HPV หรือ หูดที่อวัยวะเพศ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มี.ค. 8, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที

คุณอาจเคยได้ยินมาบ้างแล้วเกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ต่างๆ ซึ่งโรคเหล่านี้สามารถป้องกันและรักษาได้ ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถป้องกันตัวเองจากการติดเชื้อ HPV หรือหูดที่อวัยวะเพศ และเมื่อเป็นแล้วจะรักษาอย่างไร มาดูกัน!

 หูดที่อวัยวะเพศเป็นอย่างไร

หูดที่อวัยวะเพศเป็นอาการที่มีหูดเกิดขึ้นบริเวณอวัยวะเพศ หากเกิดขึ้นในเด็กสาวหูดจะเกิดบริเวณปากช่องคลอด ภายในช่องคลอด ปากมดลูก หรือทวารหนัก ส่วนเด็กผู้ชายหูดจะเกิดขึ้นบริเวณอวัยวะเพศ ปลายอวัยวะเพศ อัณฑะ หรือทวารหนัก โดยหูดจะมีลักษณะเป็นก้อนเนื้อนูนออกมา มีขนาดเล็กใหญ่แตกต่างกัน อาจเป็นสีขาวหรือสีเนื้อแล้วแต่ลักษณะของหูด ซึ่งอาจไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนทำให้ผู้ที่เป็นหูดส่วนใหญ่จะไม่รู้ตัว

หูดที่อวัยวะเพศเกิดจากการติดเชื้อของกลุ่มไวรัส HPV (human papillomavirus) ซึ่ง HPV มีมากกว่า 100 ชนิด โดย HPV บางชนิดเป็นสาเหตุของหูดที่เกิดขึ้นตามมือและเท้า ซึ่งเป็น HPV ต่างชนิดกับหูดที่เกิดขึ้นบริเวณอวัยวะเพศ มี HPV กว่า 40 ชนิดที่เป็นสาเหตุของหูดที่อวัยวะเพศ โดยเชื้อไวรัสสามารถติดต่อจากบุคคลหนึ่งสู่อีกบุคคลหนึ่งได้ ผ่านการมีเพศสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นการสอดใส่ สัมผัส การมีเพศสัมพันธ์ทางปากหรือทางทวารหนัก นอกจากนี้ หูดชนิดนี้สามารถติดต่อจากแม่ตั้งครรภ์ที่ส่งผ่านสู่ลูกน้อยในขณะคลอดได้

การติดเชื้อ HPV เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ในวัยรุ่นและวัยหนุ่มสาว หากยิ่งมีคู่นอนมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีความเสี่ยงต่อการติดโรคมากขึ้นเท่านั้น

 อาการของโรค

การติดเชื้อ HPV มักไม่มีสัญญาณบ่งบอกหรือแสดงอาการใดๆ ซึ่งเชื้อโรคสามารถติดต่อไปยังบุคคลอื่นได้โดยที่ผู้ติดเชื้อและผู้รับเชื้อไม่รู้ตัว สำหรับบางราย หูดแสดงอาการให้เห็นอย่างชัดเจน เช่น มีอาการปวด คัน และรู้สึกระคายเคืองบริเวณอวัยวะเพศ

เมื่อพบแพทย์ แพทย์จะวินิจฉัยโรคโดยการขูดเนื้อเยื่อและตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ หรือใช้วิธีการตรวจแปปสเมียร์ (Pap smears) เพื่อตรวจหาเชื้อไวรัส HPV

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า เมื่อหูดเกิดขึ้นแล้ว เชื้อไวรัสจะแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม เชื้อ HPV สามารถแพร่เชื้อได้แม้จะไม่ปรากฎหูดก็ตาม

 อาการจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่

หลังจากได้รับเชื้อ หูดจะปรากฎขึ้นเป็นเวลา 3-4 สัปดาห์ไปจนถึง 2-3 เดือน หรืออาจนานกว่านั้น เนื่องจากเชื้อไวรัสสามารถซ่อนตัวอยู่ในร่างกายเราได้นานจนกว่าจะแสดงอาการหูดออกมาให้เห็น

ควรพบแพทย์ตอนไหน

ควรพบแพทย์หรือสูตินรีแพทย์หากพบอาการต่างๆ ดังนี้

  • กำลังมีเพศสัมพันธ์หรือได้มีเพศสัมพันธ์มาก่อนหน้านี้หรือสัมผัสอวัยวะเพศของคนอื่น
  • เกิดผิวขรุขระหรือมีตุ่มเนื้อนูนบริเวณอวัยวะเพศ
  • คุณกำลังสงสัยว่าคุณอาจเป็นหูดที่อวัยวะเพศ
  • พบว่าคู่นอนของคุณกำลังเป็นหูดที่อวัยวะเพศ

เนื่องจากผู้ป่วยจำนวนหนึ่งที่ติดเชื้อ HPV จะไม่แสดงอาการใดๆ ดังนั้น ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์จำเป็นต้องได้รับการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอและควรแจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับประวัติการมีเพศสัมพันธ์ของตนด้วย

เนื้อที่เป็นตุ่มนูนออกมาอาจไม่ได้เป็นหูดเสมอไป ซึ่งตุ่มต่างๆ อาจเป็นลักษณะของสิว การติดเชื้อหรือเนื้องอกอื่นๆ แนะนำให้พบแพทย์เพื่อวินิจฉัยโรคและรับการรักษาที่ถูกต้อง

 จะเกิดอะไรขึ้นหากไม่ได้รับการรักษา

หากผู้ป่วยหูดที่อวัยวะเพศไม่ได้รับการรักษา หูดอาจมีขนาดใหญ่ขึ้นและแพร่กระจายมากขึ้นได้ และแม้หูดจะยุบหายไปแล้ว เชื้อไวรัสยังคงซ่อนตัวอยู่ในร่างกาย นั่นหมายความว่าผู้ป่วยสามารถกลับมาเป็นหูดได้เสมอและสามารถแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นได้

 สามารถป้องกันการติดเชื้อได้หรือไม่

วิธีที่ดีที่สุดและสามารถป้องกันการเกิดหูดที่อวัยวะเพศได้ 100% คือวิธีการงดมีเพศสัมพันธ์ โดยต้องไม่มีเพศสัมพันธ์ไม่ว่าจะเป็นทางช่องคลอด ปาก หรือทวารหนัก การป้องกันการติดเชื้อ HPV นั้นยังหมายรวมถึงการไม่สัมผัสอวัยวะเพศของผู้ติดเชื้อด้วยเช่นกัน

ผู้ที่ต้องการมีเพศสัมพันธ์จำเป็นต้องใช้ถุงยาอนามัยทุกครั้งเพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ นอกจากนี้ ถุงยาอนามัยยังสามารถป้องกันการติดเชื้อ HPV ได้ด้วยแต่อาจป้องกันไม่ได้ 100% นั่นเพราะเชื้อไวรัสสามารถแพร่อยู่บริเวณใกล้เคียงอวัยวะเพศ แพทย์จึงแนะนำให้เด็กหญิงอายุตั้งแต่ 11 – 26 ปีและเด็กชายอายุ 11 – 21 ปี ควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกัน HPV ซึ่งวัคซีนดังกล่าวสามารถป้องกันเชื้อไวรัส HPV ได้บางชนิดที่เป็นสาเหตุของหูดที่อวัยวะเพศหรือมะเร็งบางชนิดได้

 การรักษาโรค

พบว่าไม่มีการรักษาใดสามารถกำจัดเชื้อไวรัส HPV ได้อย่างถาวร ทว่าการรักษาจะช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อและช่วยให้หูดยุบตัวลงเร็วขึ้น แม้หูดจะหายแล้วแต่เชื้อก็ยังแฝงตัวอยู่ซึ่งสามารถกลับมาเป็นหูดได้อีกครั้งหรืออาจแพร่เชื้อสู้ผู้อื่นได้

หากพบว่ามีการติดเชื้อ แพทย์จะตรวจร่างกาย วินิจฉัยโรค และให้การรักษา ซึ่งรูปแบบของการรักษานั้นแตกต่างกันในแต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับบริเวณที่หูดปรากฏ ขนาดของหูด และหูดเกิดขึ้นในบริเวณกว้างแค่ไหน โดยแพทย์จะมีการใช้ยากับผิวบริเวณที่เป็นหูด ใช้เลเซอร์เพื่อกำจัดหูด หรือการควบคุมการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัสด้วยสารแช่แข็ง เป็นต้น

หากเคยเป็นแล้วหูดสามารถเกิดขึ้นได้อีก ซึ่งคุณต้องพบแพทย์ และคู่นอนของคุณจำเป็นต้องได้รับการตรวจรักษาโรคด้วยเช่นกัน

 ที่มาของข้อมูล http://kidshealth.org/en/teens/std-warts.html

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

สงสัยคะทำไมคนไข้ส่วนใหญ่จะติดเชื้อในกระแสเลือดคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ
ปัญหาสิวในวัย30+
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
การใส่เหล้ก จำเป้นไหมไม่ที่ไม่ผ่าออก
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่