การตั้งครรภ์

วิธีย้ายโรงพยาบาลฝากครรภ์

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
วิธีย้ายโรงพยาบาลฝากครรภ์

เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ ต่างก็ต้องมีเรื่องให้คิดให้ตัดสินใจมากมาย รวมถึงการเลือกโรงพยาบาลเพื่อคลอดลูกด้วย คุณแม่ตั้งครรภ์ทุกท่านต้องทำการฝากครรภ์ตั้งแต่ท้องยังอ่อน โดยปกติเมื่อฝากครรภ์ที่ไหนคุณแม่ก็ควรคลอดที่นั้นเพื่อการติดตามการดูแลครรภ์อย่างต่อเนื่อง แต่บ่อยครั้งก็มีเหตุให้ต้องเปลี่ยนโรงพยาบาลในช่วงก่อนคลอด ซึ่งมักเป็นปัญหาสำหรับคุณแม่หลายคนไม่น้อย

สาเหตุที่ต้องเปลี่ยนโรงพยาบาลฝากครรภ์

  1. ประหยัดงบประมาณ หลายคนตอนเริ่มตั้งท้องอ่อน ๆ อาจจะฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลเอกชน แต่เมื่อใกล้คลอดจึงอยากย้ายไปฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลรัฐเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย เนื่องจากการคลอดที่โรงพยาบาลเอกชนมีค่าใช้จ่ายสูงหลายหมื่นบาททีเดียว และโรงพยาบาลรัฐใหญ่ ๆ มีเครื่องไม้เครื่องมือมากกว่าโรงพยาบาลเอกชนเสียอีก
  2. ความสะดวกรวดเร็ว แต่ในทางกลับกันก็มีอีกหลายคนที่ฝากครรภ์กับโรงพยาบาลรัฐเมื่อตอนเริ่มต้น จนกระทั่งใกล้คลอดก็เปลี่ยนไปฝากครรภ์และเตรียมคลอดที่โรงพยาบาลเอกชน เนื่องจากต้องการเพิ่มความปลอดภัย และเล็งเห็นถึงความสะดวกสบายรวมถึงความเป็นส่วนตัวต่าง ๆ เป็นต้น
  3. วางแผนคลอดที่บ้านเกิด คนส่วนใหญ่เมื่อทำงานต่างถิ่น จะทำการฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลใกล้สถานที่ทำงาน เพื่อให้สามารถเดินทางไปฝากครรภ์ได้สะดวกไม่เสียทั้งงานและการดูแลสุขภาพ เมื่อเริ่มมีอายุครรภ์มากขึ้นจนใกล้คลอด คุณแม่จึงจะลางานพักยาวและกลับไปบ้านที่ต่างจังหวัดเพื่อเตรียมคลอด เนื่องจากจะได้อยู่ใกล้ชิดผู้ใหญ่ที่จะสามารถช่วยเราเลี้ยงลูก หรือให้คำแนะนำในการเลี้ยงลูกได้
  4. เหตุผลอื่น ๆ เช่นย้ายบ้าน ย้ายงานกระทันหัน ช่วงใกล้คลอดต้องเดินทางไปอยู่อีกที่หนึ่งจึงไม่สะดวกไปฝากครรภ์ที่เดิม หรือการไปทำธุระที่อื่นชั่วคราวแต่ปวดท้องคลอดลูกกระทันหัน กรณีเช่นนี้ก็ต้องทำการคลอดที่โรงพยาบาลอื่น เป็นต้น คำแนะนำคือคุณแม่อย่าลืมพกสมุดบันทึกสุขภาพ (สมุดสีชมพู) เด็ดขาด

เตรียมตัวย้ายที่ฝากครรภ์ใหม่

ขั้นตอนการฝากครรภ์ที่ใหม่ ไม่ได้แตกต่างจากการฝากครรภ์ครั้งแรกแต่อย่างใด แพทย์จะทำการตรวจสุขภาพและดูสมุดประจำตัว (สมุดสีชมพู) เป็นส่วนประกอบหลัก แต่สิ่งที่น่ากังวลคือหมอที่โรงพยาบาลใหม่นั้นจะรับเคสกรณีฝากครรภ์หรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อท้องแก่มาก หรือมีความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน เสี่ยงที่จะคลอดก่อนกำหนด เป็นต้น การย้ายที่ฝากครรภ์ใหม่ ต้องเลือกอยู่บนพื้นฐานของความปลอดภัยและความสะดวกสบายในเวลาเดียวกัน โดยคุณแม่ควรเลือกตามปัจจัยต่อไปนี้

  • ควรเลือกสถานที่ที่ใกล้บ้านเพื่อความสะดวกในการเดินทางไปตรวจครรภ์รวมทั้งหากเกิดกรณีฉุกเฉิน จะได้เดินทางไปโรงพยาบาลได้อย่างรวดเร็ว
  • ควรหาข้อมูลเกี่ยวกับโรงพยาบาลที่จะย้ายไปอย่างครบถ้วน ทั้งในเรื่องของค่าใช้จ่าย และการดูแลด้านอื่น ๆ
  • ควรปรึกษาแพทย์ปลายทางที่จะย้ายไปคลอดเสียก่อนว่ารับเคสย้ายโรงพยาบาลฝากครรภ์หรือไม่ รับกรณีใดบ้าง สามารถคลอดประเภทใดได้บ้าง

คำแนะนำสำหรับการย้ายที่ฝากครรถ์

  • พกสมุดสุขภาพประจำตัวอย่าให้ขาด โดยเฉพาะเมื่อต้องเดินทางไกล เผื่อกรณีฉุกเฉินปวดท้องคลอดก่อนกำหนด สมุดสุขภาพหรือสมุดสีชมพูจะช่วยอำนวยความสะดวกในการรักษาอย่างมาก
  • หากไม่จำเป็น ไม่ควรย้ายสถานที่ฝากครรภ์เมื่อท้องแก่มากโดยเฉพาะหลัก 35 สัปดาห์ขึ้นไปเนื่องจากเมื่อท้องแก่มากจะมีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น บางโรงพยาบาลอาจไม่รับเคสเปลี่ยนสถานที่ฝากครรภ์เสียด้วยซ้ำไป แต่ขณะเดียวกันช่วงท้องแก่กลับเป็นช่วยที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด ฉะนั้นหากคุณแม่มีแผนที่จะคลอดที่ไหน ควรวางแผนเปลี่ยนที่ฝากครรภ์ตั้งแต่เนิ่น ๆ
  • หากไม่สามารถฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลใหม่ได้ ในวันที่ปวดท้องจะคลอดจริง ๆ ไปคลอดแบบฉุกเฉินที่โรงพยาบาลไหนก็ยังรับ เพียงแต่จะไม่สามารถเลือกวิธีการผ่าคลอดได้ถ้าไม่มีเหตุผลเพียงพอ และการที่ไม่ได้ตรวจกับแพทย์ประจำมักทำให้คุณแม่กังวล
  • โรงพยาบาลเอกชนบางแห่งข้อดีคือบริการที่รวดเร็ว แต่ใช่ว่าจะมีเครื่องไม้เครื่องมือครบครันเหมือนโรงพยาบาลรัฐขนาดใหญ่ หากเป็นไปได้ถ้าสามารถประเมินถึงศักยภาพความพร้อมเทียบกันแต่ละโรงพยาบาลได้จะดีมาก

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่