื่องที่สำคัญมาก  ในหลายๆ คนพบว่า มะเร็งปากมดลูกสามารถป้องกันได้ หากตรวจพบเซลล์ผิดปกติที่ปากมดลูกเจอแต่เนิ่นๆ แต่ถ้าไม่ได้รับการรักษา เซลล์ผิดปกติเหล่านั้นจะพัฒนาไปเป็นมะเร็งได้

การตรวจแป้บ (Pap) จะช่วยให้ตรวจเจอเซลล์ที่ผิดปกติที่บริเวณปากมดลูกได้ การตรวจแป้บไม่ใช่การตรวจโดยตรงเพื่อหามะเร็ง และไม่ใช่การตรวจโดยตรงเพื่อหาเชื้อ HPV แต่เป็นการตรวจหาเซลล์ผิดปกติที่มีสาเหตุมาจากเชื้อ HPV หากตรวจพบเซลล์ผิดปกติแล้ว แพทย์จะนัดมาติดตามอย่างสม่ำเสมอ และให้การรักษาก่อนที่จะพัฒนาเป็นโรคที่ร้ายแรง

ปัจจุบันไม่มีวิธีในการตรวจหาเชื้อ HPV สายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูง ที่บริเวณแคมช่องคลอด อวัยวะเพศชาย ทวารหนัก หรือลำคอ อีกทั้งการติดเชื้อ HPV มักไม่แสดงอาการ จึงเป็นเรื่องยากที่จะตรวจพบ หากการติดเชื้อพัฒนาเป็นมะเร็ง อาการที่จะพบได้มีดังนี้  

  • มะเร็งอวัยวะเพศชาย: อาจแสดงอาการเช่น มีการเปลี่ยนแปลงของสีผิวหนัง หรือมีการหนาตัวของผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศ หรือมีอาการปวด
  • มะเร็งทวารหนัก: อาจทำให้เกิดเลือดออกจากทวารหนัก มีอาการปวด คัน หรือมีหนองไหลจากทวารหนัก รวมถึงลำไส้ทำงานผิดปกติ
  • มะเร็งอวัยวะเพศหญิง: มะเร็งชนิดนี้เกิดขึ้นที่บริเวณอวัยวะเพศหญิง อาจมีอาการเช่น มีการเปลี่ยนแปลงของสี มีการหนาตัวของผิวหนังที่บริเวณอวัยวะเพศ อาจมีอาการปวดเรื้อรัง คัน หรืออาจมีก้อนเกิดขึ้น
  • มะเร็งช่องปากและลำคอ: อาจมีอาการเจ็บคอ อาการปวดหูเรื้อรัง ไอเรื้อรัง เจ็บขณะกลืนอาหาร น้ำหนักลด หรือมีก้อนเนื้อที่บริเวณลำคอ

ถ้าคุณมีอาการต่างๆ ข้างต้น ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที

ถ้าฉันติดเชื้อ HPV สายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูง ฉันจะเป็นมะเร็งหรือไม่

HPV สายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูง สามารถทำให้เซลล์ปกติเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์ที่ผิดปกติได้ ซึ่งเซลล์ที่ผิดปกตินั้นหากไม่ได้รับการรักษาจะพัฒนาต่อไปเป็นมะเร็งได้ โดยสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูงมักจะติดที่บริเวณปากมดลูก ทำให้เป็นมะเร็งปากมดลูก แต่ก็ยังสามารถติดและก่อมะเร็งที่บริเวณอื่นได้ เช่น ช่องคลอด ทวารหนัก อวัยวะเพศชาย ปากและลำคอ

ข่าวดีก็คือ คนจำนวนมากที่ติดเชื้อ HPV สามารถหายได้เองโดยไม่มีปัญหาสุขภาพใด ๆ ที่ร้ายแรงเกิดขึ้น ปัจจุบันเราไม่สามารถทราบได้ว่าทำไมบางคนถึงมีการติดเชื้อ HPV ที่เรื้อรัง หรือมีการผิดปกติของเซลล์ หรือเกิดการพัฒนาเป็นมะเร็ง แต่ข้อมูลในปัจจุบันเรารู้ว่ามีโรคที่เป็นร่วมอะไรบ้างทำให้การติดเชื้อ HPV รักษาได้ยากขึ้น และพัฒนาไปเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ หนึ่งในนั้นคือการสูบบุหรี่ เราพบว่าการสูบบหรี่จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปากมดมูกจากการติดเชื้อ HPV ได้

ปัจจุบันไม่มีวิธีรักษาการติดเชื้อ HPV ที่ทำให้หายขาด อย่างไรก็ตามก็ต้องใช้เวลานานหลายปีก่อนที่จะพัฒนาเป็นมะเร็ง  เซลล์ผิดปกติที่ปากมดลูกก่อนพัฒนาเป็นมะเร็งสามารถตรวจพบได้ก่อนล่วงหน้า และสามารถรักษาให้หายก่อนพัฒนาเป็นมะเร็งได้  ส่วนใหญ่ของการติดเชื้อ HPV เป็นเพียงชั่วคราวและมักไม่ก่อให้เกิดปัญหาร้ายแรง ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการติดเชื้อนี้มากจนเกินไป  สิ่งสำคัญที่สุดคือคุณต้องมั่นใจว่าคุณได้รับการตรวจร่างกายประจำทุกปี โดยเฉพาะการตรวจแป้บ (Pap) และหรือการตรวจหาเชื้อ HPV โดยตรง

ความแตกต่างของการติดเชื้อ HPV และหูดหงอนไก่คืออะไร

หูดหงอนไก่ เป็นโรคที่ก่อให้เกิดความผิดปกติบนผิวหนัง ที่บริเวณช่องคลอด ปากมดลูก อวัยวะเพศชาย ถุงอัณฑะ หรือทวารหนัก หูดหงอนไก่ส่วนใหญ่เกิดจากสายพันธุ์ 6 และ 11  โดยมีอาการคือ มีติ่งเนื้องอกนูนออกมา ขนาดเล็ก อาจรวมกลุ่มกันคล้ายดอกกะหล่ำขนาดเล็ก มักไม่มีอาการปวด สามารถรักษาและกำจัดได้ง่ายคล้ายหูดที่มือหรือเท้า

เพราะว่าหูดหงอนไก่ อาจดูคล้ายโรคผิวหนังอื่นๆ ดังนั้นแพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยโรคและทำการรักษาให้กับคุณ

โชคดีที่หูดไม่ใช่โรคร้ายแรงและไม่ก่อให้เกิดมะเร็ง จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมเชื้อ HPV ที่ทำให้เกิดหูดจึงเรียกว่าสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงต่ำ

อย่างไรก็ตาม หูดสามารถทำให้เกิดการระคายเคือง ไม่สบายตัว และสามารถแพร่เชื้อนี้ไปยังผู้อื่นได้ ดังนั้นถ้าคุณคิดว่าตัวเองเป็นหูดหงอนไก่ แนะนำให้รีบไปพบแพทย์ทันทีเพื่อตรวจรักษา

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

สงสัยคะทำไมคนไข้ส่วนใหญ่จะติดเชื้อในกระแสเลือดคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ
ปัญหาสิวในวัย30+
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
การใส่เหล้ก จำเป้นไหมไม่ที่ไม่ผ่าออก
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่