Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

จะรู้ได้อย่างไรว่ากำลังตกอยู่ในภาวะคั่งน้ำ?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 2,041,122 คน

จะรู้ได้อย่างไรว่ากำลังตกอยู่ในภาวะคั่งน้ำ?

การคั่งน้ำมีแนวโน้มที่จะเกิดในคนที่เป็นโรคอ้วน คนที่ใช้ชีวิตแบบนั่งๆ นอนๆ และคนที่ทานอาหารที่มีโซเดียมสูง นอกจากนี้การคั่งน้ำยังพบได้มากในผู้หญิงที่อยู่ในช่วงวัยทองและผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ ซึ่งภาวะนี้มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นเมื่อร่างกายเริ่มกักเก็บน้ำมากกว่าที่มันควรทำ อย่างไรก็ตาม การที่อาการจะอยู่ในระดับเบา หรือรุนแรงนั้นขึ้นอยู่กับปริมาณของน้ำที่คั่งภายในร่างกาย สำหรับอาการพื้นฐานที่พบได้มีดังนี้

1.บวม

  • ให้คุณลองสังเกตที่เท้าและขา เพราะเราสามารถพบการคั่งน้ำได้ที่บริเวณนี้ การมีขาที่หนักอึ้ง บวม และอ่อนล้าก็ถือเป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนเช่นกัน
  • การมีข้อเท้าที่บวมถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณของการเกิดภาวะคั่งน้ำ ซึ่งคุณจะรู้สึกว่ารองเท้าคับขึ้น
  • หากคุณพบว่าตัวเองใช้เวลาใส่แหวน สร้อยคอมือ หรือนาฬิกานานขึ้น ส่วนใหญ่แล้วจะเกิดจากการที่ร่างกายคั่งน้ำ
  • ถ้าเดิมทีคุณมีใบหน้าที่เรียวเล็ก แต่วันดีคืนดีคุณกลับมีแก้มที่ใหญ่หรือมีใบหน้าบวมขึ้น มันก็เป็นสัญญาณที่บอกว่ามีบางสิ่งผิดปกติ
  • หากมีการคั่งน้ำ หน้าท้องของคุณจะบวมจนสามารถสังเกตได้ คุณจะดูอ้วนหรือบวมมากกว่าเดิม

2.ปวดข้อ
ให้คุณลองสำรวจตัวเองว่าบริเวณข้อของอวัยวะต่างๆ บวม หรือรู้สึกเจ็บบริเวณนี้หรือไม่ หากคุณรู้สึกเจ็บอย่างต่อเนื่อง และรู้สึกเจ็บเมื่อยืนขึ้นหรือนั่งลงเป็นเวลานาน บางทีมันอาจเป็นสัญญาณของภาวะคั่งน้ำก็ได้ค่ะ

3.ผิวมีรอยบุ๋ม

ถ้าคุณเห็นรอยหลังจากที่ออกแรงกดผิว หรือหลังจากที่สวมถุงเท้าหรือถุงน่องทั้งๆ ที่ไม่ได้คับจนเกินไป มันก็มีโอกาสที่ขาหรือข้อเท้าของคุณจะมีอาการบวมเช่นกัน นอกจากนี้หากคุณออกแรงกดบริเวณที่บวม และต้องใช้เวลาสักพักที่รอยบุ๋มจะหายไป มันก็อาจเป็นเพราะว่าคุณกำลังตกอยู่ในภาวะคั่งน้ำ หรือที่เรียกว่าบวมน้ำ

4.น้ำหนักขึ้น

เมื่อร่างกายกักเก็บน้ำมากเกินไป คุณก็อาจมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น หากคุณออกกำลังกายเป็นประจำและไม่ได้ทานอาหารแปลกไปจากเดิม แต่น้ำหนักกลับดีดตัวสูงขึ้น มันก็อาจเป็นเพราะว่าร่างกายกำลังคั่งน้ำก็ได้ค่ะ ทั้งนี้ให้คุณชั่งน้ำหนักทุกวัน โดยเฉพาะตอนเช้าและตอนกลางวัน เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

 วิธีป้องกันไม่ให้เกิดภาวะคั่งน้ำ

  • ทานอาหารที่มีโซเดียมต่ำ เพราะการทานอาหารที่มีรสเค็มหรือปรุงรสมากเกินไป จะทำให้คุณมีโอกาสตกอยู่ในภาวะคั่งน้ำมากขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการทานอาหารจั๊งค์ฟู้ด เพราะอาหารเหล่านี้มีเกลือและสารเคมีสูง
  • หลีกเลี่ยงการใช้ชีวิตแบบนั่งๆ นอนๆ และหันมาออกกำลังกาย เพราะการทำกิจกรรมทางกายจะช่วยให้ร่างกายกำจัดของเสียออกมา
  • หากคุณมีแนวโน้มว่าจะเครียดหรืออยู่ภายใต้สถานการณ์ที่กดดัน เราขอแนะนำให้คุณเพลาๆ การทำงาน เพราะสองสิ่งนี้เป็นปัจจัยที่ทำให้การคั่งน้ำรุนแรงมากขึ้น
  • คุณควรลุกขึ้นเดินทุก 30 นาที โดยเฉพาะถ้าคุณต้องนั่งทำงานที่โต๊ะ การทำเช่นนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการคั่งน้ำบริเวณขา เท้า และข้อเท้า

 หากตอนนี้คุณกำลังเผชิญกับปัญหาร่างกายคั่งน้ำหรือบวมน้ำ คุณก็ควรหลีกเลี่ยงการทานอาหารที่มีรสเค็มหรือโซเดียมสูง และลองใช้วิธีที่เรากล่าวไป แต่หากมันยังไม่หาย หรือไม่มีทีท่าว่าอาการจะดีขึ้น การไปพบแพทย์ก็ถือเป็นทางเลือกที่ดีค่ะ

ที่มา: https://steptohealth.com/how-t...


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
3  เหตุผลที่ทำให้การพยายามทำหลายสิ่งขณะขี่จักรยานเป็นความผิดพลาด
3 เหตุผลที่ทำให้การพยายามทำหลายสิ่งขณะขี่จักรยานเป็นความผิดพลาด

การพยายามทำหลายอย่างเกินไปขณะขี่จักรยานอาจกลายเป็นผลเสียได้และนี่คือเหตุผล

ช่วงของจังหวะการเต้นหัวใจกับการออกกำลังกาย
ช่วงของจังหวะการเต้นหัวใจกับการออกกำลังกาย

การใช้ 5 ช่วงอัตราการเต้นของหัวใจเพื่อการออกกำลังกายอย่างมีประสิทธิภาพ

ดูในแอป