ความรู้สุขภาพ

ฝีแตกต่างจากสิวอย่างไร ดูแลรักษาและป้องกันอย่างไรให้ตรงจุด

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
ฝีแตกต่างจากสิวอย่างไร ดูแลรักษาและป้องกันอย่างไรให้ตรงจุด

ฝีและสิว ถือเป็นปัญหาสุขภาพผิวที่หลายคนไม่อยากให้เกิด แต่เชื่อว่าหลายคนที่มีอาการทั้ง 2 อย่างนี้ ย่อมเกิดความสับสนว่าอาการแบบไหนคือ ฝีหรือสิวกันแน่ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ฝีมีความแตกต่างจากสิวอยู่พอสมควร ว่าแต่จะมีลักษณะแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ไปติดตามข้อมูลดังต่อไปนี้ได้เลย

ฝี คืออะไร?

ฝี หรือ Abscess คือเนื้อเยื่อที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียในกลุ่ม Staphylococcus aureus และ streptococci โดยมีลักษณะเกิดต่อมบวมกลัดหนองด้านในทำให้มีอาการปวดบวมและแดงขึ้น ซึ่งมักจะเกิดขึ้นตามบริเวณต่อมไขมันหรือรูขุมขนบนผิวหนังเป็นส่วนมาก ส่วนใหญ่เราจะสามารถพบเจอฝีได้ตามผิวหนังภายนอกเป็นส่วนมาก แต่ก็ยังสามารถเกิดขึ้นตามอวัยวะภายในของร่างกายได้อีกด้วย

สิว คืออะไร?

สิว เกิดจากการอักเสบของต่อมไขมันที่อยู่บริเวณรูขุมขน ซึ่งพบได้บนผิวหนังตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยมีสาเหตุหลายชนิดที่ทำให้เกิดสิว เช่น เซลล์ที่เส้นขนแบ่งตัวมากผิดปกติ จนเป็นสาเหตุที่ทำให้ไขมัน ขี้ไคล หรือเชื้อแบคทีเรียต่างๆ เข้าไปสะสมอยู่ที่ต่อมขนจนทำให้กลายเป็นสิวอุดตัน (Comedone), เกิดจากต่อมไขมันผลิตไขมันมากเกินไปจนออกมาในรูปแบบของตุ่มสิว, เกิดการอักเสบที่ต่อมขน, ติดเชื้อแบคทีเรีย Propionibacterium acnes (P.acnes) จนเกิดเป็นตุ่มนูน ตุ่มหนอง หรือตุ่มน้ำ

ฝีแตกต่างจากสิวอย่างไร?

หลายครั้งที่ผู้ป่วยมักจะเกิดความกังวลว่าอาการที่เป็นอยู่นั้นคือฝีหรือสิวกันแน่ ซึ่งความเป็นจริงแล้ว ฝีนั้นแตกต่างจากสิวอย่างชัดเจนในเรื่องของขนาดที่ใหญ่กว่า มีลักษณะบวมแดง และจะรู้สึกปวดมากกว่าสิว ซึ่งถือเป็นวิธีสังเกตอย่างง่ายๆด้วยตนเอง นอกจากนี้ ความแตกต่างอย่างหนึ่งของฝีก็คือ ฝีสามารถเกิดขึ้นได้ตามอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย เช่น

  • โพรงหนองที่ฟัน เกิดบริเวณเนื้อใต้ฟันหรือบริเวณเหงือกและกระดูกกรามใต้ฟัน
  • ฝีทอนซิล เกิดบริเวณต่อมทอนซิลในช่องปากและผนังด้านในลำคอ
  • ฝีต่อมบาร์โธลิน เกิดในต่อมบาร์โธลินที่อยู่บริเวณผิวหนังของแคมอวัยวะเพศหญิง
  • ฝีที่ก้น เกิดบริเวณผิวหนังที่รอยแยกหรือร่องก้น
  • ฝีบริเวณทวารหนัก เกิดบริเวณลำไส้ตรงและทวารหนัก
  • ฝีไขสันหลัง เกิดบริเวณโดยรอบไขสันหลัง
  • ฝีในสมอง เกิดภายในเนื้อสมองใต้กะโหลกศีรษะ

สำหรับฝีที่สมอง จำเป็นที่จะต้องได้รับการรักษาจากแพทย์อย่างถูกต้องโดยเร็ว ตลอดจนฝีชนิดอื่นๆ ก็เช่นเดียวกัน เนื่องจากจะต้องทำการวินิจฉัยเพื่อหาสาเหตุในการเปิดฝีภายในร่างกาย แต่สำหรับสิวจะเกิดขึ้นที่บริเวณผิวหนังที่มีต่อมไขมันเท่านั้น เช่น ใบหน้า คอ หน้าอก แผ่นหลัง หรือไหล่ เป็นต้น โดยมักไม่ขึ้นตามอวัยวะภายในต่างๆ ของร่างกายเหมือนเช่นกับฝี และนอกจากนี้ สิวก็ยังมีทั้งอาการสิวอักเสบและสิวอุดตัน

การรักษาฝีและสิวแตกต่างกันหรือไม่?

แม้ว่าฝีและสิวจะมีลักษณะที่คล้ายกัน แต่วิธีรักษานั้นจะแตกต่างกันพอสมควร ซึ่งจะต้องทำการตรวจวินิจฉัยจากขนาดและอาการของฝีหรือสิวเป็นหลักก่อน สำหรับการรักษาฝีนั้นผู้ป่วยควรต้องเข้าพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัย หากพบว่าอาการฝีไม่ได้มีขนาดใหญ่และปวดเล็กน้อย สามารถใช้วิธีการประคบร้อนด้วยน้ำอุ่น วันละประมาณ 2 – 3 ครั้ง ครั้งละประมาณ 15 – 20 นาที อาการของฝีจะค่อยๆ หายไปได้เองจนเป็นปกติ นอกจากผู้ป่วยที่มีอาการอักเสบแพทย์ก็จะทำการจ่ายยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาอาการอักเสบ นอกจากนี้ ยังมีวิธีผ่าหรือเจาะเพื่อระบายหนองออก สำหรับผู้ที่มีฝีขนาดใหญ่และปวดอักเสบมาก

ในขณะที่อาการของสิวนั้น ถือเป็นอาการที่สามารถรักษาได้ด้วยตนเอง ด้วยการรักษาความสะอาดของผิวหน้าหรือร่างกายอย่างสม่ำเสมอ สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ยารักษาสิวที่มีคุณสมบัติในการกำจัดเชื้อแบคทีเรียร่วมได้ เช่น เบนโซอิล เพอร์ออกไซด์, กรดซาลิไซลิก, ยารักษาสิวอุดตันในกลุ่มกรดวิตามินเอชนิดทาภายนอก หรือผลิตภัณฑ์สมุนไพรต่างๆ จะช่วยทำให้อาการของสิวดีขึ้นตามลำดับ ดังนั้นผู้ป่วยจะต้องใส่ใจดูแลรักษาอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันไม่ให้อาการของฝีหรือสิวลุกลามหนักขึ้น

วิธีป้องกันการเกิดฝีและสิวทำได้อย่างไร?

การป้องกันฝีนั้นจะแตกต่างจากสิวพอสมควร เนื่องจากฝีเป็นโรคผิวหนังที่สามารถติดต่อกันได้จากเชื้อแบคทีเรีย ดังนั้น จึงควรระมัดระวังในเรื่องของความสะอาดเป็นพิเศษ เช่น ควรหมั่นล้างมืออย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการใช้ของร่วมกับผู้อื่น ไม่ควรสัมผัสฝีของคนอื่นหรือของตนเอง และควรปิดแผลตามร่างกายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเชื้อแบคทีเรียเข้าสู่ร่างกาย สำหรับวิธีป้องกันสิวนั้นสามารถทำได้ง่ายมาก เพียงแค่ทำความสะอาดผิวหน้าและร่างกายให้สะอาด หลีกเลี่ยงแสงแดด ฝุ่นละออง และสิ่งเร้าที่อาจจะทำให้เกิดความมันส่วนเกินบนใบหน้าก็จะช่วยลดโอกาสในการเกิดสิวลงได้

สิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่เป็นฝีหรือสิวก็คือ การดูแลตัวเองอย่างถูกต้องและไม่ควรไปบีบฝีหรือสิวอย่างเด็ดขาด แต่ควรดูแลโดยทำความสะอาดโดยรอบโดยใช้น้ำเกลือทำความสะอาด และใช้วิธีรักษาตามที่ได้แนะนำไว้ก็จะช่วยทำให้อาการดีขึ้นตามลำดับ สำหรับใครที่เกิดความสงสัยถึงอาการปวดบวมว่าจะเป็นฝีหรือสิวกันแน่ ควรพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและทำการรักษาอย่างถูกต้องต่อไปจะดีที่สุด เพราะในปัจจุบันได้มีเทคโนโลยีและยารักษาที่สามารถช่วยให้อาการของฝีและสิวดีขึ้นได้อย่างง่ายดาย ฉะนั้นผู้ป่วยจึงไม่ต้องกลัวและไม่ต้องกังวลว่าอาการทั้งฝีหรือสิวจะรักษาไม่ได้

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่