Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

วิธีการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 2,307,481 คน

วิธีการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน

หัวเราะ

การหัวเราะนั้นสามารถช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันและช่วยทำให้อารมณ์ดีขึ้น โดยมันจะช่วยเพิ่มระดับของภูมิคุ้มกันในเลือดและเม็ดเลือดขาวที่ทำหน้าที่โจมตีและกำจัดเชื้อแบคทีเรียและไวรัส และยังเพิ่มภูมิคุ้มกันในเมือกที่ผลิตออกมาในจมูกและทางเดินหายใจซึ่งเป็นบริเวณที่สัมผัสกับเชื้อหลายชนิดอีกด้วย

ร้องเพลง

งานวิจัยหนึ่งพบว่าการร้องเพลงนั้นจะกระตุ้นม้ามทำให้มีภูมิคุ้มกันในเลือดเพิ่มขึ้นและกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน หากคุณไม่อยากร้องเพลงในวง คุณอาจจะร้องเพลงให้ตัวเองฟังระหว่างอาบน้ำ หรือแม้แต่การฟังเพลงนั้นก็มีประโยชน์ต่อสุขภาพเช่นกัน

เลือกไขมันที่ดีต่อสุขภาพ

ไขมันบางชนิดนั้นจำเป็นต่อการสร้างเซลล์และการสร้าง prostaglandins ซึ่งเป็นสารคล้ายฮอร์โมนที่ทำหน้าที่ช่วยควบคุมการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันต่อการติดเชื้อ เช่นการทำให้เม็ดเลือดขาวนั้นต่อสู้กับเชื้อ นักกีฬาชาวอิตาลีที่ทานอาหารที่มีไขมันต่ำมากๆ นั้นพบว่ามีเซลล์เหล่านี้น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เคล็ดลับก็คือให้เลือกไขมันที่ดีต่อสุขภาพ โดยเลือกไขมันชนิดไม่อิ่มตัวจากพืชแทนไขมันอิ่มตัวจากสัตว์ซึ่งจะลดความสามารถของเม็ดเลือดขาวในการต่อสู้กับเชื้อแบคทีเรีย และหลีกเลี่ยงไขมันชนิดทรานส์ซึ่งรวมถึงไขมันที่เขียนว่า hydrogenated หรือ partially hydrogenated ด้วยซึ่งมักพบในอาหารแปรรูปและขนมอบ เนื่องจากมันสามารถขัดขวางการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันได้

หลีกเลี่ยงน้ำตาล

น้ำตาล 10 ช้อนชาซึ่งเท่ากับปริมาณน้ำตาลที่อยู่ในน้ำอัดลมขนาด 12 ออนซ์ 2 กระป๋องนั้นสามารถลดการกระตุ้นเม็ดเลือดขาวให้กำจัดเชื้อแบคทีเรียได้ ควรเลือกสารให้ความหวานตามธรรมชาติเช่นที่มาจากพืช stevia เพื่อช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และพยายามจำกัดสารให้ความหวานแทนน้ำตาลเช่น aspartame

กินปลา

ปลาที่มีไขมันเช่นซาร์ดีน แฮร์ริ่งและแมคเคอเรลนั้นมีโปรตีนซึ่งจำเป็นต่อการสร้างเซลล์ที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันและมีกรดไขมันที่เรียกว่าโอเมกา 3 ซึ่งช่วยควบคุมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน เวลาที่ร่างกายถูกโจมตี การตอบสนองในขั้นแรกก็คือการอักเสบอย่างฉับพลัน แต่โอเมกา 3 นั้นจะลดการสร้างสารที่ทำให้เกิดการอักเสบและเพิ่มการสร้างสารต้านการอักเสบ ทำให้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้นและอาจจะสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ ในการทดลองพบว่ากรดโอเมกา 3 นั้นสามารถกระตุ้นส่วนของระบบภูมิคุ้มกันที่จะปิดการทำงานของเซลล์ที่เข้ามาโจมตีได้

กินเห็ด

เห็ดนั้นจะกระตุ้นการสร้าง T-cells ซึ่งเป็นเม็ดเลือดขาวที่มีบทบาทในการป้องกันการติดเชื้อ และยังเพิ่มสารที่ทำให้การตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันนั้นดีขึ้นอีกด้วย นอกจากนั้นยังช่วยในเรื่องของการนอนและลดความเครียดโดยการลดการสร้างฮอร์โมน adrenaline

กินส้มให้มากขึ้น

วิตามินซีซึ่งพบมากในส้ม เลมอน มะนาวและเกรปฟรุ๊ตนั้นจะช่วยเพิ่มการทำงานของเซลล์ที่จับแบคทีเรียกินในเลือด ร่างกายนั้นไม่สามารถเก็บวิตามินซีได้ ดังนั้นคุณจะต้องทานทุกวันเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน

เคลื่อนไหวร่างกาย

ระบบภูมิคุ้มกันของคุณนั้นตอบสนองต่อการออกกำลังกายด้วยการสร้างเซลล์เม็ดเลือดที่ทำหน้าที่โจมตีเชื้อโรคเพิ่มขึ้น และยิ่งคุณออกกำลังกายสม่ำเสมอ คุณก็จะมีการเปลี่ยนแปลงในระยะยาวมากขึ้น งานวิจัยพบว่าผู้ที่ออกกำลังกายระดับปานกลางสัปดาห์ละ 5-6 วันนั้นเป็นหวัดและเจ็บคอน้อยกว่ากลุ่มที่ไม่ได้ออกกำลังกายถึงครึ่งหนึ่ง

อย่าลืมพักผ่อน

เคล็ดลับนั้นอยู่ที่ความสมดุล หากคุณออกกำลังกายอย่างหนักเป็นเวลา 90 นาที จะทำให้การสร้างเซลล์ที่ต่อสู้กับเชื้อโรคที่ชื่อ macrophage นั้นลดลงชั่วคราวและเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ดังนั้นอย่าลืมวางแผนวันพักผ่อนในตารางการฝึกเพื่อช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของคุณนั้นทำงานได้ดี

กินแอลมอนด์เพิ่มขึ้น

นักวิจัยพบว่าสารที่อยู่บนเปลือกของแอลมอนด์นั้นจะช่วยเพิ่มความสามารถของเม็ดเลือดขาวในการตรวจจับหาเชื้อไวรัส อและพบว่ายังสามารถป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไปทั่วร่างกายด้วย ดังนั้นอย่าลืมเติมแอลมอนด์ 1 กำมือลงในซีเรียลหรือข้าวโอ๊ตของคุณเพื่อกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน

อย่าปล่อยให้ตัวเองหนาว

คุณจะมีโอกาสติดเชื้อเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะหากแขนและขาของคุณนั้นเย็น งานวิจัยหนึ่งพบว่าผู้ที่แช่เท้าในอ่างน้ำเย็นเป็นเวลา 20 นาทีนั้นเป็นหวัดถึง 20% ใน 5 วันถัดมาเมื่อเทียบกับอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้แช่น้ำเย็นที่มีเพียง 9% การที่แขนและขาเย็นนั้นอาจจะทำให้ลดการสร้างเม็ดเลือดขาวซึ่งเป็นด่านแรกของระบบภูมิคุ้มกัน 

กินผัก

กระเทียมและหอมในซุป สตู และอาหารอื่นๆ นั้นเป็นแหล่งของสารต้านไวรัสที่สามารถช่วยต่อสู้กับการติดเชื้อได้ นอกจากนั้นยังมีผักอีกหลายชนิดที่สามารถช่วยป้องกันการติดเชื้อได้เช่นแครอทและมันหวาน เนื่องจากมีสารเบต้าแคโรทีนซึ่งมีฤทธิ์ลดการอักเสบและเพิ่มอัตราการผลิตเซลล์เม็ดเลือดขาว พริกนั้นจะทำให้มูกในจมูกบางลง เห็ดชิตาเกะจะช่วยในการสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาว และขิงมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
วิตามิน (Vitamins) คืออะไร?
วิตามิน (Vitamins) คืออะไร?

ร่างกายของคุณต้องการวิตามินที่สำคัญถึง 13 ชนิดในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

ดูในแอป