Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ปฐมพยาบาล

วิธีการปฐมพยาบาลเมื่อมีของติดคอ สำลัก ต้องทำอย่างไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 2,576,098 คน

วิธีการปฐมพยาบาลเมื่อมีของติดคอ สำลัก ต้องทำอย่างไร?

การมีสิ่งแปลกปลอมติดคอแล้วเอาออกมาไม่ได้นั้นเกิดได้บ่อยๆ โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่มักหยิบคว้าสิ่งของใกล้มือเข้าปาก ส่วนในผู้ใหญ่เองก็เกิดเหตุการณ์นี้ได้เหมือนกัน เช่น เวลาทานอาหารคำใหญ่ หรือมีเศษกระดูกชิ้นใหญ่ติดคอ ซึ่งสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้มักไปปิดกั้นหลอดลมและหลอดอาหาร ทำให้หายใจไม่ออก สำลัก และถ้าช่วยเหลือช้าแม้เพียงนาทีเดียวก็อาจอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้น การมีของติดคอถือเป็นเหตุฉุกเฉินที่คนใกล้ตัวต้องรีบปฐมพยาบาลโดยเร็วที่สุด

วิธีการปฐมพยาบาลเมื่อมีของติดคอ

หากผู้ป่วยยังคงรู้สึกตัว พูดได้ และหายใจได้ตามปกติ ให้เรารีบพาผู้ป่วยไปหาหมอ โดยไม่จำเป็นต้องปฐมพยาบาลด้วยตัวเอง แต่หากผู้ป่วยมีอาการหายใจไม่ได้ พูดไม่ออก ให้คนใกล้ตัวรีบปฐมพยาบาลเป็นอันดับแรก ก่อนที่จะพาไปหาหมอ โดยการปฐมพยาบาลเมื่อที่มีสิ่งแปลกปลอมติดคอ สำลัก จะแบ่งเป็น 2 กรณี ได้แก่ กรณีที่ผู้ป่วยยังรู้สึกตัว และ กรณีที่ผู้ป่วยหมดสติ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ขูดหินปูน มากกว่า 20 คลินิก เริ่มต้นที่ 850 บาท

ลดการสะสมของเชื้อโรค ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคในช่องปาก และลดกลิ่นปาก แค่ขูดหินปูนทุก 6 เดือน

%e0%b8%82%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b8%992

การปฐมพยาบาลกรณีที่ผู้ป่วยยังรู้สึกตัว

ผู้ป่วยเป็นผู้ใหญ่และเด็กโต

  • อันดับแรกให้ผู้ป่วยลองอ้าปากดู ถ้าสิ่งแปลกปลอมที่ติดคอมีขนาดใหญ่และมองเห็นได้อยู่ ให้ใช้มือล้วงออกมา แต่หากมองไม่เห็นสิ่งของ หรือประเมินแล้วว่าดึงออกมาไม่ได้ ไม่ควรล้วงคอเด็ดขาด เพราะอาจทำให้สิ่งแปลกปลอมเข้าไปลึกกว่าเดิม
  • ขั้นต่อมา ให้ใช้วิธีรัดท้องเพื่อเพิ่มแรงดันในช่องอก โดยให้เรายืนข้างหลังและใช้ 2 แขนรัดรอบเอวผู้ป่วย กำมือข้างหนึ่งและใช้มืออีกข้างกุมมือที่กำไว้ จากนั้นวางมือทั้งสองเหนือสะดือ บริเวณลิ้นปี่ และอัดมือเข้าหาท้องผู้ป่วยแรงๆ รวมถึงพยายามดึงมือขึ้น คล้ายยกผู้ป่วยขึ้นด้านบน ทำซ้ำหลายๆ ครั้ง จนกว่าสิ่งแปลกปลอมจะหลุดออก
  • หากผู้ป่วยอ้วนลงพุง หรือตั้งครรภ์ ให้เปลี่ยนจากการรัดท้องมาเป็นการรัดอก โดยวางมือที่ใต้ราวนม และอัดมือเข้าหาอกแรงๆ เช่นเดียวกัน
  • หากใช้วิธีรัดท้องหรือรัดอกไม่ได้ผล ให้ใช้แขนรัดรอบเอวผู้ป่วยไว้เช่นเดียวกับท่ารัดท้อง และวางลำตัวผู้ป่วยพาดพนักเก้าอี้ ให้ลำตัวส่วนบนต่ำลง แล้วใช้มืออัดเข้าท้องแรงๆ ในลักษณะดึงขึ้นด้านบน ทำซ้ำๆ จนกว่าสิ่งแปลกปลอมจะหลุดออก

