มะเร็งและโรคร้าย

เป็นมะเร็งแล้วต้องทำอย่างไร

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
เป็นมะเร็งแล้วต้องทำอย่างไร

เป็นมะเร็งแล้วต้องทำอย่างไร

มะเร็งเป็นโรคหนึ่งที่คุกคามต่อสุขภาพร่างกายของมนุษย์อย่างร้ายแรง  เป็นโรครักษายากหรืออาจกล่าวได้ว่ารักษาไม่ได้  สถิติการเป็นโรคมะเร็งและเสียชีวิตจากโรคมะเร็งในบ้านเราเพิ่มมากขึ้น  สร้างความหวาดกลัวให้กับผู้คนเป็นอย่างยิ่ง  ไม่มีใครอยากให้เกิดกับตนเองและคนรอบข้างอันเป็นที่รัก

ด้วยเหตุนี้ไม่ว่าจะเป็นแพทย์แผนปัจจุบัน  แพทย์แผนจีน  แพทย์แผนไทย  หมอพื้นบ้าน  หมอพระ  หรือกระทั่งสูตรลับเด็ดๆ ประจำตระกูล  ได้พยายามค้นหาทุกวิถีทางที่จะรับมือกับโรคนี้  จึงมีแนวทางในการรักษามะเร็งเกิดขึ้นมากมาย  บางสำนักยังโอ้อวดสรรพคุณวิธีของตัวเองเสียเลิศเลอหากินกับความลำบากของเพื่อนมนุษย์  ผู้ป่วยและญาติเกิดความสับสนยากแก่การเลือกเป็นอย่างยิ่ง  แต่ถึงเวลานี้ก็ยังไม่มีวิธีรักษามะเร็งให้ได้ผลอย่างเฉียบขาดเพียงวิธีเดียว  ยังควรต้องพึ่งพาข้อดีมาขจัดข้อด้อยของกันและกัน

คนส่วนใหญ่จะเข้าใจว่า  “มะเร็งเป็นโรคที่ไม่มีทางรักษา  ตายเร็วหรือช้าเท่านั้น”  หากป่วยแล้วได้รับคำวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็ง  เปรียบเสมือนได้รับการ  “ตัดสินประหารชีวิต”  “เป็นโรคที่ต้องใช้จ่ายมากจนหมดเนื้อหมดตัว”  จิตใจหดหู่  หมดกำลังใจ  สิ้นหวังทั้งตัวผู้ป่วยเองและญาติสนิท  มิตรสหาย  จึงพยายามอย่างยิ่งที่จะหายาดีๆ หมอเก่งๆ มารักษา

ในช่วงนี้จึงเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อที่สุด  เพราะมักจะมีคำแนะนำที่คิดว่า  “ดีที่สุด”  เข้ามามากมาย  มีข้อมูลจากหนังสือ  อินเทอร์เน็ต  มีสำนักที่ว่า  “ดีเลิศ”  ต่างๆ มากมายเข้ามาให้เลือก  จนเลือกไม่ถูก  ขาดความเป็นตัวของตัวเอง  ส่วนใหญ่ต้องฝากชีวิตไว้กับหมอ  ด้วยเหตุนี้  การตัดสินใจของคนไข้และญาติในการเลือกหมอ  เลือกโรงพยาบาล  เลือกวิธีการรักษา  จึงเป็นการชี้ชะตาชีวิตของผู้ป่วยเลยทีเดียว

ผู้เขียนเห็นด้วยกับหนังสือ  “ขอบคุณที่ผมยังไม่ตาย”  ของคุณหมอสี่ว์ต๋าฟู  ประสาทศัลยแพทย์ของไต้หวัน  หน้า 36 ตอนหนึ่งที่กล่าวว่า  “การรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งกว่าหมื่นรายตลอดหลายปีที่ผ่านมา  รู้สึกว่าเหมือนโลกนี้มีคนอยู่ 2 ประเภทคือ  ผู้ป่วยมะเร็ง  กับผู้เชี่ยวชาญในการหาเงินจากผู้ป่วยโรคมะเร็ง  ผู้ป่วยที่มารักษากับผมทักคนล้วนถูกกดดันให้ต้องเสียเงิน  ถ้าไม่ใช่จ่ายเงินเองเพื่อทำเคมีบำบัดที่ไร้ผล  ก็ซื้อผลิตภัณฑ์ต้านมะเร็งมากมาย”

หรือคุณว่าไม่จริง

หากเลือกถูก  อาจทำให้ทรมานน้อยลง  มีชีวิตยืนยาวมากขึ้น  บางแห่งจะย้ำเลยว่าหากรักษากับเขาแล้วห้ามใช้วิธีอื่น  ซึ่งสร้างความลำบากใจและสับสนเป็นอย่างยิ่ง

ในยามคับขันอยู่ต่อหน้าความเป็นความตายเช่นนี้  ผู้ป่วยต้องนิ่ง  มีสติทำใจยอมรับความจริงให้ได้  อย่าลนลาน  ต้องกลั่นกรอง  ไตร่ตรอง  อย่ามัวแต่ช็อก  เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น  ตัดสินใจเลือกวิธีรักษาให้รอบคอบ  อีกทั้งคำแนะนำอย่างจริงใจของคนรอบข้าง

มีข้อมูลในตำรา  อินเทอร์เน็ต  จากการบอกต่อ  ให้เลือกมากมาย  จนบางครั้งเลือกไม่ถูกว่าจะเอาอย่างไรดี  ถ้าเลือกสะเปะสะปะ  โน่นนิดนี่หน่อย  ใครว่าที่ไหนดีเอาหมด  เปลี่ยนหมอ  เปลี่ยนวิธีการรักษาไปเรื่อย  แทนที่จะได้ผล  กลับยิ่งทำให้โรคเลวร้ายลงอีก

ญาติผู้ป่วยมะเร็งตับท่านหนึ่งที่เพิ่งเสียชีวิตได้ไม่นานเล่าให้ฟังว่า  ผู้ป่วยเข้าสู่มะเร็งระยะสุดท้าย  หมอไม่รักษาแล้วให้ญาติทำใจ  อาจอยู่ได้อย่างมาก 3 เดือน  ในช่วงนั้นมีคนแนะนำให้กินยา  “ฆ่าปู”  ใช่  ยาฆ่าปู  (เขียนไม่ผิดและอ่านไม่ผิด)  ทุกคนฟังแล้วตกใจว่า  นั่นเป็นยาพิษนะ  กินเข้าไปได้ไง  แต่คนแนะนำเป็นคนมีฐานะในสังคม  น่าเชื่อถือ  มีคนนับหน้าถือตากันมานาน  ย้ำว่ามีคนกินหายมามากแล้ว

เหตุผลคือ  ยาฆ่าปู  ฆ่าเฉพาะสัตว์ที่ไม่มีเลือด  เช่น  ปู  กุ้ง  เป็นสัตว์ไม่มีเลือด  จึงสามารถฆ่าเซลล์มะเร็งได้แต่ไม่ฆ่าคนหรือสัตว์ที่มีเลือด  ผู้ป่วยและญาติเชื่อตามนั้น  ไหนๆ ไม่ได้รักษาอะไรแล้ว  ลองกินอาจรอด  ไม่รอดก็ไม่มีทางเลือกแล้ว  กินไป 7 วัน  พอวันที่ 10 ผู้ป่วยก็เสียชีวิต

เร็วกว่าที่หมอแผนปัจจุบันบอกไว้

อย่าลืมว่ามะเร็งเป็นโรคร้ายแรงก็จริง  แต่ต้องถือว่าเป็นโรคเรื้อรังชนิดหนึ่งที่ใช้เวลารักษานาน  และสามารถอยู่ร่วมกันได้  หากเราเปลี่ยนหมอบ่อยๆ หมอยังกุมโรคและร่างกายของผู้ป่วยไม่ได้  ก็เปลี่ยนหมออีก  ร่างกายของคุณต้องรองรับการทดลองไปเรื่อยๆ

แน่นอนว่าผู้ป่วยมะเร็งและญาติย่อมต้องการการรักษาที่ได้ผล  ต้องการหมอเก่ง  เข้าใจผู้ป่วย  มีใจเมตตา  เปี่ยมด้วยคุณธรรม  ซึ่งจะหาง่ายหรือเปล่าเป็นเรื่องโชคชะตาที่เราต้องเจอเอง

ถ้าป่วยแล้วได้รับคำตอบจากหมอว่า  เป็นโรคหัวใจ  เบาหวาน  ความดัน  โลหิตสูง  ผู้ป่วยหรือญาติมิตรจะไม่ตกใจมาก  และไม่เป็นที่สนใจของคนรอบข้างเท่าไรนัก  ทั้งที่โรคหัวใจมีโอกาสหัวใจวายตายง่ายๆ ได้ทุกเมื่อ  โรคความดันโลหิตสูง  หากดูแลรักษาไม่ดี  มีโอกาสเป็นอัมพฤกษ์ได้ตลอดเวลา

โรคเบาหวานก็เสี่ยงที่จะตาบอด  ถูกตัดขา  เป็นโรคไต  ไตวายเรื้อรัง  ต้องล้างไต  หรือเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากปัสสาวะเป็นพิษ  โรคหัวใจแทรกซ้อนตามมาเป็นแถว  แต่คนกลับไม่ตกอกตกใจ  หรือถามไถ่ด้วยความ  “อยากรู้”  แสดงความ  “เห็นอกเห็นใจ”  เท่ากับได้ยินว่าคุณเป็นมะเร็ง  จนบางครั้งกลายเป็นความกดดันต่อผู้ป่วยมะเร็งโดยไม่รู้ตัว

โรคบางโรคตายเร็วกว่ามะเร็งเสียอีก  แต่ไม่มีใครตื่นเต้นตกใจเท่ากับพอรู้ว่าคุณเป็นมะเร็ง  ถูกมองด้วยสายตาสงสาร  เห็นใจ  ทำให้ผู้ป่วยมะเร็งกดดันมาก  ยิ่งถ้าได้รับคีโมแล้วผมร่วง  ร่างกายผอมโซ  ยิ่งไม่กล้าออกไปไหนจากการที่ได้คุยกับผู้ป่วยมะเร็ง  เขาและเธอคิดเช่นนี้  ลูกสาวผู้เขียนก็เช่นกัน

มีผู้ป่วยหญิงเป็นมะเร็งเล่าให้ฟังว่า  หลังฉายแสงแล้ว  ผมร่วง  ผิวหนังแห้งกร้าน  กระดำกระด่าง  เป็นเกล็ดเหมือนสะเก็ดเงิน  หน้าตาหมองคล้ำ  พอเธอเดินตามถนน  คนจะมองจนเหลียวหลังด้วยสายตาไม่ดีนัก  จนไม่อยากออกนอกบ้าน  กลัวคนอื่นรังเกียจ  สังคมรอบข้างมีส่วนกดดันผู้ป่วยมะเร็งโดยไม่รู้ตัว

ผู้ป่วยมะเร็ง  ไม่จำเป็นต้องกลัว  ยืดอกกล้ายอมรับความจริง  เข้มแข็งสู้กับโรคต่อไป  อย่าให้สิ่งรอบข้างมาบั่นทอนจิตใจ  ถ้าทำเช่นนี้ได้  จะเป็นผลดีต่อการรักษาในที่สุด

สิ่งที่ผู้ป่วยต้องทำคือ  นิ่ง  สงบ  เข้มแข็ง  ไม่หวั่นไหวกับสิ่งรอบข้าง  และอยู่ร่วมกับมะเร็งให้ได้

มะเร็งหรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า  “ก้อนเนื้อร้าย”  เป็นโรคเรื้อรัง  มีเซลล์ตัสร้ายแฝงอยู่ร่วมกับเซลล์ดีในร่างกาย  พอเราประหัตประหาร  ตามล่าฆ่าทำลายเขา  เซลล์ดีก็พลอยถูกทำลายด้วย  เท่ากับทำร้ายตัวเราเองไปด้วย

ร่างกายเปรียบเสมือนสนามรบ  ระหว่างเซลล์มะเร็งตัวร้ายกับเซลล์ดี  ในการสู้รบผู้ที่แข็งแกร่งมักจะได้เปรียบกว่า  แต่บางครั้งในการรบหากมียุทธวิธีที่ล้ำลึก  ผู้ด้อยกว่าสามารถเอาชนะผู้ที่แข็งแกร่งกว่าได้  ขณะที่เซลล์มะเร็งมีกำลังเหนือกว่า  กำลังเราไม่แข็งแกร่งพอจะรบชนะได้

ต้องทำอย่างไรให้ร่างกายหรือเซลล์ดีของเราแข็งแรง  เพื่อจะต่อสู้ได้อย่างยืดเยื้อ

ขณะเดียวกัน  ยาเป็นอาวุธที่จะช่วยให้เรารบชนะมะเร็ง  แต่การใช้ยาต้องมียุทธวิธี  เปรียบเหมือนในการรบต้องมียุทธวิธี  มีกลอุบายล้ำลึก  หากมียุทธวิธีที่ดีในการใช้กำลังทหาร  มีหลยุทธ์ที่ดี  กำลังน้อยสามารถเอาชนะกำลังมากได้

มียาสำหรับโรคมะเร็งเท่ากับเรามีอาวุธ  แต่การใช้ยาให้ได้ผลต้องมียุทธวิธี  ช่วงเวลาไหนต้องรุกทำลาย  ช่วงไหนต้องบำรุงกำลังตัวเองให้แข็งแรง  ช่วงไหนที่ต้องใช้ทั้งสองอย่างร่วมกัน  ล้วนเป็นยุทธวิธี  หากทำได้ดีแม้พละกำลังร่างกายเราอ่อนแอกว่า  อาจสามารถเอาชนะ  หรือสงบศึกให้อยู่ร่วมกับมะเร็งอย่างสันติ  มีชีวิตยืนยาวได้เช่นกัน

นอกจากนี้ยังต้องอยู่ที่ขวัญกำลังใจ  และความกล้าของเราเองด้วย  ข้าศึกประชิดแล้ว  จะสู้หรือถอยอสู่ที่ตัวเรา  หากสู้ก็ตาย  ไม่สู้ก็ตาย  ทำไมเราจึงไม่สู้  เพราะอาจมีทางรอดได้

กำลังหนุนก็สำคัญ  ดังนั้น  ยาบำรุงที่ต้องช่วยเสริมพลังร่างกาย  พลังทางจิตใจจึงขาดไม่ได้

ความกังวล  เสียใจ  เศร้าโศก  แก้ปัญหาอะไรไม่ได้  เป็นการกดขวัญกำลังใจ  ทำให้อ่อนแอ  สู้เราสงบนิ่ง  ทำใจให้สบาย  ปล่อยวาง  อะไรจะเกิดก็ปล่อยให้มันเกิด  แต่ทำวันนี้ให้ดีที่สุด

ทำใจได้แล้วยังต้องเข้มแข็ง  เพราะการรักษามะเร็งแต่ละวิธี  สร้างความทรมานต่อร่างกายเหลือคณนา  หากเราไม่มีจิตใจที่เข้มแข็งจะท้อใจได้ง่าย  อย่าทำตัวอ่อนแอ  หากเราอ่อนแอ  ตัวเราแย่  คนรอบข้างก็ลำบากใจ

ส่วนอาหารการกิน  จะมีสูตรเด็ดมากมายมาให้เลือก  แต่หลักของแพทย์แผนจีนตั้งอยู่บนรากฐานแห่งความสมดุล  เป็นฐานแห่งการเสริมความต้านทานของร่างกาย  พร้อมกับการกำจัดมะเร็ง

ความหนาวเย็น  ความอุ่นร้อน  ความแห้งชื้นของฤทธิ์อาหาร  มีความสำรัญต่อการปรับความสมดุลของร่างกายที่เราควรเรียนรู้ให้รู้จริง  ต้องสังเกตด้วยว่าสอดคล้องกับร่างกายของผู้ป่วยหรือไม่  ผู้ป่วยรับได้หรือไม่

ความอบอุ่นและความใส่ใจของครอบครัวและคนรอบข้างมีส่วนช่วยให้ผู้ป่วยมะเร็งข้ามผ่านมรสุมชีวิตได้เป็นอย่างดี

สิ่งสำคัญขาดไม่ได้อีกอย่างหนึ่งคือ  ต้องมีเพื่อนที่รู้ใจ  สามารถคุยความในใจ  ระบายสิ่งที่ติดค้างในใจออกมาได้  เพราะบางครั้งบางเรื่องอาจไม่กล้าคุยกับคนในครอบครัว  จึงต้องมีกลุ่มเพื่อน  เพื่อนสนิทรู้ใจ  ยิ่งเพื่อนโรคมะเร็งด้วยกันยิ่งดี  จะได้ให้กำลังใจกัน  ทำกิจกรรมที่ชอบและสบายใจร่วมกัน  ให้ลืมว่าเเราเป็นมะเร็งไปชั่วขณะ  หลายๆ ชั่วขณะ  จะก่อผลดีในการต่อต้านมะเร็งได้

คุณสามารถอ่านข้อมูลดีๆมีประโยชน์แบบนี้ได้เพิ่มเติมที่หนังสือ "ต้านมะเร็งลดพิษคีโมด้วยแพทย์แผนจีน" โดยหมอไพร จากสำนักพิมพ์เนชั่นบุ๊คส์ เพื่อสนับสนุนผู้แต่ง

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่