สุขภาพจิต

การเลือกใช้ยารักษาซึมเศร้า

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ย. 2, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 377,642 คน

การเลือกใช้ยารักษาซึมเศร้า

เนื่องจากวิธีการรักษาโรคซึมเศร้าแต่ละอย่างให้ผลการรักษาที่ต่างกันออกไป รวมทั้งยารักษาโรคซึมเศร้ามีมากมายหลายกลุ่ม ในการรักษาโรคซึมเศร้าจึงมีการวางแผนการรักษาโดยแบ่งเป็นระยะการรักษา ประกอบด้วย การรักษาระยะเฉียบพลัน การรักษาระยะต่อเนื่อง และ การรักษาระยะยาว  เพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำ 

การเลือกใช้ยารักษาโรคซึมเศร้าที่ให้ในระยะเฉียบพลัน มีการตอบสนองดีแต่อาจไม่ตอบสนองหรือไม่เหมาะสมในการป้องกันการกำเริบซ้ำในระยะยาวได้  ดังนั้นจึงควรวางแผนการรักษาเพื่อให้เชื่อมโยงจากระยะเฉียบพลันกับระยะยาวเข้าด้วยกัน และเลือกยาที่เหมาะสมในแต่ละระยะของการรักษา 

โฆษณาจาก HonestDocs
เราจัดส่งยาถึงบ้านคุณ!

ส่งด่วนภายใน 1 วันในกรุงเทพ หรือส่งธรรมดาด้วย EMS ใน 2-3 วันทั่วประเทศ

คลิก

ซึ่งโดยสมมติฐานของการเกิดโรคซึมเศร้า ก็คือการทำงานของระบบสารสื่อประสาท 3 ชนิด คือ serotonin, norepinephrine และ dopamine บกพร่อง ทำให้ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าเกิดอาการแสดงและอาการผิดปกติ ในหลายรูปแบบ

ยาในอุดมคติของการรักษาโรคซึมเศร้า คือ ยาที่สามารถรักษาโรคซึมเศร้าระยะเฉียบพลันได้รวดเร็ว มีประสิทธิภาพดี รักษาได้ทุกระดับของโรคทุกอาการของโรค มีประสิทธิภาพในการป้องกันการกลับเป็นซ้ำได้ดี 

เมื่อนำมาใช้ในการรักษาระยะต่อเนื่องและระยะยาว ไม่มีผลข้างเคียงจากยา ซึ่งช่วยเพิ่มการยอมรับในการใช้ยาของผู้ป่วยได้ ไม่มีปฏิกิริยาระหว่างกันของยา ปลอดภัย บริหารยาได้สะดวก และสามารถรักษาโรคร่วมได้ ซึ่งสามารถพบได้บ่อยในการเจ็บป่วยด้วยโรคซึมเศร้า เช่นโรควิตกกังวล โรคตับ โรคไต และเมื่อหยุดยาต้องไม่มีอาการถอนยา 

เป็นที่แน่นอนว่าในปัจจุบันยังไม่มียาชนิดใดที่มีคุณสมบัติดังกล่าวครอบคลุมทุกประการ ดังนั้นในการเลือกใช้ยาในกลุ่มผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ซึ่งมีอาการแสดงของโรคสัมพันธ์กับสารสื่อประสาทที่บกพร่อง จึงจำเป็นต้องเลือกใช้ยาให้สอดคล้องกับลักษรณะอาการของผู้ป่วย โดยสามารถแบ่งกลุ่มได้ตามอาการและอาการแสดง เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่

1. อาการและอาการแสดงที่มีภาวะอารมณ์ทางบวกลดลง

ผู้ป่วยในกลุ่มนี้จะมีลักษณะอาการ ไม่สนุกสนาน ไม่มีความสุข ไม่สนใจ ขาดแรงจูงใจ อ่อนเพลีย ไม่มีกำลัง ไม่กระตือรือร้น มีภาวะจิตใจและการเคลื่อนไหวเชื่องช้า ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นผลมาจากสารสื่อประสาทชนิด dopamine และ norepinephrine บกพร่อง 

การเลือกใช้ยารักษาโรคซึมเศร้า จึงควรพิจารณา ยาในกลุ่ม NDRI, SNRIs และ NaRI  ได้แก่  ตัวยา venlafaxine, duloxetine, reboxetine, bupropion ตัวยามีผลเพิ่มระดับสารเคมีในสมอง dopamine และ norepinephrine ทำให้อาการต่างๆ ที่เป็นอารมณ์ทางบวกค่อยๆ ดีขึ้น

2. อาการและอาการแสดงที่มีภาวะอารมณ์ทางลบเพิ่มขึ้น

ผู้ป่วยในกลุ่มนี้จะมีลักษณะอาการเด่น เป็น อารมณ์เศร้า รู้สึกเหงาโดดเดี่ยว คิดในแง่ลบ เช่น ความคิดรู้สึกผิด ตำหนิตนเอง รู้สึกตัวเองไร้ค่า ความมั่นใจในตัวเองลดลง มองโลกในแง่ร้าย ไม่เป็นมิตร หรือสิ้นหวัง กลัวหรือวิตกกังวล อารมณ์หงุดหงิดฉุนเฉียวง่าย วู่วาม ขาดความยับยั้งชั่งใจ ก้าวร้าว ความคิดบกพร่อง เช่นไม่มีสมาธิ ความจำไม่ดีตัดสินใจลำบาก มีความคิดอยากตาย ความอยากอาหารเปลี่ยนแปลงการนอนหลับแย่ลง หรือความต้องการทางเพศลดลง  

อาการเหล่านี้เกิดจากสารสื่อประสาท norepinephrine และ serotonin บกพร่อง กลุ่มยารักษาอาการซึมเศร้าที่ควรเลือกใช้จึงควรเป็นกลุ่มยาที่เพิ่มระดับสารสื่อประสาทดังกล่าว ได้แก่ยาในกลุ่ม SNRIs, SSRIs, NaRI  เช่นตัวยา fluoxetine, Sertraline ,escitalopram, desvenlafaxine ซึ่งแพทย์มักเลือกใช้ยาในกลุ่ม SSRIs เป็นทางเลือกเริ่มต้นในการรักษา เนื่องจากพบอาการข้างเคียงค่อนข้างน้อย และสะดวกในการรับประทานยา โดยรับประทานเพียงวันละ 1 ครั้ง

ยารักษาโรคซึมเศร้ามีมากมายหลายกลุ่ม โดยแต่ละกลุ่มมีมากมายหลายชนิด นอกเหนือจากระบบสารสื่อประสาทในสมองที่ผิดปกติแล้ว การเลือกใช้ยายังพิจารณาปัจจัยต่างๆที่สำคัญ ได้แก่ อายุผู้ป่วย ประวัติการตอบสนองต่อยาในอดีต ผลข้างเคียงของยาที่มีโอกาสเกิดขึ้นกับผู้ป่วย โรคประจำตัวอื่นๆ ประวัติการใช้ยาอื่นๆ ในปัจจุบันของผู้ป่วย ตลอดจนความคุ้นเคยของผู้รักษาในการเลือกใช้ยานอกจากนี้ 

สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การรักษาเกิดประสิทธิภาพสูงสุดนั่นก็คือ ผู้ป่วยจำเป็นต้องใช้ยาในขนาดที่เพียงพอ ตลอดจนระยะเวลาที่พอเพียง เพื่อให้ตอบสนองต่อยาสูงสุด โดยทั่วไปยารักษาโรคซึมเศร้าจะออกฤทธิ์ช้า โดยใช้เวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์ 

ผู้ป่วยจะสังเกตได้ว่าตัวเองจะรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อยในช่วงแรก ๆ โดยพบว่าอาการที่มักดีขึ้นในช่วงแรกคือนอนหลับได้ดีขึ้น ยาวนานขึ้น หลังจากนั้นผลของยาต่อการรักษาภาวะซึมเศร้าจะเริ่มดีขึ้น มีความรู้สึกอยากทำสิ่งต่างๆ มากขึ้นกว่าเดิม รู้สึกมีกำลังที่ดีขึ้น สำหรับการรักษาโรคซึมเศร้าที่เกิดขึ้นครั้งแรก ควรรับประทานยาต่อเนื่องประมาณ 9 เดือนถึง 1 ปี หลังจากหายจากภาวะโรคซึมเศร้าแล้ว แพทย์จะค่อยๆ ลดยาจนกระทั่งสามารถหยุดยาได้ ผู้ป่วยไม่ควรหยุดยาเองถึงแม้อาการจะดีขึ้น การปรับลดขนาดยาตลอดจนการหยุดใช้ยาควรเป็นไปตามดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษา

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
อะไรคือภาวะผิดปกติทางอารมณ์จากการใช้สาร
อะไรคือภาวะผิดปกติทางอารมณ์จากการใช้สาร

เมื่อแอลกอฮอล์ สารเสพติดและยาทำให้คุณรู้สึกแย่กว่าเดิม