ผู้ป่วยเป็นทารก อายุต่ำกว่า 1 ปี

  • ให้จับทารกนอนคว่ำลงบนท่อนแขน โดยศีรษะต่ำลงเล็กน้อย
  • ใช้ฝ่ามือตบกลางหลังทารก ระหว่างสะบักทั้ง 2 ข้างเร็วๆ 5 ครั้ง
  • หากยังไม่ได้ผล ให้จับทารกนอนหงายบนท่อนแขน โดยให้ศีรษะต่ำลง วางนิ้วชี้กับนิ้วกลางลงที่กระดูกหน้าอกเหนือลิ้นปี่ และกดลงเร็วๆ (ประมาณ 1 นิ้ว) 5 ครั้ง
  • หากสิ่งแปลกปลอมยังไม่ออกมา ให้ใช้วิธีตบหลังสลับกับกดหน้าอกไปเรื่อยๆ

ผู้ป่วยเป็นเด็กเล็ก อายุ 1 ปีขึ้นไป

  • หากเด็กไม่มีอาการหายใจลำบาก หน้าเขียว ให้ตบที่หลังเบาๆ ก่อน เพื่อกระตุ้นให้สิ่งแปลกปลอมหลุดออก
  • หากของที่ติดคอไม่หลุดออก ให้โอบจากข้างหลัง และใช้นิ้วโป้งกดใต้ลิ้นปี่แรงๆ 5 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 3 วินาที และตรวจดูว่าสิ่งแปลกปลอมหลุดออกมาหรือยัง
  • หากเด็กหยุดหายใจ ให้จับเด็กนอนหงายศีรษะต่ำลง และใช้สองมือประสานกัน กดลงไปที่ลิ้นปี่ สลับกับการช่วยหายใจ และรีบพาส่งโรงพยาบาลโดยด่วน

การปฐมพยาบาลกรณีที่ผู้ป่วยหมดสติ

หากผู้ป่วยหมดสติทันที หรือหมดสติระหว่างกำลังปฐมพยาบาล ให้โทรเรียกรถพยาบาลหรือนำผู้ป่วยไปพบแพทย์ทันที และในระหว่างรอ ให้รีบช่วยเหลือด้วยวิธีดังนี้

  • ให้จับผู้ป่วยนอนหงายบนพื้น และเปิดทางเดินหายใจ โดยยกปลายคางขึ้น และอีกมือหนึ่งกดหน้าผากลง
  • ลองเป่าปากเพื่อช่วยหายใจ 2 ครั้ง หากหน้าอกยกขึ้น ให้เป่าปากต่อไป ด้วยอัตรา 10 – 12 ครั้ง/นาที ในผู้ใหญ่ และ 12 – 20 ครั้ง/นาที ในเด็ก
  • ถ้าลองเป่าปากแล้วหน้าอกไม่ยกขึ้น ให้ใช้มืออัดที่ท้องในท่านอนหงาย 6 – 10 ครั้ง แต่ถ้าเป็นเด็กทารก ให้ใช้วิธีตบหลัง 5 ครั้ง สลับกับกดหน้าอก 5 ครั้ง
  • คอยตรวจเช็คช่องปาก ถ้ามองเห็นสิ่งแปลกปลอมให้ใช้นิ้วเกี่ยวออกมา
  • ปฐมพยาบาลด้วยวิธีเหล่านี้ สลับกับคอยเช็คช่องปากผู้ป่วยไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงโรงพยาบาล

วีดีโอสาธิตวิธีการปฐมพยาบาลเมื่อมีของติดคอ

https://www.youtube.com/watch?v=3meNRTjyrRQ

การปฐมพยาบาลเมื่อของติดคอในผู้ใหญ่และเด็กโต

https://www.youtube.com/watch?v=MaU6G2HKySk

การปฐมพยาบาลเมื่อของติดคอในเด็กเล็ก

https://www.youtube.com/watch?v=QYUF9sNGt9A

การปฐมพยาบาลเมื่อของติดคอในทารก


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป