ความรู้สุขภาพ

8 วิธีการแก้ขอบตาดำ

รวม 8 วิธีแก้ปัญหาขอบตาดำคล้ำ ตั้งแต่การปรับพฤติกรรม ใช้สูตรสมุนไพรช่วย จนถึงยิง IPL
เผยแพร่ครั้งแรก 20 เม.ย. 2018 อัปเดตล่าสุด 11 ก.พ. 2020 เวลาอ่านประมาณ 2 นาที
8 วิธีการแก้ขอบตาดำ

ปัญหาขอบตาดำหรือรอยคล้ำใต้ตาที่สาวๆ ชอบเรียกกันว่า “ตาหมีแพนด้า” เป็นปัญหาผิวหน้าที่พบได้ในทุกเพศทุกวัย และมักจะสังเกตเห็นได้ว่าเป็นมากขึ้นแปรผันตามกับอายุที่มากขึ้นด้วยเช่นกัน แต่ถึงจะไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพมากนัก ก็ยังมีส่วนสำคัญที่ทำให้แลดูเหนื่อยล้าไม่สดใส หน้าตาอมทุกข์ รวมถึงดูแก่กว่าอายุความเป็นจริง ซึ่งเราสามารถแก้ไขได้ด้วย 8 วิธีแก้ขอบตาดำดังต่อไปนี้

1. ดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ

ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ อย่างเช่นผักผลไม้ต่างๆ ที่อุดมไปด้วยวิตามินและเกลือแร่จำเป็นต่อร่างกาย รวมทั้งสารต้านอนุมูลอิสระหลากหลายชนิด อีกทั้งควรดื่มน้ำเปล่าในแต่ละวันให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย จะช่วยแก้ขอบตาดำได้พอสมควร

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจตา รักษาโรคตาวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 427 บาท ลดสูงสุด 1950 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

186

2. ทาครีมรอบดวงตาทุกวัน

เลือกใช้ครีมบำรุงรอบดวงตาที่มีส่วนประกอบของสารประเภท Whitening Agent โดยทาอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอทุกวัน จะช่วยให้ผิวรอบดวงตาที่หมองคล้ำแลดูจางลงได้

3. นวดประคบดวงตา

เพียงแค่ใช้นิ้วชี้กดเบาๆ ที่บริเวณใต้ตาด้านล่าง กดจากซ้ายไปขวาซ้ำไปมาประมาณ 10 ครั้ง หรืออาจจะใช้ผ้าขนหนูเนื้อนุ่มสะอาดๆ ชุบน้ำอุ่น แล้วนำมาประคบบนเปลือกตาทิ้งไว้ 5 นาที จากนั้นจึงค่อยล้างด้วยน้ำเย็นจัด ต่อด้วยการหลับตาและใช้นิ้วกลางกดที่บริเวณหางคิ้วทั้งสองข้าง โดยใช้นิ้วโป้งช่วยกดเบ้าตาที่ด้านหัวตาค้างไว้สัก 5 วินาที และปล่อย ทำซ้ำแบบนี้ประมาณ 5-10 ครั้ง

4. ทำทรีตเมนต์บำรุงผิวรอบดวงตา

สาวๆ สามารถทำทรีทเม้นท์บำรุงผิวรอบดวงตาเพื่อแก้ขอบตาดำได้ด้วยตัวเอง ตั้งแต่วิธีแรกคือนำสำลีจุ่มน้ำเย็นจัดๆ แล้ววางบนเปลือกตาทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วหยิบออก

วิธีที่สองคือใช้ช้อนสแตนเลสแช่ในช่องน้ำแข็งให้เย็นจัดๆ แล้วนำมาประคบที่บริเวณผิวใต้ตา ส่วนวิธีที่สามให้ผสมเกลือป่น 1 ช้อนชา กับน้ำร้อนครึ่งถ้วย คนให้ละลายแล้วนำสำลีหรือผ้าสะอาดเนื้อนุ่มชุบน้ำเกลือ แล้วประคบที่ใต้ตาทิ้งไว้ 15 นาที จึงค่อยล้างออก โดยทำอย่างต่อเนื่องจะช่วยแก้ขอบตาดำให้จางลงได้

5. พอกสมุนไพร

ในบ้านเราอุดมไปด้วยสมุนไพรจำนวนมากที่ดีต่อการบำรุงผิวพรรณ สำหรับวิธีแก้ขอบตาดำนั้น เรามีสูตรสมุนไพรไทยมาแนะนำดังนี้

  • ว่านหางจระเข้ นำว่านหางจระเข้มาล้างให้สะอาดแล้วปอกเปลือกเอาแต่วุ้นสดๆ นำมาสับหรือปั่นให้ละเอียด จากนั้นพอกที่ใต้ตาแล้วนวดเป็นวงกลม ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที จึงค่อยล้างออกให้เกลี้ยง ทำสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง
  • มะขามเปียก น้ำผึ้ง และนมสด ใช้มะขามเปียก 1 กำมือ ผสมกับน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ และนมสด 2 ช้อนโต๊ะ คนให้เป็นเนื้อเดียวกันแล้วทาบริเวณรอบดวงตา ทิ้งไว้ประมาณ 15 – 20 นาที จึงค่อยล้างออกให้สะอาด

6. มาส์กใต้ตาด้วยแผ่นเจล

ช่วงเวลาที่เราเร่งรีบหรืออาจจะไม่สะดวกต่อการเตรียมสมุนไพร ปัจจุบันในท้องตลาดมีแผ่นเจลสำหรับมาส์คบำรุงผิวรอบดวงตาเพื่อแก้ขอบตาดำอีกด้วย ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายและสะดวกสบายอย่างยิ่ง โดยนำมาแช่เย็นจัดๆ แล้วแปะใต้ตา ทำซ้ำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ก็จะช่วยให้รอยหมองคล้ำใต้ตาหายไปได้

7. ฉีดฟิลเลอร์เสริมใต้ตา

ในบางกรณีที่รอยคล้ำใต้ตาเกิดจากร่องใต้ตาลึกเกินไป ซึ่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องจากการนอนดึกหรือพักผ่อนน้อยเกินไป จึงทำให้สังเกตเห็นเป็นเงาคล้ายๆ รอยขอบตาคล้ำ ดังนั้นการฉีดฟิลเลอร์กับแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญจะสามารถลดเลือนร่องใต้ตาที่ดูลึกเกินไป จึงเป็นวิธีแก้ขอบตาดำอีกวิธีหนึ่งที่ได้ผลดีเลยทีเดียว

8. ทำ IPL

หากสาวๆ ทำมาทุกวิธีที่กล่าวมาข้างต้นแล้วยังไม่ได้ผล อาจจะต้องใช้วิธีแก้ขอบตาดำด้วยการใช้เครื่อง IPL ซึ่งเป็นการยิงเลเซอร์เข้าไปทำลายเม็ดสีผิวให้แตกตัว จะช่วยลดเลือนทั้งรอยหมองคล้ำและริ้วรอยที่ไม่พึงประสงค์ แต่ต้องทำหลายครั้งและมีค่าใช้จ่ายสูงพอสมควร จึงจะได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ


2 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Beth Sissons, how-to-solve-dark-eyes (https://www.medicalnewstoday.com/articles/325989.php), August 8, 2019
Kiara Anthony, how-to-solve-dark-eyes (https://www.healthline.com/health/dark-circle-under-eyes), June 20, 2018

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป