การดูแลผู้สูงอายุ

วิธีฟื้นความจำสำหรับผู้สูงอายุ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
วิธีฟื้นความจำสำหรับผู้สูงอายุ

คุณเริ่มมีปัญหาเหล่านี้แล้วหรือยัง

  • จำชื่อคนที่รู้จักไม่ได้
  • จำเบอร์โทรศัพท์ไม่ได้ทั้งๆที่เคยจำได้ขึ้นใจ
  • วางกุญแจไว้ที่ไหนนะ
  • กำลังจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ถูกขัดจังหวะก็เลยลืมสิ่งที่ตั้งใจจะพูด

หลายๆคนที่มีปัญหาเหล่านี้มักจะโทษว่า “แก่แล้ว ขี้ลืม” บางคนก็โทษว่ามียีนขี้ลืม หรือชีวิตที่ยุ่ง

มากทำให้ได้หน้าลืมหลัง แต่จะมีสักกี่คนที่จะหันมามอง อาหารที่กินในชีวิตประจำวัน เนื่องจากสิ่งที่เราเลือกกินทุกสิ่งมีผลต่อความคิด สมาธิ ระดับความเฉลียวฉลาด ความจำ ความรวดเร็วในการโต้ตอบ รวมทั้งอัตราความเสื่อมของสมอง

ปกติเมื่อเราแก่ตัวลงจะมีปัจจัยที่มีผลกระทบต่อความต้องการสารอาหารของสมองที่จะใช้ในการทำงาน เช่น การสร้างสารสื่อประสาท การรักษาระดับการทำงานของเซลล์สมอง รวมทั้งการซ่อมแซมเซลล์สมองด้วย ฉะนั้นการปรับวิธีกินสารอาหารบางชนิดจะช่วยให้การทำงานของสมองในส่วนการเรียนรู้ดีขึ้น

สมองเราจะตอบโต้ต่อสิ่งที่ทำอันตรายสมองในทำนองเดียวกับที่ร่างกายทำ ไม่ว่าจะเป็นความเครียด การกินที่ย่ำแย่ สารพิษ ขาดการออกกำลังกาย นอนไม่พอ ขาดสารอาหาร ฯลฯ สิ่งที่ควรทำคือ ปรับให้สมองพร้อมรับมือกับสิ่งเหล่านั้น แล้วเราจะเห็นความมหัศจรรย์ ของสมอง แม้ผู้เชี่ยวชาญจะมีข้อแนะนำในการฟื้นฟูสมองให้กลับมาเฉียบแหลมอีกครั้ง แต่ก่อนที่จะเข้าสู่วิธีเหล่านั้น เราควรทำความเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นกับสมองเสียก่อน

ยีนของโรคอัลไซเมอร์

เนื่องจากโรคอัลไซเมอร์มีปัจจัยส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับยีน และไม่ใช่ยีนเพียงตัวเดียว แต่จะมียีนหลายๆตัวของหลายๆโรคที่แอบมีความสัมพันธ์กัน (เหมือนกับหนุ่มสาวที่แอบมีกิ๊กหลายๆคน) รวมทั้งโรคสมองเสื่อม นอกจากนี้ยังมีปัจจัยแวดล้อมหลายอย่างที่มีผลต่อการทำงานของยีนเกี่ยวข้องด้วย ปัจจัยเหล่านั้นได้แก่ อาหาร วิตามิน แร่ธาตุ สารพิษ สารก่อภูมิแพ้ ความเครียด นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ขาดการออกกำลังกาย และอื่นๆอีกมากมาย

คนที่มี ยีนอะโป-อี4 (APOE-e4) นอกจากจะมีความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์สูงแล้ว ยังทำให้การลดระดับคอเลสเตอรอลและการขับพิษสารปรอทออกจากสมองทำได้ยาก นอกจากนี้ร่างกายยังมียีนอีกชนิดหนึ่งซึ่งทำหน้าที่ขับพิศโลหะและสารพิษอื่นๆ ได้แก่ ยีนจีเอสที (glutathione-s-transferase, GST) แต่ก็นั่นแหละ ถึงใครจะมียีนนี้แต่หากประสิทธิภาพการทำงานไม่ดี ก็จะทำให้คนคนนั้นสะสมสารพิษมากเกินไปได้

ถ้าคนคนนั้นมียีนทั้งสองชนิดที่กล่าวมาแล้ว ก็จะยิ่งทำให้มีความเสี่ยงที่จะความจำเสื่อมมากขึ้น

มีงานวิจัยรายงานไว้ว่า คนที่ไม่มียีน GST มีแนวโน้มว่าจะทำให้มีระดับสารปรอทสะสมในร่างกายสูง

ยีน MTHFR (methylenetetrahydrofolate reductase) คนที่มียีน MTHFR จะทำให้ร่างกายมีความต้องการโฟเลตสูงขึ้นเพื่อช่วยลดสารโฮโมซิสเตอีนในเลือด เพราะสารตัวนี้เป็นพิษต่อสมอง เร่งให้สมองเสื่อม

ยีน CETP (cholesteryl ester transfer protein) ยีนชนิดนี้เป็นกิ๊กกับอะโป-อี4 คนที่มียีนชนิดนี้จะทำให้ระดับคอเลสเตอรอลสูงง่าย การที่มีคอเลสเตอรอลสูงจะเป็นปัจจัยส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาความจำเสื่อม ฉะนั้นเมื่อยีนอะโป-อี4 มาปิ๊งกับยีน CETP จะทำให้ความเสี่ยงของการเกิดความจำเสื่อมสูงขึ้นไปอีก

มีอาหารช่วยต้านการทำงานของยีนที่ไม่ดีหรือไม่

การแพทย์ทางเลือกจะใช้ความรู้ด้านอาหารและความสัมพัธ์ของยีนมาช่วยแก้ไขหรือผ่อนหนักเป็นเบา

หากตรวจพบว่ามีระดับสารปรอทสูง อาหารที่จะช่วยแก้พิษปรอท คือ ผักตระกูลคะน้า วอเตอร์เครส ผักชี มิลค์ทิสเซิล (milk thistle) ซึ่งเป็นสมุนไพรพื้นเมืองของยุโรปที่มียางสีขาวคล้ายน้ำนม มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและป้องกันตับจากสารพิษ แร่ธาตุซีลีเนียม สังกะสี และยาที่จะช่วยให้ร่างกายขจัดพิษได้ง่ายขึ้น

หากมียีนที่ทำให้คอเลสเตอรอลสูง ก็จะมุ่งไปที่การลดสารโฮโมซิสเตอีนโดยใช้วิตามินประเภทโฟเลต วิตามินบี 6 และบี 12 ในปริมาณสูงกว่าปกติ

แต่วิธีการเหล่านี้จะได้ผลดีก็ต่อเมื่อมีการตรวจยีนก่อน ในบ้านเราค่าบริการตรวจยีนยังค่อนข้างแพง จึงไม่ค่อยได้รับความนิยมนัก นั่นจึงทำให้มีข้อจำกัดในการใช้วิธีตรวจยีนผสมผสานกับการใช้โภชนศาสตร์ในการแก้ไข

ฉะนั้นเมื่อพูดถึงเรื่องของความจำในทางการแพทย์ ความจำเสื่อมจะดำเนินไปเรื่อยๆ บางครั้งเร็ว บางครั้งช้า แต่จะไม่ดีขึ้น สมัยก่อนโรคหัวใจหรือหลอดเลือดตีบเป็นโรคที่ถูกมองว่ามาสามารถรักษาได้ แต่ปัจจุบันนี้ได้มีการพิสูจน์แล้วว่ารักษาได้ ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองจึงเชื่อว่าโรคความจำเสื่อมสามารถรักษาให้ดีขึ้นได้ถ้ารู้แต่เนิ่น ๆ และให้ความสนใจกับปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการทำงานของสมอง เช่น อาหาร การออกกำลังกาย ความเครียด การขาดสารอาหาร สารพิษ ฮอร์โมน เสียสมดุล การอักเสบ และอื่นๆอีกมากมาย

วิธีง่าย ๆ คือ ขจัดสิ่งที่ไม่ดีและใช้สิ่งดี ๆ เข้าไปแทน แทนที่จะใช้ยาในการรักษา

แพทย์ทางเลือกให้ข้อคิดว่า ไม่มีวิธีใดวิธีหนึ่งตายตัวในการรักษาผู้ป่วยความจำเสื่อม เพราะแต่ละคนมีความแตกต่างกัน

วิธีฟื้นฟูความจำเริ่มจากการประเมินปัจจัยที่เกี่ยวข้อกับความจำเสื่อม โดยดูว่ามีปัญหาดังต่อไปนี้หรือไม่

  • น้ำตาลในเลือดสูง (prediabetes) หรืออ้วนลงพุง (metabolic syndrome)
  • ต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยลง
  • ซึมเศร้า
  • ขาดวิตามินบี โดยเฉพาะอย่างยิ่งบี 12
  • ขาดกรดโอเมก้า-3
  • มีปรอทหรือโลหะหนักเป็นพิษสะสมในร่างกาย
  • คอเลสเตอรอลสูง
  • มียีนที่ทำให้ปัญหาโภชนาการหรือการขจัดสารพิษ

แพทย์ที่ใช้การรักษาแบบผสมผสานร่วมกับหลักหารทำงานของร่างกายก็จะมีทางแก้ไขปัญหาได้

โดยเริ่มจากการมองหาสาเหตุลึกๆที่ทำให้เกิดความไม่สมดุล

หลักเกณฑ์ง่ายๆต่อไปนี้ช่วยแก้ไขปัญหาได้

  • สร้างความสมดุลของระดับน้ำตาลในเลือดด้วยอาหารธรรมชาติที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำ ซึ่งเป็นวิธีเดียวกับการป้องกันหรือควบคุมเบาหวานวิธีการได้แก่ การเลี่ยงคาร์โบไฮเดรตที่ไม่ดี เช่น น้ำตาล น้ำหวาน แป้งขัดสี เลือกอาหารธรรมชาติที่มีเส้นใยสูง
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เช่น เดินวันละ 30 นาที
  • ผ่อนคลายร่างกายด้วยโยคะ ฝึกสมาธิ
  • เสริมวิตามินรวมที่จำเป็นต่อร่างกาย
  • เสริมกรดโอเมก้า-3
  • เสริมวิตามินบี 6 บี 12 และโฟเลต
  • เสริมวิตามินดี
  • ดูแลระดับฮอร์โมนไทรอยด์และฮอร์โมนเพศ
  • ขจัดสารปรอทหากได้รับสารปรอทจากสิ่งแวดล้อม

ทั้งหมดนี้เป็นวิธีเบื้องต้นในการดูแลสมอง แม้จะไม่มีปัญหาความจำถดถอยก็สามารถใช้หลักการดังกล่าวในการดูแลสุขภาพสมองเพื่อป้องกันสมองเสื่อมได้

ดัชนีน้ำตาลในอาหาร (glycemic index, GI)

ค่าดัชนีน้ำตาลเป็นค่าที่จัดลำดับอาหารคาร์โบไฮเดรตตามผลการขึ้นของระดับน้ำตาลในเลือด โดยเทียบกับกลูโคส = 10 หลักการ คือ พยายามเลือกกินอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำไว้ก่อน


ตารางแสดงค่าดัชนีน้ำตาลในอาหารนานาชาติ

อาหาร

ปริมาณ

(กรัม)

ดัชนีน้ำตาล

(กลูโคส = 100)

ผลิตภัณฑ์

คอร์นเฟลกส์

30

93

ธัญพืช

ข้าวขาว

150

89

 

ข้าวโอ๊ตสำเร็จรูป

250

83

 

ข้าวพองทำจากข้าวสาลี

(puffed wheat) อาหารเช้า

สำเร็จรูปแบบฝรั่ง

30

80

 

ข้าวบาสมาติ (ขาว)

150

67

 

มูสลี

30

66

 

คูสคูส (couscous)

150

65

 

ฝักข้าวโพด

150

60

 

ข้าวโอ๊ต

250

55

 

คีนัว (quinoa)

150

53

 

ข้าวกล้อง

150

50

 

ข้าวบาร์เลย์

(pearled barley)

150

28

 

อาหาร

ปริมาณ

(กรัม)

ดัชนีน้ำตาล

(กลูโคส = 100)

ถั่วต่างๆ

ถั่วลูกไก่กระป๋อง

150

38

 

ถั่วดำ

150

30

 

ถั่วแดง

150

29

 

ถั่วเลนทิล

150

29

 

เม็ดมะม่วงหิมพานต์

(โรยเกลือ)

50

27

 

ถั่วเหลือง

150

15

 

ถั่วลูกไก่

150

10

 

ถั่วลิสง

50

7

ผัก

มันฝรั่งบดพร้อมปรุง

150

87

 

มันเทศ

150

70

 

เมล็ดถั่วลันเตา

80

51

 

แครอต

80

35

ผลไม้

แตงโม

120

72

 

ลูกเกด

60

64

 

พรุนไม่มีเม็ด

60

29

เบเกอรี่

วอฟเฟิล (แป้งยี่ห้อ Aut

Jemima ส่วนข้าวโอ๊ต

ยี่ห้อ Quaker Oats)

35

76

 

เบเกิ้ล

70

72

 

ขนมปังโฮลวีต

30

71

 

ขนมปังสีขาว

30

71

 

ขนมปังพิต้า (ขาว)

30

68

 

ขนมปังแฮมเบอร์เกอร์

30

61

 

แผ่นแป้งทอร์เทียทำจาก

แป้งข้าวโพด (corn tortilla)

50

52

 

เค้กกล้วยหอม

60

47

 

แผ่นแป้งทอร์เทียทำจาก

ข้าวสาลี

50

30

 

อาหาร

ปริมาณ

(กรัม)

ดัชนีน้ำตาล

(กลูโคส = 100)

อาหารว่าง

เพรตเซล (อบ)

30

83

 

ข้าวโพดคั่ว (ไมโครเวฟ)

20

55

 

มันฝรั่งแผ่นกรอบ

50

51

 

คอร์นชิป (corn chips)

  โรยเกลือ

50

42

พาสต้า

และ

มะกะโรนี&ชีสสำเร็จรูป

    (ยี่ห้อ Kraft)

180

64

อาหารเส้น

เส้นจันทน์สุก

180

61

 

สปาเกตตีสุก ต้ม 20 นาที

180

58

 

มะกะโรนี

180

47

 

สปาเกตตีสุก

180

46

 

สปาเกตตีสุก (โฮลวีต)

180

42

 

เส้นก๋วยเตี๋ยวสด

180

40

 

วุ้นเส้นสุก

180

39

 

เฟตตูชินี (fettuccine)

180

32

อาหาร

อื่นๆ

พิซซ่าหน้าพาร์มีซานชีส

  และซอสมะเขือเทศ

100

80

 

น้ำผึ้ง

 25

61

 

พิซซ่าหน้าซูเปอร์สุพรีม

100

36

เครื่องดื่ม

เกเตอเรด (Gatorade)

250

78

 

น้ำแครนเบอร์รี่ค็อกเทล

  (ยี่ห้อ Ocean Spray)

250

68

 

แฟนต้า

250

68

 

โคคา-โคลา

250

63

 

น้ำส้มสดไม่เติมน้ำตาล

250

50

 

น้ำแอ๊ปเปิ้ลไม่เติมน้ำตาล

250

44

 

น้ำมะเขือเทศกระป๋อง

250

38

ที่มา: Diabetes Care.2008 Dec; 31(12): 2281 – 2283

http://care.diabetesjournals.org/content/31/12/2281/T1/expansion.html

คุณสามารถอ่านข้อมูลดีๆมีประโยชน์แบบนี้ได้เพิ่มเติมที่หนังสือ "อาหารต้านอัลไซเมอร์" โดยศัลยา คงสมบูรณ์เวช จากสำนักพิมพ์ Amarin Health เพื่อสนับสนุนผู้แต่ง 

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่