Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

ยาแก้อักเสบ กินอย่างไรให้ถูกต้อง เลี่ยงอันตรายจากการใช้ยา

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,909,967 คน

ยาแก้อักเสบ กินอย่างไรให้ถูกต้อง เลี่ยงอันตรายจากการใช้ยา

รีวิวโดยทีมแพทย์และเภสัชกร HonestDocs วันที่ 08/04/2562

หากรู้สึกเจ็บคอ คุณจะเลือกใช้ยาอะไร "ยาแก้อักเสบ" หรือ "ยาปฏิชีวนะ" หรือหากคุณมีอาการปวดกล้ามเนื้อ จะเลือกใช้ยาอะไร ถ้ายังลังเลไม่แน่ใจว่าจะต้องใช้ยาชนิดไหน แนะนำให้อ่านบทความนี้ เพราะหากเลือกใช้ยาผิดอาจทำให้เกิดอันตรายจากการใช้ยาได้ 

ยาแก้อักเสบ VS ยาฆ่าเชื้อ

  1. ยาแก้อักเสบชนิดเม็ดรับประทานและชนิดฉีด (Anti-Inflammatory drugsใช้สำหรับรักษาอาการอักเสบที่กล้ามเนื้อ เส้นเอ็นอักเสบ หรือข้ออักเสบ โดยสามารถหาซื้อยากลุ่มนี้ได้ตามร้านขายยาทั่วไป 
  2. ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) หรือยาฆ่าเชื้อ มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุของการติดเชื้อในลำคอ ทำให้ผู้ป่วยมีอาการเจ็บคอเนื่องจากการเป็นหวัด

ดังนั้น คุณต้องระมัดระวังอย่าจำสับสนกันระหว่างการใช้ตัวยาทั้ง 2 กลุ่มนี้เป็นอันขาด เพราะการรับประทานยาผิด นอกจากจะไม่ช่วยให้อาการดีขึ้นแล้ว ยังอาจทำให้เกิดอาการข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ตามมาได้

วิธีการกินยาแก้อักเสบที่ถูกต้อง

  1. ต้องรับประทานยาหลังอาหารเท่านั้น และหลังจากกินยาจะต้องดื่มน้ำตามมากๆ เพราะยานี้มีฤทธิ์ทำให้กระเพาะอาหารระคายเคืองได้
  2. เมื่ออาการอักเสบของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นทุเลาลงหลังรับประทานยา ต้องหยุดรับประทานทันที เพราะว่ายาแก้อักเสบเป็นยาที่ใช้สำหรับบรรเทาอาการเท่านั้น หากกินติดต่อกันไปนานๆ จะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร การไหลเวียนของเลือดผิดปกติ เกิดภาวะความดันโลหิตสูงตามมา และนำไปสู่ภาวะไตวายได้ในที่สุด
  3. เมื่อเป็นหวัดและมีอาการเจ็บคอจะต้องรับประทานยาฆ่าเชื้อ หรือ "ยาปฏิชีวนะ" (Antibiotics) เท่านั้น อย่าจำสับสนกันเด็ดขาด
  4. เมื่อรับประทานยาชนิดใดก็ตาม แล้วมีอาการผื่นคันขึ้นตามตัว หายใจลำบาก แน่นหน้าอก ปากบวม ตาบวม ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของอาการของการแพ้ยา
  5. ยาแก้อักเสบชนิดเม็ดรับประทานและชนิดฉีดมีคุณสมบัติแบบเดียวกัน แต่มีราคาไม่เท่ากัน โดยชนิดฉีดจะมีราคาที่แพงกว่าชนิดรับประทานถึง 10 เท่า
  6. หากลืมรับประทาน ให้รับประทานทันทีที่นึกได้ แม้จะเป็นช่วงเวลาที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม แต่ก็ยังดีกว่าการไม่ได้กินยาเลย
  7. ผู้ที่มีโรคแผลในกระเพาะอาหาร หัวใจวาย โรคตับ โรคไต หรือความดันโลหิตสูง ควรระมัดระวังในการใช้ยา เพราะจะทำให้อาการแย่ลงได้

ควรกินยาแก้อักเสบกี่วัน?

ระยะเวลาในการใช้ยาแก้อักเสบขึ้นอยู่กับชนิดของยา จุดประสงค์ของการรักษา และภาวะสุขภาพของผู้ป่วย หากมีไข้ ไม่ควรใช้ยานี้ติดต่อนานเกิน 3 วัน และไม่ควรใช้ยาแก้อักเสบเพื่อบรรเทาอาการปวดเป็นเวลานานเกินกว่า 10 วัน เว้นแต่เป็นคำสั่งจากแพทย์ เพราะการใช้ยาแก้อักเสบติดต่อนานเกินไปจะทำให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายได้ ดังนั้น ควรสอบถามวิธีการใช้ยาและระยะเวลาในการใช้ยาจากแพทย์หรือเภสัชกรให้แน่ใจทุกครั้งที่ใช้

ตัวยาแก้อักเสบอาจออกฤทธิ์ภายในไม่กี่ชั่วโมง หรืออาจใช้เวลานานกว่านั้น คือประมาณ 1-2 สัปดาห์กว่าจะเห็นผล ขึ้นอยู่กับประเภทของยาที่แพทย์สั่งให้ใช้ ซึ่งจะพิจารณาตามอาการ สุขภาพ อายุ และปัจจัยอื่นๆ ของผู้ป่วย โดยยาที่ออกฤทธิ์เร็วนั้นมักต้องรับประทานทุก 4-6 สัปดาห์ ซึ่งมักแนะนำให้ใช้ในผู้ป่วยที่กล้ามเนื้อบาดเจ็บเฉียบพลัน ส่วนผู้ป่วยที่ต้องใช้ยาเป็นระยะเวลานานอาจแนะนำให้รับประทานวันละ 1-2 ครั้งเท่านั้น

ยาแก้อักเสบเป็นยาที่หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป แต่อย่าลืมว่าการกินยาแก้อักเสบจะต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร ที่สำคัญผู้ป่วยต้องระบุถึงอาการที่เป็นอยู่ให้ชัดเจนเพื่อที่แพทย์หรือเภสัชกรจะได้รักษาและจ่ายยาให้ได้อย่างถูกต้อง

ที่มาของข้อมูล
  1. แพทย์และกองบรรณาธิการ Uptodate, Patient education: Nonsteroidal antiinflammatory drugs (NSAIDs) (The Basics)(https://www.uptodate.com/conte...)
  2. Daniel H Solomon, MD, MPH, Patient education: Nonsteroidal antiinflammatory drugs (NSAIDs) (Beyond the Basics) (https://www.uptodate.com/conte...), March 2019

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป