ความรู้สุขภาพ

ออกซิโทซินต่ำสัมพันธ์กับการเข้าใจคนอื่นได้อย่างไร? งานวิจัยมีคำตอบ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
ออกซิโทซินต่ำสัมพันธ์กับการเข้าใจคนอื่นได้อย่างไร? งานวิจัยมีคำตอบ

ออกซิโทซิน (Oxytocin) เป็นฮอร์โมนที่ผลิตโดยไฮโปธาลามัส ซึ่งเป็นสมองส่วนที่เล็กมากที่มีหน้าที่ควบคุมการทำงานของร่างกายหลายอย่าง ประกอบไปด้วย ความรู้สึกหิว กระหายน้ำ การนอน อารมณ์ และความต้องการทางเพศ ทั้งนี้ฮอร์โมนออกซิโทซินมีชื่อเล่นว่า “ฮอร์โมนแห่งความรัก” เพราะร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนชนิดนี้เมื่อเราสร้างความผูกพันธ์กับคนรัก ลูก และแม้แต่สัตว์เลี้ยง ซึ่งออกซิโทซินจะถูกหลั่งออกมาในขณะที่มีเซ็กส์ ตอนคลอดลูก และตอนที่เราจ้องตาคนที่เรารัก หรือเมื่อมีการกอดกัน ทั้งนี้มีการค้นพบว่าออกซิโทซินมีส่วนช่วยควบคุมพฤติกรรมทางสังคม เพราะมันไปเพิ่มความรู้สึกไว้วางใจและกระตุ้นพฤติกรรมที่เอื้อต่อสังคมและศีลธรรม อีกทั้งยังช่วยลดความก้าวร้าวและความเครียด

ออกซิโทซินช่วยเพิ่มความรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่น

ระดับของออกซิโทซินมีความเชื่อมโยงกับความเห็นอกเห็นใจ มีบางงานวิจัยชี้ให้เห็นว่า การเพิ่มขึ้นของออกซิโทซินช่วยทำให้เรามีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นมากขึ้น และช่วยในการปรับตัวเข้าสังคมสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคออทิสติก ทั้งนี้มีงานวิจัยที่มีผู้เข้าร่วมทดลองเป็นผู้ป่วยโรคออทิสติก 13 คน พบว่า หลังจากที่มีการสูดออกซิโทซิน ผู้ป่วยมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนที่ให้ความร่วมมือทางสังคมมากที่สุดชัดเจนขึ้น และรายงานถึงความรู้สึกไว้วางใจที่เพิ่มขึ้นด้วย นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยอื่นๆ แสดงให้เห็นว่า ออกซิโทซินยังทำให้คนเอาใจใส่คนอื่นมากขึ้น และช่วยเพิ่มการเรียนรู้ทางสังคมในผู้ชายที่มีสุขภาพดี

การลดลงของความเห็นอกเห็นใจในผู้ป่วยโรคประสาทกับการมีระดับออกซิโทซินต่ำลง

นักวิจัยจาก The University of Cardiff แห่งเมืองผู้ดีได้สังเกตผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวที่อาจทำให้การผลิตออกซิโทซินลดลง สำหรับโรคที่ทำการวิจัยก็คือโรคเบาจืด (Diabetes insipidus - CDI) และภาวะต่อมใต้สมองทำงานบกพร่อง (Hypopituitarism - HP)  ทั้งนี้คนที่เป็นโรคเบาจืด ร่างกายจะผลิตอาร์จีนีน วาโซเพรสซินลดลง ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่มีความคล้ายคลึงกับออกซิโทซินและผลิตภายในไฮโปธาลามัส ส่วนคนที่ตกอยู่ในภาวะ HP ต่อมใต้สมองจะไม่ได้ผลิตฮอร์โมนอย่างเพียงพอ

อย่างไรก็ดี นักวิจัยตั้งสมมติฐานไว้อยู่ 2 ข้อคือ มีการคาดการณ์ว่าผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาจืด และCDI มีระดับออกซิโทซินน้อยลง และมีการทำนายว่า การมีระดับของออกซิโทซินที่ต่ำลงจะทำให้ผู้ป่วยมีความเห็นอกเห็นใจลดลง ซึ่งผู้เข้าร่วมทดลองในงานวิจัยชิ้นนี้มีทั้งหมด 55 คน โดยแบ่งเป็นผู้ป่วยโรคเบาจืด 20 คน ผู้ป่วยโรค CDI 20 คน และคนที่มีสุขภาพดี 15 คน

ผู้เข้าร่วมทดลองทุกคนจะถูกเก็บน้ำลายตัวอย่างทั้งก่อนและหลังทำแบบทดสอบที่แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจผู้อื่น ซึ่งประกอบไปด้วยการอ่านความคิดจากดวงตา และการจดจำการแสดงออกทางใบหน้า ผลปรากฏว่า ผู้ป่วยโรคเบาจืด และโรค CDI ทำแบบทดสอบได้แย่อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับผู้เข้าร่วมทดลองที่มีสุขภาพดี และผู้ป่วยที่มีระดับของออกซิโทซินต่ำที่สุดยังทำแบบทดสอบที่เกี่ยวกับการจดจำการแสดงออกทางใบหน้าแย่ที่สุด อย่างไรก็ตาม แม้ว่างานวิจัยข้างต้นจะมีผลออกมาเช่นนั้น แต่ทั้งนี้เราก็ยังต้องรองานวิจัยอื่นๆ เพื่อยืนยันสิ่งที่ค้นพบอีกทีค่ะ

ที่มา: https://www.medicalnewstoday.c...313911.php?sr

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป