สุขภาพผู้หญิง

ฝากครรภ์ตอนอายุครรภ์กี่สัปดาห์ ผลกระทบของการฝากครรภ์ช้าไปหรือเร็วไป

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
ฝากครรภ์ตอนอายุครรภ์กี่สัปดาห์ ผลกระทบของการฝากครรภ์ช้าไปหรือเร็วไป

เป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ สำหรับว่าที่คุณแม่เมื่อรู้ว่าตนเองตั้งครรภ์นั้นควรรีบฝากครรภ์ให้เร็วที่สุด เพราะมีความสำคัญมากสำหรับคุณแม่และลูกน้อย จุดมุ่งหมายในการฝากครรภ์ คือเพื่อให้แน่ใจว่าคุณแม่และทารกใน ครรภ์จะมีสุขภาพดี ได้รับการดูแลให้แข็งแรงตลอดการตั้งครรภ์ หากมีปัญหาหรือสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นในระหว่างนั้น คุณแม่จะได้รีบปรึกษาคุณหมอและเข้ารับการรักษาได้ทันท่วงที

ควรฝากครรภ์เมื่อไหร่ดี

คุณแม่รู้ตัวว่าตั้งครรภ์ควรควรไปฝากครรภ์ทันที อย่าปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปเป็นอันขาด ช่วงของการตั้งครรภ์ เป็นช่วงที่สำคัญตลอดทั้ง 9 เดือน คุณแม่ต้องไปฝากครรภ์ตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยแพทย์จะนัดเป็นระยะจนกระทั่งคลอด องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้ว่า หญิงตั้งครรภ์ควรได้รับการตรวจครรภ์อย่าง น้อย 5 ครั้ง ตลอดระยะการตั้งครรภ์จึงจะเป็นไปตามเกณฑ์การฝากครรภ์ดังนี้

  • ครั้งที่ 1 ก่อนอายุครรภ์ 12 สัปดาห์
  • ครั้งที่ 2 เมื่ออายุครรภ์ 18 สัปดาห์
  • ครั้งที่ 3 เมื่ออายุครรภ์ 26 สัปดาห์
  • ครั้งที่ 4 เมื่ออายุครรภ์ 32 สัปดาห์
  • ครั้งที่ 5 เมื่ออายุครรภ์ 38 สัปดาห์

การฝากครรภ์ครั้งแรกควรตรวจภายใน 12 สัปดาห์หรือรีบมาพบแพทย์ทันทีหากสงสัยว่าตั้งครรภ์ ส่วนการฝากครรภ์ในครั้งถัดไปนั้นแพทย์จะนัดให้มาตามอายุครรภ์ข้างต้น คุณแม่อาจมามาก่อนหรือหลังนัดได้ บวกลบไม่เกิน 2 สัปดาห์

ความถี่การนัดตรวจครรภ์ตามคลีนิกหรือสถานพยาบาลนั้น ในช่วงอายุครรภ์ไม่เกิน 28 สัปดาห์ จะนัดห่าง ๆ จนกระทั่งช่วงสัอายุครรภ์ระหว่าง 28-36 สัปดาห์ จะนัดถี่ขึ้นเป็นทุก 2 สัปดาห์ และเมื่อใกล้คลอดอายุครรภ์ตั้งแต่ 37 สัปดาห์ ขึ้นไปจะนัดทุก 1 สัปดาห์

หมอตรวจอะไรบ้างเมื่อฝากครรภ์

  • ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง เพื่อเป็นข้อมูลในการบอกถึงขนาดเชิงกราน ซึ่งจะมีผลในการคลอด ถ้าคุณแม่ตัวเล็กอาจทำให้คลอดยากได้ แพทย์จะแนะนำการบำรุงครรภ์ในลำดับต่อไป การชั่งน้ำหนักนั้นยังมีประโยชน์สำคัญในการติดตามการเติบโตของครรภ์ น้ำหนักที่เพิ่มมากไปหรือน้อยไปต่างก็ไม่ดีทั้งนั้น แพทย์จึงต้องชั่งน้ำหนักคุณแม่เอาไว้และตรวจติดตามการเติบโต ปรับการทานอาหารของคุณแม่เป็นระยะ
  • ตรวจเลือด เพื่อตรวจดูความเข้มข้นของเลือด ส่วนประกอบของเลือด กรุ๊ปเลือดโรคเลือดธาลาสซีเมีย และตรวจหาโรคติดเชื้อบางอย่าง เช่น ไวรัสตับอักเสบซิฟิลิส หัดเยอรมัน และเอดส์
  • วัดความดันโลหิต จะมีการวัดความดันโลหิตทุกครั้งที่มาฝากครรภ์ เพื่อตรวจสอบโลหิตขณะที่หัวใจบีบตัวดัน ความดันปกติจะราว 120/70 มิลลิเมตรปรอท (เป็นค่าตัวเลข 2 ค่า) หากวัดได้ต่ำกว่า 120/70 มิลลิเมตรปรอท หมายถึงมีความดันต่ำ และหากวัดได้เกิน 140/90 มิลลิเมตรปรอทจะถือว่ามีภาวะความดันโลหิตสูง
  • ตรวจปัสสาวะ ปัสสาวะจะบอกค่าน้ำตาลในร่างกายได้ จึงต้องทำการตรวจปัสสาวะเพื่อให้แน่ใจว่าคุณแม่ไม่ได้เป็นเบาหวานแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์ และถ้าหากปัสสาวะมีส่วนของโปรตีนร่วมด้วยจะบ่งว่าไตทำงานไม่ปกติ ยิ่งถ้าหากพบร่วมกับอาการความดันโลหิตสูง แสดงว่ามีโอกาสเสี่ยงสูงที่จะมีอาการครรภ์เป็นพิษ
  • ตรวจหน้าท้อง เพื่อดูท่าของทารก การหมุนตัวของทารกว่าอยู่ท่าใด ใช้ศีรษะเป็นส่วนนำในการหมุนตัวหรือไม่ รวมถึงเป็นการตรวจวัดขนาดและน้ำหนักของทารกในครรภ์
  • ตรวจอัลตร้าซาวด์ เพื่อเช็คสภาพการเจริญเติบโตและความแข็งแรงของลูกที่อยู่ในครรภ์ การตรวจอัลตราซาวด์ไม่จำเป็นต้องตรวจทุกครั้งที่ไปฝากครรภ์ วัตถุประสงค์คือเพื่อตรวจเช็คสุขภาพของคุณแม่ ที่สำคัญที่สุดคือตรวจสอบว่าลูกเติบโตอย่างต่อเนื่องหรือไม่ เอาหัวขึ้นหรือไม่ วัดความยาวและขนาดของตำแหน่งต่าง ๆ ดูเพศ และหากเป็นลูกแฝดก็สามารถเห็นได้จากการอัลตร้าซาวด์

ประโยชน์ของการฝากครรภ์

  • คุณแม่จะได้รับคำแนะนำในการปฏิบัติตัวระหว่างตั้งครรภ์ที่ถูกต้อง หากมีคำถามหรือข้อสงสัยต่าง ๆ ระหว่างตั้งครรภ์ก็สามารถสอบถามจากแพทย์ได้ คุณแม่ก็จะสามารถดูแลร่างกายและจิตใจให้มีสุขภาพสมบูรณ์ที่สุด
  • ตรวจสอบว่าการตั้งครรภ์ดำเนินไปโดยปกติหรือไม่ คุณหมอจะช่วยวินิจฉัยโรคที่อาจเกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อแม่และลูก เช่น โลหิตจาง ซิฟิลิส ครรภ์เป็นพิษ เป็นต้น เพื่อดำเนินการป้องกัน แก้ไข และช่วยเหลืออย่างทันท่วงที
  • ป้องกันหรือลดอาการแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ เพื่อให้การตั้งครรภ์ดำเนินไปอย่างปกติที่สุด จนกระทั่งถึงกำหนดคลอด ซึ่งเป็นสิ่งที่อาจเกิดได้ง่าย
  • ช่วยลดอัตราการแท้ง การคลอดก่อนกำหนด ลูกเสียชีวิตในท้อง หรือคลอดแล้วเสียชีวิต ป้องกันการอักเสบติดเชื้อในตัวลูกน้อย
  • ช่วยดูแลทารกในครรภ์ ทำให้ลูกน้อยเติบโต สมบูรณ์แข็งแรง มีน้ำหนักตัวที่เหมาะสม

ฝากครรภ์เร็วไป ดีหรือไม่

สำหรับการฝากครรภ์ครั้งแรกนั้นสามารถฝากได้ทันทีเมื่อรู้ตัวว่าตั้งครรภ์ ถึงแม้ตรวจพบว่าเพิ่งตั้งครรภ์ได้เพียง 1 หรือ 2 สัปดาห์ก็ฝากได้เลย ยิ่งเร็วยิ่งดี เพื่อให้แพทย์ได้ดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ แต่สำหรับการนัดฝากครรภ์ในครั้งถัดไปนั้น คุณแม่สามารถมาพบแพทย์ได้ตามนัดหรืออาจจะเร็วกว่าปกติ 2 สัปดาห์ การมาฝากครรภ์เร็วไม่ได้มีผลเสียอะไรเพียงแต่คุณแม่อาจต้องมาบ่อยขึ้นและเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้นเท่านั้นเอง

ฝากครรภ์ช้าเกินไป ดีหรือไม่

แต่สำหรับการฝากครรภ์ช้าไปนั้นมีความเสี่ยงและอันตรายมาก การฝากครรภ์ช้าอาจทำให้เราไม่ทราบถึงความผิดปกติของลูกน้อยในครรภ์ หากเกิดความผิดปกติอาจไม่ได้รับรักษาทันท่วงที ลูกจะไม่ได้รับการบำรุงได้เต็มที่ ขาดแคลเซียม ตัวเหลือง ไม่แข็ง และอาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรครวมถึงความพิการต่าง ๆ ได้

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่