การคุมกำเนิด

ทำความรู้จักถุงยางอนามัยกับวิธีใช้งานอย่างถูกต้องแบบครบวงจร

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
Istock 504987552 %281%29

ทำความรู้จักถุงยางอนามัยกับวิธีใช้งานอย่างถูกต้องแบบครบวงจร

การใช้ถุงยางอนามัยจะสามารถช่วยในการคุมกำเนิดได้ดีกว่าอีกหลายวิธี ซึ่งหากใช้อย่างถูกต้องจะช่วยในการป้องกันการตั้งครรภ์และการเกิดโรคติดต่อทางการมีเพศสัมพันธ์ได้ นอกจากนี้แล้ว ถุงยางอนามัยยังช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการร่วมเพศให้มากขึ้นได้ ซึ่งจะเห็นได้จากการที่ถุงยางมีความแตกต่างกันทั้งในเรื่องขนาด รูปร่างและสีสัน มีทั้งแบบเรียบและแบบที่มีกระเปาะ(ถุงเก็บน้ำอสุจิที่ส่วนปลาย ) มีชนิดที่มีกลิ่นและรสของผลไม้ มีกลิ่นน้ำหอม มีมากมายหลายสีให้เลือก มีชนิดที่เรืองแสงได้ในที่มืดทั้งแบบทึบแสงและแบบบางใส หรือชนิดที่ช่วยให้การร่วมเพศนานขึ้นได้ด้วยการเคลือบสารหรือยาบางชนิด นอกจากนี้ ยังมีถุงยางอนามัยสำหรับผู้หญิงแต่อาจไม่เป็นที่นิยมมากนัก รวมทั้งยังมีถุงยางอนามัยแบบที่ใช้สำหรับออรัลเซ็กซ์ที่เรียกว่าแผ่นแดม (Dental dam) อีกด้วย

ถุงยางอนามัยทำมาจากอะไร?

ในปัจจุบันถุงยางอนามัยผลิตจากยางธรรมชาติ (Latex) หรือที่เรียกว่า “Male Latex Condom” ซึ่งนอกจากจะมีราคาถูกแล้วยังได้รับการรับรองในเรื่องของคุณภาพและความทนทานและยังสามารถใช้ร่วมกับสารหล่อลื่นที่มีส่วนผสมของน้ำได้ เช่น      เควาย เจล (K-Y jelly) แต่ถ้าเป็นสารที่มีน้ำมันเป็นส่วนผสมอาจจะทำให้ถุงยางเกิดการเสื่อมสภาพและชำรุดฉีกขาดได้ แต่หากใครแพ้ยางธรรมชาติก็อาจใช้ถุงยางอนามัยที่ผลิตมาจากสารสังเคราะห์ เช่น Polyurethane (Polyurethane Condoms) แทนได้เช่นกัน

ถุงยางมีหลายแบบ หลายยี่ห้อ แตกต่างกันที่ตรงไหน?

1.ชนิด ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิดคือ ชนิดที่ทำจากน้ำยางธรรมชาติ (Latex Condom) และชนิดที่ทำจากสารสังเคราะห์ (Polyurethane Condom)

2.ขนาด มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 13 ขนาด คือมีขนาดตั้งแต่ 44 มิลลิเมตร จนถึง 56 มิลลิเมตร

3.ความบาง โดยทั่วไปถุงยางอนามัยจะมีความหนาตามมาตรฐานคือ 0.05-0.07 มม. แต่ในปัจุบันได้มีการผลิตถุงยางที่มีความบางเป็นพิเศษเพียง 0.02-0.01 มม.ออกมาอีกด้วย

4.รูปทรง มีทั้งแบบเป็นทรงกระบอกตรง (straight) และแบบลูกคลื่น (rippled)

5.ลักษณะก้นถุง มีทั้งแบบเรียบหรือมน (plain) และแบบที่เป็นกระเปาะ (reservoir-ended or teat) สำหรับเก็บน้ำอสุจิ

6.ผิวถุงยาง มีหลายแบบให้เลือกทั้งแบบที่เป็นผิวเรียบ (smooth) และแบบผิวไม่เรียบ (textured) หรือผิวขรุขระ

7.สีสัน มีมากมายให้เลือกทั้งแบบสีธรรมชาติ หลากลายสี ประกายรุ้ง และแบบเรืองแสง

8.กลิ่นและรส สำหรับการทำ oral sex ซึ่งก็มีหลายกลิ่นหลายรสให้เลือกตามความชอบ

9.คุณสมบัติพิเศษ มีสารหล่อลื่น, สารชะลอการหลั่ง, สารฆ่าเชื้ออสุจิและป้องกันโรคติดต่อ เป็นต้น

ประสิทธิภาพของถุงยาง

หากใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกวิธี (Perfect use) จะทำให้โอกาสที่การคุมกำเนิดจะล้มเหลวมีอยู่เพียง 2% เท่านั้น หรือหากเทียบเป็นจำนวนการตั้งครรภ์ต่อปี (first year of use) แล้ว ผู้หญิงที่มีการใช้ถุงยางอนามัยชายในการคุมกำเนิดจำนวน 100 คนจะมีโอกาสที่จะตั้งครรภ์เพียงแค่ 2 เท่านั้น แต่จากการใช้งานจริง พบว่ามีความล้มเหลวในการคุมกำเนิดเพิ่มขึ้นเป็น 18% หรือคิดเป็น 1 ใน 5 คน จากผู้ที่ใช้วิธีนี้ในการคุมกำเนิด ซึ่งก็มาจากสาเหตุหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ถุงยางไม่ถูกวิธี    ไม่ใช้อย่างสม่ำเสมอ ใช้สลับกับการคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่น หรือถุงยางอนามัยมีการชำรุดฉีกขาดหรือรั่วซึม แต่การใช้ถุงอนามัยก็ยังเป็นการคุมกำเนิดที่ช่วยป้องกันการเกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าการคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่น อย่างไรก็ดีการใช้ถุงยางอนามัยก็ยังไม่อาจที่จะป้องกันการตั้งครรภ์ได้ 100% นอกจากนี้แล้วเชื้อกามโรคหลายชนิดก็สามารถที่จะติดต่อกันได้มากมายหลายช่องทางอีกด้วย

ซื้อถุงยางได้ที่ไหน?

สำหรับผู้ที่ต้องการจะซื้อถุงยางก็สามารถหาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อ หรือหากเขินหรือกลัวว่าจะมีคนรู้จักพบเห็นก็สามารถสั่งซื้อผ่านอินเตอร์เน็ต เช่น ผ่าน honestdocs ก็ได้

ใครควรใช้ถุงยาง

ผู้ที่ต้องการจะคุมกำเนิดและผู้ที่จะมีการร่วมเพศกับคนขายบริการ กับคนที่ฉีดยาเสพติดเข้าเส้น หรือกับคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักคุ้นเคย

ออรัลเซ็กส์ ต้องใช้ถุงยางหรือไม่?

ทุกช่องทางในการมีเพศสัมพันธ์อาจทำให้มีโอกาสเสี่ยงที่จะติดเชื้อได้ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นจึงต้องใส่ถุงยางอนามัยทุกครั้งไม่ว่าจะทางช่องคลอด ทางปาก หรือทางทวารหนัก เพราะเราไม่อาจรู้ได้จะมีการติดเชื้อตามมาหรือไม่

วิธีการใส่ถุงยาง

1.ควรมีการฝึกใช้ถุงยางก่อนการใช้งานจริง เพื่อที่จะได้ทราบขนาดที่เหมาะสม หรือดูว่ามีอาการแพ้ถุงยางที่ผลิตจากยางหรือไม่ เพื่อที่จะได้เลือกใช้ชนิดที่เป็นสารสังเคราะห์แทน

2.การแกะซองควรแกะอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้ซองชำรุดฉีกขาด เมื่อแกะออกมาแล้วควรตรวจดูว่าถุงยางมีรูรั่วหรือไม่ และไม่ควรที่จะลืมดูวันหมดอายุ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วถุงยางจะมีอายุการใช้งานประมาณ 3-5 ปีเท่านั้น และควรที่จะเก็บรักษาอย่างถูกต้องเพื่อป้องกันถุงยางเสื่อมสภาพหรือมีการรั่วซึมเกิดขึ้น และควรเตรียมถุงยางไว้หลาย ๆ อันเผื่อกรณีเกิดการชำรุดฉีกขาด หลุด หรือไม่พอเพียงต่อการใช้งาน

3.ส่วนการใส่ถุงยางอนามัยนั้น จะใส่เมื่ออวัยวะเพศแข็งตัวเต็มที่ ให้รอยม้วนของขอบถุงยางอนามัยอยู่ด้านนอกเพื่อป้องกันการใส่กลับด้าน หากเป็นถุงยางอนามัยชนิดที่มีกระเปาะเก็บน้ำอสุจิอยู่ที่ปลายถุงให้ใช้มือบีบตรงปลายกระเปาะเพื่อไล่อากาศออกให้หมดจนแบนเสียก่อน แต่หากเป็นถุงยางอนามัยแบบเรียบไม่มีกระเปาะ ให้ดึงปลายถุงยางออกมาประมาณครึ่งนิ้วเพื่อให้มีพื้นที่เอาไว้สำหรับเก็บน้ำอสุจิ จากนั้นให้ใช้อีกมือหนึ่งจับถุงยางแล้วนำมาสวมใส่ตรงส่วนปลายอวัยวะเพศขณะกำลังแข็งตัว แล้วใช้นิ้วรูดถุงยางอนามัยที่ม้วนอยู่ด้านนอกให้แนบไปกับอวัยวะเพศไปจนถึงส่วนโคนของอวัยวะเพศ

4.และหลังจากที่มีการหลั่งน้ำอสุจิแล้ว ให้รีบใช้นิ้วมือบีบรัดถุงยางอนามัยให้แนบกับโคนอวัยวะเพศ (เพื่อป้องกันการหกหรือไหลย้อนออกมาของน้ำอสุจิ) จากนั้นจึงค่อยถอนอวัยวะเพศพร้อมถุงยางอนามัยออกมาในขณะที่อวัยวะเพศยังคงแข็งตัวอยู่ เมื่อถอนอวัยวะเพศออกมาแล้ว ให้รูดถุงยางออก แล้วบีบถุงยางให้แน่น รูดให้น้ำอสุจิไปอยู่ที่ปลายถุง พร้อมกับตรวจดูว่ามีน้ำอสุจิรั่วซึมหรือถุงยางมีรอยฉีกขาดหรือไม่ จากนั้นให้ผูกมัดถุงยางที่ปากถุงให้เรียบร้อย แล้วใช้กระดาษห่อให้มิดชิดแล้วจึงนำไปทิ้ง

เท่านี้ก็คงพอจะเข้าใจเกี่ยวกับถุงยางกันมากขึ้นแล้วใช่ไหมเอ่ย ดังนั้นหนุ่มๆ ควรหันมาใส่ถุงยางกันบ้างดีกว่า เพราะนอกจากจะป้องกันการตั้งครรภ์ของฝ่ายหญิงได้แล้วก็สามารถป้องกันการติดเชื้อหรือโรคต่างๆ ทางเพศสัมพันธ์ได้อีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามอย่าลืมเลือกขนาดถุงยางให้เหมาะสมและใส่ให้ถูกวิธีด้วย

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่