Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
การลดน้ำหนัก

วิธีการลดน้ำหนักขณะที่นอน

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,093,853 คน

วิธีการลดน้ำหนักขณะที่นอน

รับประทานโปรตีนก่อนเข้านอน

คุณกำลังรู้สึกหิวก่อนนอน? ให้เลือกรับประทานเครื่องดื่มจากโปรตีน มีงานวิจัยที่พบว่าผู้ที่รับประทานโปรตีนปั่น 30 กรัมก่อนเข้านอนนั้นมีอัตราการเผาผลาญพลังงานขณะพักในเช้าวันรุ่งขึ้นสูงกว่าผู้ที่ไม่ได้รับประทาน ยิ่งไปกว่านั้นโปรตีนยังอาจจะช่วยในการซ่อมแซมกล้ามเนื้อในระหว่างคืน และยิ่งคุณมีมวลกล้ามเนื้อมากขึ้นเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งมีการเผาผลาญพลังงานขณะพักเพิ่มขึ้นเท่านั้น

นอนหลับในที่ที่ปิดไฟมืดสนิท

หากคุณอาศัยอยู่ในบริเวณที่มีแสงจากภายนอกรบกวน ให้ลองติดผ้าม่านหรือม่านบังแสงภายในห้องนอน ปิดอุปกรณ์ใดๆ ก็ตามที่มีแสงเช่นนาฬิกร หรือหน้าจอโทรทัศน์ เนื่องจากเวลาที่คุณนอนในที่ที่มืดสนิทนั้น ร่างกายของคุณจะมีการผลิตฮอร์โมนเมลาโทนินซึ่งไม่เพียงแต่จะทำให้คุณง่วงเท่านั้นแต่ยังช่วยในการสร้างไขมันสีน้ำตาลซึ่งช่วยเผาผลาญพลังงานอีกด้วย

ปิดเครื่องปรับอุณหภูมิ

การนอนในอุณหภูมิที่เย็นเล็กน้อยจะช่วยให้คุณเผาผลาญพลังงานระหว่างที่นอนได้มากขึ้น งานวิจัยพบว่าผู้ที่นอนในอุณหภูมิที่เย็นกว่านั้นเผาผลาญพลังงานได้มากกว่าผู้ที่นอนในอุณหภูมิปกติ 7% คาดว่าเกิดจากการที่ร่างกายพยายามเพิ่มอุณหภูมิในร่างกายในคงที่ ถึงแม้ว่า 7% นั้นอาจจะฟังดูไม่มากนัก แต่นั้นเทียบเท่ากับการเผาผลาญพลังงาน 100 แคลอรี่ในขณะที่เรานอนหลับ 24 ชั่วโมงเลยทีเดียว

ปิดหน้าจอทุกอย่าง

ก่อนที่คุณจะเข้านอน ให้ปิดหน้าจออุปกรณ์อิเลกทรอนิกส์ทุกอย่าง นักวิจัยพบว่าแสงสีฟ้าที่ออกมาจากหน้าจอแท็บเล็ตหรือโทรศัพท์มือถือนั้นจะส่งผลต่อกระบวนการสร้างสารเมลาโทนินของร่างกายและอาจไปขัดขวางกระบวนการเผาผลาญพลังงานได้ ยิ่งไปกว่านั้น งานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งยังพบว่าการใช้เวลาดูโทรทัศน์นานขึ้นนั้นสัมพันธ์กับการมีระดับไขมันที่สูงขึ้นผ่านทางโรคในกลุ่มเมตะบอลิกและโรคเบาหวาน และการมีระดับ adiponectin ซึ่งเป็นโปรตีนที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลและการย่อยสลายกรดไขมันในร่างกายที่ลดลง

ให้ร่างกายของคุณได้มีเวลานอนหลับอย่างแท้จริง

ร่างกายของคุณต้องการเวลานอน งานวิจัยพบว่าการนอนหลับวันละ 7-8 ชั่วโมงต่อคืนนั้นจะช่วยให้คุณเผาผลาญพลังงานได้มากขึ้นในระหว่างวัน โดยงานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งพบว่าผู้ที่มีการนอนพักผ่อนที่เพียงพอนั้นมีระดับการใช้พลังงานสูงกว่ากลุ่มที่นอนไม่เพียงพอ 5% และยังมีการเผาผลาญพลังงานหลังการรับประทานอาหารได้มากกว่าอีกกลุ่มหนึ่งถึง 20% งานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งพบว่าการนอนไม่พอนั้นอาจจะทำให้เซลล์ไขมันนั้นตอบสนองต่ออินซูลินลดลงซึ่งมีผลต่อการเกิดโรคอ้วน

ลดการดื่มแอลกอฮอล์

ในช่วงการนอนที่เรียกว่า REM นั้นร่างกายจะมีการเผาผลาญพลังงานสูงที่สุด หากคุณมีการดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงก่อนเข้านอน ร่างกายจะเกิดการสลายแอลกอฮอล์ในขณะที่คุณนอนหลับ ทำให้คุณไม่เกิดการนอนในช่วง REM ดังนั้นคุณจึงควรงดการดื่มแอลกอฮอล์ 3 ชั่วโฒงก่อนเข้านอน

รับประทานอาหารเย็นขนาดเล็ก

เช่นเดียวกับการดื่มแอลกอฮอล์ การรับประทานอาหารขนาดใหญ่หรือใกล้กับเวลาเข้านอนนั้นจะทำให้ร่างกายใช้เวลานานขึ้นในการเผาผลาญ เวลาที่คุณนอนหลับลึกนั้น สมองของคุณจะมีการหลั่ง growth hormone ออกมาซึ่งหากคุณรับประทานอาหารก่อนเข้านอน ฮอร์โมนนี้ก็จะไปเปลี่ยนอาหารที่รับประทานให้อยู่ในรูปไขมันแทนพลังงาน

ออกกำลังกายในช่วงเช้าหรือบ่าย

การออกกำลังกายเป็นประจำนั้นเป็นวิธีที่ทุกคนใช้เพื่อลดน้ำหนัก แต่คุณไม่ควรออกกำลังกายในช่วง 4 ชั่วโมงก่อนเข้านอน เนื่องจากการออกกำลังกายนั้นจะทำให้ร่างกายตื่นตัวและทำให้เข้าสู่การนอนหลับลึกได้ยากขึ้น รวมถึงอาจทำให้คุณนอนหลับได้ยากขึ้นอีกด้วย

นอนแบบไม่ใส่เสื้อผ้า

คุณอาจจะคิดว่านี่คือเรื่องตลก แต่การนอนแบบไม่ใส่เสื้อผ้านั้นมีประโยชน์หลายอย่าง เช่นช่วยเผาผลาญพลังงานจากการที่ทำให้ร่างกายของคุณเย็น ซึ่งจะไปกระตุ้นให้ไขมันชนิดดีในร่างกายของคุณทำการเผาผลาญพลังงาน


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป