Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

เราควรดื่มน้ำปริมาณเท่าไหร่ ทำไมต้องดื่มน้ำ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 2,126,979 คน

เราควรดื่มน้ำปริมาณเท่าไหร่ ทำไมต้องดื่มน้ำ

ก่อนอื่นเลยก็คือเราควรดื่มน้ำปริมาณเท่าไหร่ คุณอาจจะเคยได้ยินว่าเราควรดื่มน้ำวันละ 8 แก้วต่อวัน ซึ่งเป็นตัวเลขแนะนำสำหรับคนทั่วไป ซึ่งบางคนอาจจะต้องการมากกว่าหรือน้อยกว่าก็ได้ วิธีการง่ายๆ ในการดูว่าควรดื่มน้ำเท่าไหร่ก็คือดูปัสสาวะ หากสีของปัสสาวะนั้นใสหรือสีจางมากๆ แสดงว่าคุณดื่มน้ำเพียงพอ แต่ถ้าหากเป็นสีเหลืองสว่างหรือสีเหลืองเข้ม คุณควรดื่มน้ำเพิ่มขึ้น

คุณจะสามารถออกกำลังกายได้มากขึ้น

กล้ามเนื้อต้องการแร่ธาตุเช่นโซเดียม โพแทสเซียมและแมกนีเซียมให้อยู่ในระดับที่สมดุลเพื่อให้ทำงานได้อย่างเหมาะสม ซึ่งหากเราดื่มน้ำไม่เพียงพอก็จะทำให้แร่ธาตุเหล่านี้แลกเปลี่ยนได้ยาก และมีโอกาสในการเป็นตะคริวเพิ่มขึ้น หากคุณกำลังอยู่ในช่วงสร้างกล้ามเนื้อ คุณจะไม่สามารถได้กล้ามเนื้อที่ต้องการเลยหากคุณดื่มน้ำไม่เพียงพอเนื่องจากกล้ามเนื้อนั้นต้องการน้ำ ให้ดื่มน้ำ 8 ออนซ์ก่อนที่จะเริ่มออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายได้รับน้ำเพียงพอ คุณไม่จำเป็นต้องพกขวดน้ำไประหว่างที่ออกกำลังกายในระดับที่เบาหรือปานกลาง แต่ควรพกน้ำหรือน้ำเกลือแร่หากออกกำลังกายอย่างหนักหรือเวลาที่ออกกำลังกายในสถานที่ที่ร้อน

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
🦷รีเทนเนอร์หาย หรือ จัดฟันใกล้เสร็จ? ก็ทำรีเทนเนอร์ราคาพิเศษได้

ไม่ว่าคุณจะอยากได้ "แบบใส" หรือ "แบบลวด" เราก็มีให้คุณครบจบที่เดียว เริ่มต้นเพียง 940 บาท เท่านั้น

Retainerinternal ad

ไตของคุณจะทำงานได้ดีขึ้น

ไตนั้นทำหน้าที่ขับของเสียออกจากร่างกายในรูปของของเหลว และมันต้องการน้ำในระดับที่มากเพียงพอเพื่อที่จะทำงาน หากคุณขาดน้ำเรื้อรัง ก็จะทำให้ไตทำงานได้ยากขึ้น และการตรวจเลือดอาจจะพบว่าไตของคุณทำงานได้ไม่เหมาะสม นอกจากนั้นหากคุณไม่ได้เข้าห้องน้ำเป็นประจำ แร่ธาตุก็อาจจะเกิดการตกตะกอนและทำให้เกิดนิ่วในไตได้อีกด้วย จากการที่ไตต้องมีการเพิ่มความเข้มข้นให้กับปัสสาวะเวลาที่มีการผลิตปัสสาวะน้อย

คุณจะได้พลังงานเพิ่มขึ้น

ร่างกายต้องการน้ำเพิ่มให้มีระดับพลังงานที่เพียงพอ ซึ่งนั่นอาจจะอธิบายได้ว่าทำไมคุณถึงรู้สึกอ่อนเพลียเวลาที่คุณดื่มน้ำน้อยในแต่ละวัน บางคนอาจเลือกรับประทานคาเฟอีนเนื่องจากคิดว่านั่นคือเหตุผลที่ทำให้มีอาการอ่อนเพลีย แต่คาเฟอีนก็อาจจะไม่ได้มีประโยชน์ต่อการเพิ่มระดับพลังงานหากร่างกายนั้นได้รับน้ำไม่เพียงพอ

ผิวหนังของคุณจะดูดีขึ้น

เมื่อเซลล์ผิวหนังของคุณได้รับน้ำไม่เพียงพอ มันก็จะเริ่มเหี่ยว แต่ถ้าหากคุณดื่มน้ำเพียงพอ ผิวหนังก็จะดูเปล่งปลั่งและลดริ้วรอยที่เกิดขึ้นเวลาที่คุณขาดน้ำได้ อย่างไรก็ตามริ้วรอยนั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติของการมีอายุที่เพิ่มมากขึ้น และการดื่มน้ำนั้นก็จะไม่ช่วยลดริ้วรอยเหล่านี้

คุณจะทำให้ร่างกายทำงานได้เป็นปกติ

เซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายนั้นต้องการน้ำ และหากคุณขาดน้ำที่ส่วนใดส่วนหนึ่ง คุณก็อาจจะพบว่าคุณสามารถขับถ่ายได้ยากขึ้น เพราะร่างกายนั้นต้องไปดึงน้ำออกมาจากส่วนที่มีความสำคัญน้อยกว่าเช่นระบบย่อยอาหาร ดังนั้นการที่ดื่มน้ำเพียงพอ จะทำให้คุณลดโอกาสในการเกิดท้องผูกได้

คุณจะต่อสู้กับโรคหวัดได้ดีขึ้น

มันมีเหตุผลที่ว่าทำไมแพทย์ถึงบอกให้คุณดื่มน้ำมากๆ เวลาที่ป่วย เนื่องจากว่าร่างกายต้องการต่อสู้กับเชื้อโรค ทำให้เซลล์นั้นต้องการพลังงานและสารน้ำเพิ่มขึ้น ตัวอย่างเช่นคุณจะเสียสารน้ำเวลาที่คุณคัดจมูกหรือมีน้ำมูก ซึ่งเป็นกระบวนการที่ร่างกายพยายามกำจัดเชื้อก่อโรคออกจากตัว ดังนั้นคุณจึงต้องการน้ำในระดับที่เพียงพอเพื่อให้ร่างกายสามารถต่อสู้กับการติดเชื้อได้ 

คุณอาจจะมีอาการปวดหัวลดลง

หากคุณมีแนวโน้มที่จะเกิดอาการปวดหัวและดื่มน้ำไม่เพียงพอในแต่ละวัน การดื่มน้ำที่เพียงพออาจจะช่วยทำให้คุณมีอาการปวดหัวลดลงได้ เวลาที่ร่างกายได้รับสารน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการ มันก็จะลำเลียงสารอาหารต่างๆ ได้ยากขึ้นซึ่งอาการปวดหัวนั้นก็เป็นสัญญาณเตือนอย่างหนึ่ง

คุณจะมีเหงื่อมากขึ้น

มันอาจจะฟังดูไม่ดีเท่าไหร่นัก แต่ในความจริงแล้วมันเป็นเรื่องที่ดี เพราะแสดงว่าร่างกายนั้นกำลังทำงานอย่างเต็มที่ในการควบคุมระดับอุณหภูมิของร่างกาย แต่ถ้าหากคุณดื่มน้ำไม่เพียงพอ คุณอาจจะไม่มีการผลิตเหงื่อออกมาระหว่างการออกกำลังกายได้ และนั่นแสดงว่าคุณต้องดื่มน้ำเพิ่มขึ้น และยังอาจจะเป็นสัญญาณเตือนก่อนเป็นโรคลมแดด หรืออ่อนเพลียจากความร้อน และคุณควรจะไปพบแพทย์ทันที

ลดความเครียดที่หัวใจ

หัวใจต้องการน้ำในระดับที่เพียงพอเพื่อที่จะทำงานได้ตามปกติเช่นเดียวกับกล้ามเนื้อบริเวณอื่น หากคุณดื่มน้ำไม่เพียงพอ หัวใจก็จะสูบฉีดเลือดได้ไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจสูงขึ้นและลดความดันโลหิตลงซึ่งเป็นการเพิ่มความเครียดให้กับหัวใจ และทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป