Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

7 วิธีช่วยดีท็อกซ์สารพิษในร่างกายที่ใครๆ ก็ทำได้

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2020 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 2,348,968 คน

7 วิธีช่วยดีท็อกซ์สารพิษในร่างกายที่ใครๆ ก็ทำได้

ในแต่ละวัน เราสามารถรับสารพิษเข้าสู่ร่างกายได้หลายช่องทาง เช่น มลภาวะในอากาศที่เราสูดดมเข้าไป สารเคมีในเครื่องสำอาง ยาฆ่าแมลงในผัก  ฯลฯ หากสารพิษเข้าไปสะสมอยู่ในร่างกายมากเกินไป มันก็จะส่งผลต่อเซลล์ และการทำงานของระบบต่างๆ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถดีท็อกซ์ร่างกายได้ทุกวัน โดยวิธีง่ายๆ ดังนี้

1เปลี่ยนจากการดื่มกาแฟมาเป็นชาเขียว

การบริโภคเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเพียงเล็กน้อยอาจไม่ใช่ปัญหา แต่ถ้าคุณดื่มกาแฟในระหว่างวันมากเกินไป มันก็จะทำให้ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานหนัก อย่างไรก็ตาม คุณสามารถช่วยดีท็อกซ์ร่างกายโดยเปลี่ยนจากการดื่มกาแฟมาเป็นชาเขียวแทนค่ะ ซึ่งมันก็ยังคงให้คาเฟอีนตามที่คุณต้องการ เพียงแต่จะมีสารแอนตี้ออกซิเด้นท์แถมมาด้วย โดยจะช่วยเร่งกระบวนการเผาผลาญ และช่วยดีท็อกซ์ร่างกายค่ะ

2. ทานอาหารที่มีไฟเบอร์

อีกหนึ่งวิธีง่ายๆ ที่สามารถช่วยให้คุณดีท็อกซ์ร่างกายได้ทุกวันคือ การทานอาหารที่มีไฟเบอร์ให้มากขึ้นค่ะ โดยเฉพาะบรรดาผลไม้ ผัก หรืออาหารประเภทโฮลเกรน ที่จะช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ราบรื่น และช่วยให้คุณขับถ่ายได้สะดวกขึ้น หากคุณทานอาหารที่มีไฟเบอร์ไม่เพียงพอ มันก็จะทำให้อาหารตกค้างอยู่ในทางเดินอาหารนานขึ้น ซึ่งนั่นหมายความว่า สารพิษจะถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือดมากกว่าเดิมค่ะ

3. นอนไม่เพียงพอ

การนอนให้เพียงพอถือเป็นเรื่องจำเป็นต่อการมีสุขภาพดี หากคุณนอนน้อย มันก็สามารถทำให้น้ำหนักเพิ่ม ขัดขวางการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน และทำให้คุณไม่มีเรี่ยวแรงในระหว่างวัน หากคุณรู้สึกเหนื่อย มันก็จะทำให้คุณมีโอกาสทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพอย่างพวกขนมหรือฟาสต์ฟู้ด ทางที่ดีคุณควรนอนให้ได้วันละ 8 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อให้ระบบต่างๆ ซึ่งหมายความรวมถึงระบบที่ช่วยกำจัดสารพิษ สามารถทำงานได้ราบรื่นมากขึ้น

4. ดื่มน้ำให้มากขึ้น

การดื่มน้ำถือเป็นเคล็ดลับสำคัญที่จะช่วยดีท็อกซ์ร่างกายของคุณในแต่ละวันซึ่งมันจะช่วยชะล้างสารพิษออกจากร่างกาย และทำให้คุณรู้สึกตื่นตัว มีผิวที่ใสขึ้น และช่วยในการทำงานของระบบย่อยอาหาร ระบบหายใจ และระบบหมุนเวียนโลหิต แม้ว่าการดื่มน้ำให้มากขึ้นจะทำให้คุณปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ แต่มันกลับช่วยให้สารพิษออกมาจากร่างกายมากขึ้นค่ะ

5. ออกกำลังกาย

คุณสามารถดีท็อกซ์ร่างกายได้ทุกวันโดยออกกำลังกายเป็นประจำค่ะ ทั้งนี้เราทุกคนต่างก็ทราบกันดีว่า การออกกำลังกายสามารถช่วยให้เรามีสุขภาพดี โดยมันจะช่วยให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น ทำให้คุณหายใจได้สะดวก และช่วยขับเหงื่อ ซึ่งล้วนแต่ทำให้สารพิษถูกขับออกมาจากร่างกายมากขึ้นค่ะ ดังนั้นคุณควรออกกำลังกายให้ได้เป็นกิจวัตรค่ะ

6. ดื่มน้ำเลมอนผสมน้ำร้อน

การดื่มน้ำเลมอนผสมน้ำร้อนไม่เพียงแต่ทำให้คุณรู้สึกสดชื่นมากขึ้นเท่านั้น แต่มันยังช่วยกำจัดสารพิษอีกด้วย อย่างไรก็ดี กรดในน้ำเลมอนจะช่วยทำให้ระดับ PH ในร่างกายเกิดความสมดุล ซึ่งสามารถช่วยให้ระบบย่อยอาหารและตับทำงานได้ราบรื่น นอกจากนี้วิตามินซีในน้ำเลมอนยังช่วยให้คุณสามารถต่อสู้กับโรคร้าย และช่วยตับผลิตกลูตาไธโอน (Glutathione) ซึ่งเป็นสารประกอบที่กำจัดสารพิษออกจากร่างกาย

7. จัดการกับความเครียด

หากคุณเครียดมากเกินไป ร่างกายของคุณก็จะทำงานผิดปกติ และนั่นก็หมายความรวมถึงระบบในร่างกายที่มีหน้าที่รับมือกับสารพิษ ดังนั้นคุณควรพยายามลดความเครียดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และหาเวลาผ่อนคลาย ซึ่งมันจะดีต่อสุขภาพโดยรวม และทำให้สารพิษถูกขับออกมามากขึ้น

เห็นด้วยไหมคะว่า การดีท็อกซ์ หรือกำจัดสารพิษด้วยตัวเองนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลย เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว คุณก็อย่าลืมนำวิธีที่เราแนะนำข้างต้นไปปรับใช้ เพื่อให้ร่างกายปลอดจากสารพิษ และทำงานได้ตามปกติค่ะ

ที่มา : https://www.beautyandtips.com/...


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป