สุขภาพจิต

อย่ามองข้าม! ความกังวล ส่งผลร้าย...อันตรายต่อร่างกาย

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
อย่ามองข้าม! ความกังวล ส่งผลร้าย...อันตรายต่อร่างกาย

ความวิตกกังวล เป็นสภาวะอารมณ์ ความคิด และความรู้สึกที่เชื่อว่าไม่มีใครไม่เคยประสบ ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ ตั้งแต่สอบเข้า เข้าเรียน ย้ายโรงเรียน พบเจอเพื่อนใหม่ สังคมใหม่ ๆ เผชิญการแก้ปัญหาต่าง ๆ ทำงาน เรียนต่อ หรือช่วงเวลาใดก็ตามที่คนเราต้องปรับเปลี่ยนบางสิ่งบางอย่างเพื่อพบเจอประสบการณ์ใหม่ เมื่อคนเรารู้สึกแปลกที่แปลกทางและแปลกสิ่งแวดล้อม หรือไม่คุ้นชินกับสภาวะเดิม ๆ เป็นธรรมชาติอยู่แล้วที่ทุกคนจะรู้สึกวิตกกังวลและไม่สบายอกสบายใจกับสภาวะอารมณ์ความรู้สึกที่เป็นอยู่ตอนนั้น

ยามที่เราต้องเผชิญกับสถานการณ์ต่าง ๆ เราจำเป็นต้องเอาตัวรอด ทฤษฎีของนักธรรมชาติวิทยาอย่างชาลส์ ดาร์วิน Survival of the Fittest กล่าวไว้ว่า ผู้ที่เหมาะสมหรือแข็งแกร่งกว่าเท่านั้นที่จะเป็นผู้อยู่รอด ซึ่งนับเป็นธรรมชาติและสัญชาตญาณส่วนตัวของสัตว์และมนุษย์ ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ภาวะต้องการเอาตัวรอดเช่นนี้ จะส่งผลดีต่อการเอาชีวิตรอดจากภัยอันตรายต่าง ๆ แต่! ในบางครั้ง หากมีมากเกินไปอาจนำไปสู่ “ความเครียด” และ “ความวิตกกังวล” ได้ ทั้งนี้ทั้งนั้น เมื่อคุณรู้จักความเครียดแล้ว คุณรู้หรือไม่ว่า มันส่งผลเสียร้ายแรงต่อร่างกายอย่างไรบ้าง หากยังไม่รู้ วันนี้เราจะมาแชร์เกร็ดน่ารู้กัน

1. กังวลมากแค่ไหนถึงเรียกว่ามากเกินไป

ทุกคนล้วนมีความวิตกกังวล แต่หากคุณไม่สามารถสลัดมันหลุดได้ภายในอาทิตย์หรือสองอาทิตย์ ความวิตกกังวลนั้นจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และนั่นเป็นจุดที่คุณอาจต้องพบแพทย์ เนื่องจากมันอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของคุณและอาจนำไปสู่โรควิตกกังวลได้ในที่สุด

2. ระบบประสาท

ความเครียดและความกังวลที่มากเกินไปอาจทำให้สมองและร่างกายหลั่งฮอร์โมนความเครียด ซึ่งนั่นจะทำให้อัตราการเต้นของหัวใจและการหายใจเร็วขึ้น น้ำตาลในเลือดของคุณจะสูง หากปล่อยไว้นานเข้า สิ่งนี้อาจส่งผลถึงหัวใจ เส้นเลือด กล้ามเนื้อ และระบบอื่น ๆ ในร่างกาย

3. กล้ามเนื้อ

เมื่อคุณประสบปัญหาใด ๆ ก็ตาม กล้ามเนื้อบริเวณไหล่และคอจะตึงขึ้น และนั่นย่อมนำไปสู่อาการไมเกรนหรืออาการปวดศีรษะ ซึ่งการนวดผ่อนคลาย รวมถึงการหายใจเข้าลึก ๆ และการเล่นโยคะอาจช่วยคุณได้

4. การหายใจ

เมื่อคุณวิตกกังวล คุณจะหายใจเข้าออกลึกมาก ๆ มากจนคุณเองก็ไม่รู้ตัว มันดูไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรก็จริง แต่หากการหายใจเช่นนี้เกี่ยวข้องกับโรคหืด โรคปอด หรือภาวะอื่น ๆ แล้วล่ะก็ คุณควรระวังตัวเอาไว้จะดีกว่า

5. หัวใจ

ความเครียดและความวิตกกังวลทำให้ความดันเลือดสูง อาจเกิดอาการหัวใจวาย อาการเส้นเลือดในสมองแตก และดังที่กล่าวไปว่า ความกังวลส่งผลให้ร่างกายและสมองหลั่งฮอร์โมนความเครียดอันนำไปสู่อัตราการเต้นของหัวใจที่เร็วและหนักเกินไป หากเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีกจะนำไปสู่โรคผนังหลอดเลือดตีบ ระดับคอเลสเตอรอลไม่ดีเพิ่มสูงขึ้น และอื่นๆ

6. น้ำตาลในเลือด

เมื่อคุณกังวล ฮฮร์โมนความเครียดจะหลั่งสารที่ทำให้คุณรู้สึกตื่นตัว ซึ่งนั่นย่อมส่งผลดียามคุณกำลังตกอยู่ในอันตรายและคุณจำเป็นต้องวิ่ง แต่หากคุณไม่ได้ใช้สารนั้นล่ะ? ร่างกายของคุณจะเก็บมันไว้ใช้ทีหลัง แต่ในบางครั้ง หากคุณมีน้ำหนักตัวที่มากเกินไปหรือเป็นโรคอ้วน น้ำตาลในเลือดของคุณอาจมีสูงและอยู่นานเกินไป ซึ่งนี่นำไปสู่โรคหัวใจ โรคเส้นเลือดในสมองแตก และโรคไต

7. ระบบภูมิคุ้มกัน

หากร่างกายของคุณประสบกับความเครียด อาจทำให้ร่างกายของคุณต่อสู้กับเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ไม่ดีพอ ทั้งเชื้อไวรัส ไข้หวัด และอื่น ๆ เพราะพวกมันจะมีพลังเหนือกว่าสุขภาพร่างกายของคุณที่กำลังเผชิญกับความเศร้าและความวิตกอยู่

8. ท้อง

คุณจะรู้สึกเหมือนมีผีเสื้อบินอยู่ในท้องเมื่อคุณกำลังวิตกกังวล ในบางครั้ง คุณอาจถึงขั้นรู้สึกอยากอาเจียนเลยทีเดียว หากเกิดขึ้นบ่อยครั้ง อาจนำไปสู่การปวดท้อง การเกิดแผลในกระเพาะอาหาร และยิ่งประกอบกับการที่คุณทานอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง ร่างกายของคุณต้องทำงานอย่างหนักเพื่อย่อยมัน และนั่นทำให้เกิดกรดมากอย่างน่าเป็นห่วง ส่งผลต่อการเกิดอาการกรดไหลย้อนนั่นเอง

9. การมีเพศสัมพันธ์

ความวิตกกังวลอาจทำให้คุณสนใจเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ลดน้อยลง ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นต่อไปเรื่อย ๆ ฮอร์โมนเพศชายอาจลดต่ำลง และส่งผลต่ออสุจิได้ในที่สุด ปฏิกิริยาการตอบสนองก็จะลดน้อยถอยลงไปด้วย และสำหรับผู้หญิงที่ผ่านพ้นช่วงวัยหมดประจำเดือน อาการที่รู้สึกร้อนวูบวาบและการนอนก็จะยิ่งย่ำแย่ลงไปอีก

ผลร้ายต่อร่างกายจากความวิตกกังวลข้างต้น จะเห็นได้ว่า ล้วนแล้วแต่ส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวทั้งสิ้น ในเวลานี้ คุณ ๆ ทั้งหลายอาจมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แถมอายุของตนก็ยังไม่มากอีกต่างหาก แต่ทว่า แม้จะฟื้นตัวได้เร็ว แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่าคุณจะเพิกเฉยต่อมันได้ เพราะท้ายที่สุดแล้ว ความเครียดและความวิตกกังวลเหล่านี้สามารถสะสมพอกพูนอยู่ในตัวคุณมากขึ้นเรื่อย ๆ ต่อเนื่องไปไม่หยุด จริงไหม?

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าความเครียดที่เกิดขึ้นนั้นจะไม่มีวิธีปล่อยวางเสียเลย อยู่ที่ว่า คุณจะลองนำมันไปใช้ดูไหม  ซึ่งวิธีเบื้องต้นที่คุณสามารถลองนำไปปฏิบัติดูได้ อาทิ การทำสมาธิเพื่อให้ใจและอารมณ์สงบนิ่ง การเผชิญหน้ากับความจริง การไม่คาดหวังมากจนเกินไป (ให้ลองพิจารณาความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นบนพื้นฐานของเหตุและผลแทน) การเรียนรู้การแผ่เมตตาให้แก่ปัญหารอบด้านและคนรอบข้าง และท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่จำเป็นที่สุดในการช่วยขจัดความเครียดและความวิกกังวล คือ “ตระหนักไว้เสมอว่า ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนไม่เที่ยง” ความสุขที่เกิดขึ้น เดี๋ยว ๆ มันก็จากเราไป และปัญหาที่เกิดขึ้นก็เช่นเดียวกัน...เดี๋ยวมันก็ผ่านพ้นไป

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
การใช้ Paxil สำหรับโรควิตกกังวล
การใช้ Paxil สำหรับโรควิตกกังวล

Paxil ทำงานอย่างไร ผลข้างเคียง และข้อมูลอื่นๆ

วิธีการจัดการกับโรควิตกกังวล
วิธีการจัดการกับโรควิตกกังวล

คุณสามารถควบคุมโรคนี้ได้หากได้รับความช่วยเหลือ

แนวทางการวินิจฉัยโรควิตกกังวลตาม DSM5
แนวทางการวินิจฉัยโรควิตกกังวลตาม DSM5

อาการของโรคนี้คืออะไรแล้วจะใช้การประเมินอย่างไร?