กองบรรณาธิการ HD
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD
พญ.วรรณวนัช เสถียรธรรมมณี
ตรวจสอบความถูกต้องโดย
พญ.วรรณวนัช เสถียรธรรมมณี
การรักษา

รักษาอาการน้ำมูกไหล

แนะนำวิธีการรักษาอาการน้ำมูกไหลจากไข้หวัดแบบธรรมชาติ ไม่ต้องรับประทานยา
เผยแพร่ครั้งแรก 28 ต.ค. 2018 อัปเดตล่าสุด 11 พ.ค. 2020 ตรวจสอบความถูกต้อง 27 เม.ย. 2020 เวลาอ่านประมาณ 3 นาที
รักษาอาการน้ำมูกไหล

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • น้ำมูกไหล เป็นอาการที่พบได้บ่อยในทุกเพศทุกวัย
  • สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้เกิดอาการน้ำมูกไหลคือ การติดเชื้อไวรัสในโพรงจมูกจากการเป็นโรคไข้หวัด และอาการแพ้ของโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้
  • น้ำมูกไหลที่เกิดจากโรคไข้หวัดจะมีลักษณะข้น หรือใสก็ได้ โดยจะมีอาการร่วมกับอาการคัดจมูก เป็นไข้ ตัวร้อน อ่อนเพลีย เจ็บคอ แสบคอ ปวด หรือมึนศีรษะ มักหายได้เองภายใน 7-10 วัน โดยไม่ต้องรับประทานยา
  • วิธีบรรเทาอาการน้ำมูกไหลจากโรคไข้หวัดด้วยตัวเอง เช่น ดื่มน้ำให้มากๆ หรือดื่มชาร้อน อบไอน้ำที่ใบหน้า อาบน้ำร้อน หรือล้างจมูกด้วยกาเนติ
  • ผู้ป่วยโรคไข้หวัดควรพักผ่อนให้มากๆ อย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมง จะช่วยให้หายจากโรคไข้หวัดได้เร็วขึ้น และสามารถฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ เพื่อป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ หรือลดความรุนแรงเมื่อเกิดโรคได้ (ดูแพ็กเกจฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ที่นี่)

น้ำมูกไหล เป็นอาการที่พบได้บ่อยในทุกคน และสามารถรักษาให้หายได้ง่ายๆ ที่บ้าน

สาเหตุที่ทำให้เกิดน้ำมูกไหลที่พบบ่อยที่สุดคือ การติดเชื้อไวรัสในโพรงจมูกจากการเป็นโรคไข้หวัด รองลงมาคือ เป็นอาการของโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 474 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

ทั้งนี้สาเหตุที่แตกต่างกันจะทำให้วิธีการรักษาแตกต่างกันไปด้วย ดังนั้นเราต้องแยกให้ออกก่อนว่า อาการน้ำมูกไหลเกิดขึ้นจากสาเหตุอะไร เพื่อที่จะได้เลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมนั่นเอง

น้ำมูกไหลจากไข้หวัดและโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ แตกต่างกันอย่างไร?

อาการน้ำมูกไหลที่เกิดจากโรคไข้หวัด หรือที่เรียกว่า "โรคจมูกอักเสบจากการติดเชื้อไวรัส (Viral rhinitis)" ผู้ป่วยจะมีน้ำมูกข้นหรือใสก็ได้

ผู้ป่วยมักมีอาการร่วมกับอาการคัดจมูก ตัวร้อน มีไข้ เจ็บคอ หรือแสบคอ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ หรือมึนศีรษะ ส่วนมากมักจะหายได้เองภายใน 7-10 วัน โดยไม่ต้องรับประทานยา เพียงแค่พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมากๆ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เท่านั้น

ส่วนอาการน้ำมูกไหลที่เกิดจากโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ หรือโรคแพ้อากาศนั้น เป็นอาการที่มักเกิดขึ้นทันทีหลังจากที่สัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ เช่น ไรฝุ่น หรือขนสัตว์ โดยน้ำมูกจะมีลักษณะใส และเป็นๆ หายๆ

ผู้ป่วยที่เป็นโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้นั้นจะไม่มีอาการตัวร้อน ไข้ และไม่ติดต่อเหมือนผู้ป่วยโรคไข้หวัด แต่จะมีอาการคันคอร่วมด้วยแทนโดยวิธีการรักษาคือ หลีกเลี่ยงสารที่ทำให้เกิดอาการแพ้ หรือบรรเทาอาการด้วยการรับประทานยาแก้แพ้

วิธีบรรเทาอาการน้ำมูกไหลที่เกิดจากโรคไข้หวัด

หากคุณชื่นชอบการรักษาแบบธรรมชาติ ไม่อยากรับประทานยา สามารถทำได้ด้วยวิธีการต่อไปนี้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 474 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

1. ดื่มน้ำมากๆ

การดื่มน้ำมากๆ นอกจากจะช่วยให้ร่างกายไม่ขาดน้ำแล้ว ยังช่วยทำให้มูกที่อยู่ในโพรงจมูกบางลงและไหลออกมา ทำให้สามารถสั่งน้ำมูกได้ง่ายขึ้น

หากผู้ป่วยโรคไข้หวัดรับประทานน้ำน้อย น้ำมูกจะมีลักษณะเหนียว ข้น และทำให้คัดจมูกมากขึ้น อีกทั้งยังเกิดอาการอ่อนเพลียจากการขาดน้ำได้อีกด้วย

ในระหว่างที่ป่วยเป็นโรคไข้หวัด ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่ทำให้กระหายน้ำมากขึ้น เช่น กาแฟ หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

2. ชาร้อน

เครื่องดื่มอุ่นๆ เช่น ชาร้อน สามารถช่วยบรรเทาอาการน้ำมูกไหลได้มากกว่าการดื่มเครื่องดื่มที่เย็น เนื่องจากความร้อนและไอน้ำจะช่วยเปิดทางเดินหายใจ ทำให้หายใจได้โล่งขึ้น และลดอาการคัดจมูก

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 474 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

นอกจากนี้ชาสมุนไพรบางชนิดยังมีสรรพคุณทางยาที่ช่วยลดอาการคัดจมูกได้เล็กน้อย อีกทั้งยังช่วยลดการอักเสบและอาการแพ้ได้ด้วย เช่น ชาคาโมไมล์ ชาขิง ชามิ้นต์

ผู้ป่วยควรชงชาสมุนไพรร้อนและสูดดมไอน้ำก่อนที่จะรับประทาน ในระหว่างที่มีน้ำมูกนั้นอาจจะมีอาการเจ็บคอร่วมด้วย  ซึ่งการดื่มชาร้อนก็สามารถช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอได้เช่นกัน

3. อบไอน้ำที่ใบหน้า

การหายใจเข้าเอาไอน้ำร้อนเข้าไปในร่างกายสามารถช่วยบรรเทาอาการคัดจมูกได้และช่วยทำให้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น โดยมีวิธีการอบไอน้ำที่ใบหน้าดังนี้

  • ตั้งเตาและใส่น้ำอุ่นในภาชนะที่สะอาด
  • อุ่นให้ร้อนเพียงพอที่จะเกิดไอน้ำ แต่ไม่ต้องเดือด
  • ให้หน้าอยู่เหนือไอน้ำครั้งละ 20-30 นาที ในระหว่างนี้ให้หายใจเข้าลึกๆ ผ่านทางจมูก และหยุดพักหากรู้สึกร้อนที่ใบหน้าเกินไป
  • ให้สั่งน้ำมูกเพื่อกำจัดมูกออกจากจมูก

ผู้ป่วยสามารถเพิ่มน้ำมันที่ช่วยลดอาการคัดจมูกลงในน้ำได้ เช่น น้ำมันยูคาลิปตัส เปปเปอร์มิ้นต์ ต้นสน โรสแมรี่ สเปียร์มิ้นท์ ต้นชา และต้นไธม์

ขนาดน้ำมันที่ใช้ คือ ประมาณ 2 หยดต่อน้ำ 1 ออนซ์

หากคุณไม่มีน้ำมันหอมระเหยเหล่านี้ให้ใช้สมุนไพรแบบแห้งแทน โดยให้ทำเป็นชาก่อนจะสูดเอาไอน้ำเข้าไป ก็จะได้ผลลัพธ์ในแบบเดียวกัน

4. อาบน้ำอุ่น

หากต้องการบรรเทาอาการอย่างรวดเร็ว ให้ลองอาบน้ำอุ่น เพราะการอาบน้ำอุ่นสามารถช่วยบรรเทาอาการคัดจมูกและน้ำมูกไหลได้ เช่นเดียวกับการดื่มชาร้อนและการอบไอน้ำที่ใบหน้า

โดยระหว่างอาบน้ำให้ใบหน้าและโพรงจมูกของคุณสัมผัสกับไอน้ำ และละอองน้ำโดยตรงเพื่อให้ได้ผลที่ดีที่สุด

5. ล้างจมูกด้วยกาเนติ (Neti pot)

ผู้ป่วยสามารถใช้กาเนติล้างจมูก ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการน้ำมูกไหล และอาการไม่สบายที่เกิดขึ้น

กาเนตินั้นจะมีลักษณะคล้ายกาน้ำชาขนาดเล็ก วิธีการใช้คือ ใส่น้ำเกลืออุ่นลงไป ก่อนที่จะเทเข้าที่รูจมูกข้างหนึ่ง และให้น้ำเกลือไหลออกไปอีกข้างหนึ่ง

วิธีนี้จะช่วยทำความสะอาดโพรงจมูกได้ค่อนข้างทั่ว โดยเวลาใช้ให้ทำตามคำแนะนำที่ฉลากผลิตภัณฑ์ เพราะถ้าหากใช้ไม่ถูกต้อง อาจทำให้อาการคัดจมูกรุนแรงขึ้น หรืออาจทำให้เกิดการติดเชื้อในโพรงจมูกได้

วิธีบรรเทาอาการน้ำมูกไหลเหล่านี้สามารถช่วยบรรเทาอาการน้ำมูกไหลได้โดยไม่ต้องใช้ยา แต่ผู้ป่วยก็ต้องให้ความสำคัญกับการพักฟื้นร่างกายด้วย

ระหว่างที่ป่วยเป็นไข้หวัดนั้นควรพักผ่อนให้มากๆ อย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมง ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น และสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อต้องอยู่ร่วมกับผู้อื่น เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไวรัส

ดูแพ็กเกจฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ เปรียบเทียบราคา โปรโมชั่นล่าสุดจากโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำได้ที่นี่ หรือไม่พลาดทุกการอัปเดตแพ็กเกจต่างๆ เมื่อกดเป็นเพื่อนทางไลน์ @HonestDocs และกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


13 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
WebMD, Cold Medicine Options for Cough, Stuffy Nose, Runny Nose, and More (https://www.webmd.com/cold-and-flu/cold-medicines-adults#1), 17 February 2020.
The New York Times, O’Connor A., The claim: Drink plenty of fluids to beat a cold (http://www.nytimes.com/2011/01/11/health/11really.html), 12 February 2020.
Stacy Sampson, D.O., What home remedies can help with a runny nose? (https://www.medicalnewstoday.com/articles/320992), 25 April 2020.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป