HPV หรือ หูดที่อวัยวะเพศ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มี.ค. 8, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 223,536 คน

คุณอาจเคยได้ยินมาบ้างแล้วเกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ต่างๆ ซึ่งโรคเหล่านี้สามารถป้องกันและรักษาได้ ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถป้องกันตัวเองจากการติดเชื้อ HPV หรือหูดที่อวัยวะเพศ และเมื่อเป็นแล้วจะรักษาอย่างไร มาดูกัน!

 หูดที่อวัยวะเพศเป็นอย่างไร

โฆษณาจาก HonestDocs
ดูโปรแกรมตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่นี่

ทั้งตรวจประจำปี คัดกรอง เฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลชั้นนำ

Health checkup 02

หูดที่อวัยวะเพศเป็นอาการที่มีหูดเกิดขึ้นบริเวณอวัยวะเพศ หากเกิดขึ้นในเด็กสาวหูดจะเกิดบริเวณปากช่องคลอด ภายในช่องคลอด ปากมดลูก หรือทวารหนัก ส่วนเด็กผู้ชายหูดจะเกิดขึ้นบริเวณอวัยวะเพศ ปลายอวัยวะเพศ อัณฑะ หรือทวารหนัก โดยหูดจะมีลักษณะเป็นก้อนเนื้อนูนออกมา มีขนาดเล็กใหญ่แตกต่างกัน อาจเป็นสีขาวหรือสีเนื้อแล้วแต่ลักษณะของหูด ซึ่งอาจไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนทำให้ผู้ที่เป็นหูดส่วนใหญ่จะไม่รู้ตัว

หูดที่อวัยวะเพศเกิดจากการติดเชื้อของกลุ่มไวรัส HPV (human papillomavirus) ซึ่ง HPV มีมากกว่า 100 ชนิด โดย HPV บางชนิดเป็นสาเหตุของหูดที่เกิดขึ้นตามมือและเท้า ซึ่งเป็น HPV ต่างชนิดกับหูดที่เกิดขึ้นบริเวณอวัยวะเพศ มี HPV กว่า 40 ชนิดที่เป็นสาเหตุของหูดที่อวัยวะเพศ โดยเชื้อไวรัสสามารถติดต่อจากบุคคลหนึ่งสู่อีกบุคคลหนึ่งได้ ผ่านการมีเพศสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นการสอดใส่ สัมผัส การมีเพศสัมพันธ์ทางปากหรือทางทวารหนัก นอกจากนี้ หูดชนิดนี้สามารถติดต่อจากแม่ตั้งครรภ์ที่ส่งผ่านสู่ลูกน้อยในขณะคลอดได้

การติดเชื้อ HPV เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ในวัยรุ่นและวัยหนุ่มสาว หากยิ่งมีคู่นอนมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีความเสี่ยงต่อการติดโรคมากขึ้นเท่านั้น

 อาการของโรค

การติดเชื้อ HPV มักไม่มีสัญญาณบ่งบอกหรือแสดงอาการใดๆ ซึ่งเชื้อโรคสามารถติดต่อไปยังบุคคลอื่นได้โดยที่ผู้ติดเชื้อและผู้รับเชื้อไม่รู้ตัว สำหรับบางราย หูดแสดงอาการให้เห็นอย่างชัดเจน เช่น มีอาการปวด คัน และรู้สึกระคายเคืองบริเวณอวัยวะเพศ

เมื่อพบแพทย์ แพทย์จะวินิจฉัยโรคโดยการขูดเนื้อเยื่อและตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ หรือใช้วิธีการตรวจแปปสเมียร์ (Pap smears) เพื่อตรวจหาเชื้อไวรัส HPV

โฆษณาจาก HonestDocs
ดูโปรแกรมตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่นี่

ทั้งตรวจประจำปี คัดกรอง เฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลชั้นนำ

Health checkup 02

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า เมื่อหูดเกิดขึ้นแล้ว เชื้อไวรัสจะแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม เชื้อ HPV สามารถแพร่เชื้อได้แม้จะไม่ปรากฎหูดก็ตาม

 อาการจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่

หลังจากได้รับเชื้อ หูดจะปรากฎขึ้นเป็นเวลา 3-4 สัปดาห์ไปจนถึง 2-3 เดือน หรืออาจนานกว่านั้น เนื่องจากเชื้อไวรัสสามารถซ่อนตัวอยู่ในร่างกายเราได้นานจนกว่าจะแสดงอาการหูดออกมาให้เห็น

ควรพบแพทย์ตอนไหน

ควรพบแพทย์หรือสูตินรีแพทย์หากพบอาการต่างๆ ดังนี้

  • กำลังมีเพศสัมพันธ์หรือได้มีเพศสัมพันธ์มาก่อนหน้านี้หรือสัมผัสอวัยวะเพศของคนอื่น
  • เกิดผิวขรุขระหรือมีตุ่มเนื้อนูนบริเวณอวัยวะเพศ
  • คุณกำลังสงสัยว่าคุณอาจเป็นหูดที่อวัยวะเพศ
  • พบว่าคู่นอนของคุณกำลังเป็นหูดที่อวัยวะเพศ

เนื่องจากผู้ป่วยจำนวนหนึ่งที่ติดเชื้อ HPV จะไม่แสดงอาการใดๆ ดังนั้น ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์จำเป็นต้องได้รับการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอและควรแจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับประวัติการมีเพศสัมพันธ์ของตนด้วย

เนื้อที่เป็นตุ่มนูนออกมาอาจไม่ได้เป็นหูดเสมอไป ซึ่งตุ่มต่างๆ อาจเป็นลักษณะของสิว การติดเชื้อหรือเนื้องอกอื่นๆ แนะนำให้พบแพทย์เพื่อวินิจฉัยโรคและรับการรักษาที่ถูกต้อง

 จะเกิดอะไรขึ้นหากไม่ได้รับการรักษา

หากผู้ป่วยหูดที่อวัยวะเพศไม่ได้รับการรักษา หูดอาจมีขนาดใหญ่ขึ้นและแพร่กระจายมากขึ้นได้ และแม้หูดจะยุบหายไปแล้ว เชื้อไวรัสยังคงซ่อนตัวอยู่ในร่างกาย นั่นหมายความว่าผู้ป่วยสามารถกลับมาเป็นหูดได้เสมอและสามารถแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นได้

 สามารถป้องกันการติดเชื้อได้หรือไม่

วิธีที่ดีที่สุดและสามารถป้องกันการเกิดหูดที่อวัยวะเพศได้ 100% คือวิธีการงดมีเพศสัมพันธ์ โดยต้องไม่มีเพศสัมพันธ์ไม่ว่าจะเป็นทางช่องคลอด ปาก หรือทวารหนัก การป้องกันการติดเชื้อ HPV นั้นยังหมายรวมถึงการไม่สัมผัสอวัยวะเพศของผู้ติดเชื้อด้วยเช่นกัน

ผู้ที่ต้องการมีเพศสัมพันธ์จำเป็นต้องใช้ถุงยาอนามัยทุกครั้งเพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ นอกจากนี้ ถุงยาอนามัยยังสามารถป้องกันการติดเชื้อ HPV ได้ด้วยแต่อาจป้องกันไม่ได้ 100% นั่นเพราะเชื้อไวรัสสามารถแพร่อยู่บริเวณใกล้เคียงอวัยวะเพศ แพทย์จึงแนะนำให้เด็กหญิงอายุตั้งแต่ 11 – 26 ปีและเด็กชายอายุ 11 – 21 ปี ควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกัน HPV ซึ่งวัคซีนดังกล่าวสามารถป้องกันเชื้อไวรัส HPV ได้บางชนิดที่เป็นสาเหตุของหูดที่อวัยวะเพศหรือมะเร็งบางชนิดได้

 การรักษาโรค

พบว่าไม่มีการรักษาใดสามารถกำจัดเชื้อไวรัส HPV ได้อย่างถาวร ทว่าการรักษาจะช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อและช่วยให้หูดยุบตัวลงเร็วขึ้น แม้หูดจะหายแล้วแต่เชื้อก็ยังแฝงตัวอยู่ซึ่งสามารถกลับมาเป็นหูดได้อีกครั้งหรืออาจแพร่เชื้อสู้ผู้อื่นได้

หากพบว่ามีการติดเชื้อ แพทย์จะตรวจร่างกาย วินิจฉัยโรค และให้การรักษา ซึ่งรูปแบบของการรักษานั้นแตกต่างกันในแต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับบริเวณที่หูดปรากฏ ขนาดของหูด และหูดเกิดขึ้นในบริเวณกว้างแค่ไหน โดยแพทย์จะมีการใช้ยากับผิวบริเวณที่เป็นหูด ใช้เลเซอร์เพื่อกำจัดหูด หรือการควบคุมการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัสด้วยสารแช่แข็ง เป็นต้น

หากเคยเป็นแล้วหูดสามารถเกิดขึ้นได้อีก ซึ่งคุณต้องพบแพทย์ และคู่นอนของคุณจำเป็นต้องได้รับการตรวจรักษาโรคด้วยเช่นกัน

 ที่มาของข้อมูล http://kidshealth.org/en/teens/std-warts.html

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

บทความก่อนหน้า
โรคติดต่อหรือโรคติดเชื้อ
โรคติดต่อหรือโรคติดเชื้อ

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

สงสัยคะทำไมคนไข้ส่วนใหญ่จะติดเชื้อในกระแสเลือดคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ
ปัญหาสิวในวัย30+
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
การใส่เหล้ก จำเป้นไหมไม่ที่ไม่ผ่าออก
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่