สุขภาพ

การกายภาพบำบัดในน้ำและการว่ายน้ำมีประโยชน์ต่อสุนัขอย่างไร

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
การกายภาพบำบัดในน้ำและการว่ายน้ำมีประโยชน์ต่อสุนัขอย่างไร

การว่ายน้ำมีประโยชน์อย่างมากต่อมนุษย์ นอกจากจะช่วยให้หายร้อนจากวันที่ร้อนระอุแล้วยังช่วยให้หุ่นดีอยู่เสมอ และก็ยังมีประโยชน์ต่อสุนัขเช่นกัน

ไม่ว่าคุณเพียงต้องการให้สุนัขของคุณมีสุขภาพดีอยู่เสมอ ช่วยดลความเจ็บปวดในข้อต่อของสุนัข หรือช่วยให้สุนัขสามารถกลับมาเดินได้หลังจากการผ่าตัด การให้สุนัขได้ออกกำลังกายในน้ำอาจเป็นสิ่งที่จำเป็น

ประโยชน์ของการทำกายภาพบำบัดในน้ำ

มีเหตุผลอยู่เพียงไม่กี่อย่างที่จะทำให้เจ้าของพาสุนัขไปออกกำลังกายในน้ำ ไม่ว่าจะอยากพาไปเองหรือเป็นคำแนะนำจากสัตวแพทย์

Dr. Jonathan Block สัตวแพทย์ประจำศูนย์ Water4Dogs Canine Rehabilitation Center ในนิวยอร์ก เล่าว่า “การออกกำลังกายในน้ำมีประโยชน์ต่อสุนัขในหลายด้าน การออกกำลังกายในน้ำจะช่วยให้สุนัขมีสุขภาพดี รูปร่างเหมาะสม และเป็นการออกกำลังกายที่ส่งผลกระทบต่อกระดูกและข้อต่อน้อย เป็นการส่งเสริมให้สุนัขมีสุขภาพดีและป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาอื่นตามมา”

เมื่อพูดถึงเรื่องของความแข็งแรง พละกำลัง และเงื่อนไขของตัวสุนัข การออกกำลังกายในน้ำสามารถทำได้ตลอดทั้งปีในสุนัขที่อายุน้อย เจ้าของไม่จำเป็นต้องกังวลว่าสุนัขจะไม่สามารถวิ่งเล่นออกกำลังกายได้เต็มที่ในช่วงฤดูหนาวที่ถนนถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง สำหรับประเทศเขตร้อนอย่างประเทศไทย การพาสุนัขไปว่ายน้ำแทนการวิ่งก็ช่วยลดความกังวลว่าสุนัขจะเกิดภาวะฮีทสโตรค (heat stroke) ได้

นอกจากเหตุผลที่กล่าวไป การทำกายภาพบำบัดในน้ำจะช่วยให้สุนัขฟื้นตัวได้ดีหลังจากการผ่าตัด (เช่น หลังการผ่าตัดรักษาเอ็นหัวเข่าฉีกขาด) หรือช่วยให้สุนัขที่มีปัญหาข้อต่ออักเสบให้ได้ใช้กล้ามเนื้อ ได้เคลื่อนไหว ซึ่งจะช่วยทำให้สุนัขเคลื่อนไหวได้อย่างสบายตัวมากขึ้น

สุนัขที่ไม่สามารถเดินได้จะสูญเสียกล้ามเนื้อไปอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลา 6-7 สัปดาห์ สุนัขแก่ที่กล้ามเนื้อเริ่มฝ่อลีบก็สามารถว่ายน้ำได้ เช่นเดียวกับในคน การออกกำลังกายในน้ำจะช่วยลดภาระในการรับน้ำหนักตัวของข้อต่อ

แรงต้านและแรงลอยตัวของน้ำจะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการฟื้นฟูจากการบาดเจ็บ หรือความเจ็บปวดในข้อต่อ น้ำมีความหนาแน่นมากกว่าอากาศ ดังนั้นการเคลื่อนไหวร่างกายในน้ำจะช่วยให้กล้ามเนื้อได้ทำงานมากกว่า ระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับการออกกำลังกายในน้ำอาจจะน้อยกว่าเวลาที่ใช้ในการออกกำลังกายแบบเดียวกันบนบก

การออกกำลังกายในน้ำในรูปแบบต่าง ๆ

การออกกำลังกายในน้ำมีรูปแบบที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับความต้องการของสุนัขแต่ละตัว บางครั้งก็อาศัยเพียงสระว่ายน้ำ หรือบางครั้งอาจต้องใช้อุปกรณ์เพิ่มเติม เช่น ลู่วิ่งใต้น้ำ

ลู่วิ่งใต้น้ำเป็นลู่วิ่งที่อยู่ในแทงก์น้ำ สามารถปรับระดับความสูงของน้ำในแทงก์ได้ตามความเหมาะสมกับตัวสัตว์และสามารถสูบเอาน้ำออกได้อย่างง่ายดายหลังจากเสร็จสิ้นการออกกำลังกาย ลู่วิ่งใต้น้ำจะมีแรงพยุงตัวจากน้ำขณะที่สุนัขเดิน ซึ่งจะช่วยลดแรงที่ทำให้เกิดความเจ็บปวดต่อขาและข้อต่อที่มีความเจ็บปวดอยุ่แล้ว

เมื่อแทงก์น้ำมีระดับน้ำที่เหมาะสมกับสุนัขแล้ว สุนัขก็สามารถเริ่มเดินในน้ำได้ ลู่วิ่งสามารถปรับความเร็วได้ตามที่ต้องการ โปรแปรมสำหรับสุนัขหลังผ่าตัดไขสันหลังจะเดินด้วยความเร็วเพียง 0.5 เมตรต่อชั่วโมง สุนัขสุขภาพดีที่ต้องการเพิ่มการทำงานของร่างกายอาจวิ่งด้วยความเร็ว 2.5 เมตรต่อชั่วโมง แรงต้านจากน้ำจะช่วยเพิ่มการออกแรงของกล้ามเนื้อเป็นอย่างมากแม้ว่าจะเป็นการวิ่งช้า ๆ

ศูนย์บำบัดสำหรับสุนัขส่วนมากมักจะมีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ที่สุนัขจะสามารถว่ายน้ำ ไล่งับลูกบอลที่โยนลงไปในน้ำได้อย่างเต็มที่ หรือสามารถหัดว่ายน้ำได้โดยมีทีมงานที่ได้รับการรับรองคอยดูแลและฝึกสอน อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มีในศูนย์บำบัดจะแตกต่างกันขึ้นกับความต้องการของสุนัข

สุนัขบางตัวจำเป็นต้องออกกำลังกายน้ำอุ่น โดยเฉพาะสุนัขที่ต้องการการบำบัดหรือฟื้นฟู เนื่องจากน้ำอุ่นจะช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายและเหมาะกับสุนัขที่ร่างกายไม่สามารถปรับอุณหภูมิได้ดีเท่ากับสุนัขปกติ

ระยะเวลาที่เหมาะสมกับการออกกำลังกายในน้ำขึ้นกับคำแนะนำของสัตวแพทย์ โดยทั่วไปแล้วมักจะอยู่ที่ 10-30 นาที และมักจะเริ่มจากระดับต่ำหากสุนัขกำลังจะเข้ารับการผ่าตัดหรือกำลังฟื้นตัวหลังจากการผ่าตัด กำลังฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บที่มีอยู่ สุนัขที่อ้วน หรือไม่แข็งแรง ทุกกรณีควรจะมีการวัดการเต้นของหัวใจเพื่อประเมินว่าสุนัขควรจะพักเมื่อไร

การลดน้ำหนัก

ประโยชน์สูงสุดที่ได้จากการออกกำลังกายในน้ำ คือ การลดน้ำหนัก

การเคลื่อนไหวของข้อต่อจะทำได้ยากหากสุนัขมีน้ำหนักตัวมากอยู่แล้ว การออกกำลังกายในน้ำจะมีแรงพยุงตัวจากน้ำ ช่วยให้กล้ามเนื้อสามารถเคลื่อนไหวและออกแรงได้โดยที่ไม่สร้างภาระให้ข้อต่อมากเกินไป สุนัขจะรู้สึกมีแรงในการเคลื่อนไหวและพร้อมต่อการออกกำลังกายมากกว่า

นอกจากการออกกำลังกายแล้ว การจำกัดอาหารก็เป็นเรื่องสำคัญในการลดน้ำหนัก อย่าให้ขนมสุนัขมากเกินไป

แล้วถ้าสุนัขว่ายน้ำไม่เป็นละ?

สุนัขทุกตัวไม่ได้เกิดมาว่ายน้ำเป็น เหมือนกับคน บางครั้งก็ต้องมีการสอนให้ว่ายน้ำ

มีอุปกรณ์ที่จะช่วยให้สุนัขสามารถว่ายน้ำได้ หรือช่วยให้สุนัขกลัวการว่ายน้ำน้อยลง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความรู้สึกของสุนัขขณะอยู่ในน้ำ เจ้าของต้องทำให้สุนัขรู้สึกสบายที่สุด

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ความปลอดภัยของสุนัข เจ้าของสุนัขควรเข้าใจท่าทางและการแสดงออกของสุนัข และสิ่งที่ต้องทำเพื่อให้สุนัขรู้สึกดีอยู่ตลอดเวลา สุนัขไม่ควรถูกบังคับให้ว่ายน้ำถ้าสุนัขแสดงท่าทางหวาดกลัว เนื่องจากสุดท้ายแล้วสุนัขหรือคนอาจได้รับบาดเจ็บจากการดิ้นรนได้ หากสุนัขของคุณจำเป็นจะต้องว่ายน้ำ แต่กลัวน้ำ เจ้าของควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อแก้ไขปัญหานี้

ความเสี่ยงจากการออกกำลังกายในน้ำ

แม้ว่าการออกกำลังกายในน้ำจะเป็นที่ยอมรรับจากสัตวแพทย์ว่าเป็นประโยชน์ต่อสุนัข แต่บางครั้งก็มีความเสี่ยงที่เจ้าของควรระวัง ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดจากการอยู่ในน้ำคือ หูติดเชื้อ จากการมีน้ำเข้าหูมากเกินไป ปัญหาโรคผิวหนัง และสุนัขอาจจมน้ำหากเหนื่อยล้าจากการว่ายน้ำเป็นเวลานานเกินไป

คลอรีนที่ใช้ในสระว่ายน้ำอาจทำให้เจ้าของกังวล ซึ่งในความเป็นจริงแล้วความเป็นพิษของคลอรีนขึ้นกับปริมาณของคลอรีนที่ใส่ลงไป โดยทั่วไปสระว่ายน้ำจะต้องมีการควบคุมระดับความเข้มข้นของคลอรีนที่ใส่ให้เหมาะสมและไม่เป็นอันตรายต่อสุนัขและคน อุปกรณ์อื่น ๆ ก็สามารถช่วยลดปริมาณการใช้คลอรีนได้ เช่น ระบบกรองน้ำด้วย UV

สุนัขที่มีปัญหาสุขภาพอยู่แล้วควรทำตามคำแนะนำของสัตวแพทย์และรักษาปัญหาที่มีอยู่ให้หายก่อนจะมาว่ายน้ำ เช่น ระบบทางเดินปัสสาวะติดเชื้อ หูติดเชื้อ หรือมีแผลเปิด

สุนัขที่แสดงอาการไอหรือมีปัญหาในการหายใจขณะว่ายน้ำควรขึ้นจากน้ำทันทีเพื่อให้พักและสังเกตอาการ เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์จะต้องสังเกตสุนัขอย่างใกล้ชิดตลอดเวลาขณะที่สุนัขอยู่ในน้ำ เนื่องจากสุนัขอาจเป็นภาวะน้ำเป็นพิษ หรือปอดบวมได้หากินน้ำเข้าไปมากเกินไปหรือหายใจเอาน้ำเข้าไป

สัตว์เลี้ยงไม่ควรถูกปล่อยให้อยู่ตามลำพังขณะอยู่ในน้ำ และควรพาขึ้นจากน้ำทันทีหากเกิดความเครียด สัตว์ที่เกิดความกระวนกระวายหรือเครียดจะมีความดันเลือดและอัตราการเต้นของหัวใจสูงขึ้น เป้าหมายของการบำบัดใต้น้ำคือการออกกำลังกายแบบเบา ๆ หากสุนัขแสดงอาการดังกล่าว ควรหยุดทันที เนื่องจากเป็นสัญญาณบอกว่าร่างกายของสุนัขกำลังทำงานหนักเกินไป

สิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือการออกกำลังกายโดยใช้ลู่วิ่งใต้น้ำและการว่ายน้ำให้ผลต่อกล้ามเนื้อที่แตกต่างกัน ทั้งสองแบบนี้ไม่สามารถทำทดแทนกันได้ ดังนั้นก่อนให้สุนัขออกกำลังกายเจ้าของต้องแน่ใจว่าได้ปฏิบัติตามคำแนะนำของสัตวแพทย์เพื่อให้ได้ผลดีต่อสุนัขมากที่สุด

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