ยา

ใช้ยาเกินขนาดอันตรายอย่างไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
Istock 696835484 %281%29

ลองนึกภาพตามดูนะครับ ในตรอกมืด ๆ อยู่ๆ คนจรจัดติดยาก็ ทรุดฮวบลงข้างหลังคนค้นขยะ ขาดใจตายเพราะใช้เฮโรอื่นเกินขนาด  ภาพที่ผมและคนอีกมากนึกถึง (ด้วยอิทธิพลจากภาพยนตร์และข่าวจากสื่อ เวลาได้ยินคําว่า “ใช้ยาเกินขนาด” อย่างไรก็ตาม ปัญหาการใช้ยาอย่างผิดๆ ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แท้จริงแล้วต่างไปจากนี้มาก แทนที่จะเป็นคนจรจัดติดยา ปัญหากลับพบในคนทั่ว ๆ ไปอย่าง แม่ของนักฟุตบอล เพื่อนร่วมงาน นักเรียนมัธยม และนักศึกษามหาวิทยาลัย ลองคิดถึงยาที่จ่ายจากใบสั่งยา ที่ถูกต้องด้วยสิครับ สหรัฐอเมริกาต้องเผชิญปัญหาการใช้ยาผิดอย่าง แพร่หลายในกลุ่มยาแก้ปวดประเภทที่มีใบสั่งยากํากับ เชื่อไหมครับ เมื่อปี พ.ศ. 2550 ยาแก้ปวดกลุ่มนาร์โคติก (เป็นยาในตระกูลมอร์ฟีน เฮโรอื่น) ที่ต้องจ่ายโดยแพทย์ ทําให้เกิดการเสียชีวิตโดยไม่เจตนา มากกว่าสถิติ การตายจากเฮโรอีนและโคเคนรวมกันเสียอีก ยิ่งไปกว่านั้น ในปี พ.ศ. 2552 นับเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปีที่รัฐบาลต้องเริ่มติดตามสถิติการตายที่เกิด จากการใช้ยาเกินขนาด และผลจากการใช้ยาผิดวิธีเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตที่สูงกว่าอุบัติเหตุจราจรเสียอีก

เหตุการณ์เช่นนี้อาจเริ่มต้นด้วยความบริสุทธิ์ใจ เช่นใช้ยาเพื่อจัดการกับอาการปวดหลังที่รบกวนงานของคุณ หรืออาการนอนไม่หลับ หรืออยากเพิ่มความมีชีวิตชีวาอีกนิดจะได้ลุยงานใหญ่ให้จบเสียที จากยาเพียงเม็ด สองเม็ดก็เพิ่มขึ้นทีละสองสามเม็ด พอรู้ตัวอีกที คุณก็อยู่ไม่ได้ถ้าไม่กินเสียแล้ว ยาที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตโดยไม่เจตนาที่พบบ่อยคือยาแก้ปวด ยากล่อมประสาท ยาต้านซึมเศร้า ยากระตุ้นประสาท และยานอนหลับ ชาวอเมริกันจะคุ้นเคยชื่อยาเหล่านี้ ไม่ว่าจะออกซีคอนติน (แก้ปวด) วิโดดิน (แก้ปวด) แซแน็กซ์ (ยานอนหลับ) บ่อยครั้ง ยาที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์ เหล่านี้ถูกใช้อย่างผิดวิธี ทําให้เกิดการติดยาตามมา

เรื่องนี้เกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย สถาบันยาเสพติดแห่งชาติ (The National Institute on Drug Abuse: NIDA) รายงานผลการสํารวจ เมื่อปี พ.ศ. 2552 ว่า ในรอบปีที่ผ่านมา มีคนอเมริกันอายุตั้งแต่ 12 ปี ขึ้นไป 16 ล้านคน เคยนํายาที่แพทย์สั่งจ่ายในกลุ่มยาแก้ปวด ยากล่อม ประสาท ยากระตุ้นประสาท ยานอนหลับ มากินโดยไม่ได้หวังผลทาง การแพทย์ อย่างน้อยก็หนึ่งครั้ง สําหรับหลายๆ คน การกระทํานี้เริ่มตอน อยู่โรงเรียนมัธยม พอเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ สถิติการใช้ยาผิด ๆ ก็ยิ่งพุ่ง เราอาจเข้าใจว่าการติดยาและใช้ยาเกินขนาดเป็นเรื่องของกลุ่มวัยรุ่นไม่รักดี แต่ ความจริงคือ กลุ่มคนอายุ 45-54 ปีต่างหาก ที่เป็นกลุ่มที่มีการใช้ยาเกินขนาดโดยไม่เจตนาสูงสุด

แล้วทําไมการใช้ยาผิดถึงเกิดขึ้นบ่อย ? เหตุผลใหญ่น่าจะเป็นเพราะ การใช้ยาเหล่านี้ไม่ได้ทําให้รู้สึกผิดเหมือนการใช้ยาผิดกฎหมาย หลายคน รู้สึกว่าเป็นยาที่หมอสั่ง จึงปลอดภัยที่จะใช้ ครั้นต่อมา เมื่อใช้ยาหนักเข้า การเสาะหายามาก็ไม่ค่อยยาก มากกว่าครึ่งของคนเหล่านี้ หายาเพิ่มได้จาก คนในครอบครัวและเพื่อนฝูง ไม่ใช่จากแพทย์ อีกส่วนหนึ่งก็หาวิธีโกง ระบบให้ได้ยามา ส่วนแพทย์เองก็ยากที่จะบอกได้ว่าที่ผู้ป่วยปวดมากจนสมควรได้รับยาแก้ปวดกล่มนาโคติกนี้เป็นเรื่องจริง หรือว่าเป็นวิธีที่ผู้ป่วย

คอกเอายา หมอหลายคนก็เครียดเหมือนกันที่ต้องดูแลผู้ป่วยที่มาด้วย อาการปวดเรื้อรัง หรือบางครั้งก็อาจไม่ได้ใส่ใจสั่งยาอย่างรอบคอบ

ไม่เฉพาะยาตามใบสั่งจากแพทย์เท่านั้นที่มีปัญหา การที่เราซื้อยาแก้ปวดหลายชนิดได้เองโดยไม่ต้องมีใบสั่งจากแพทย์ ไม่ได้แปลว่ายานั้น ปลอดภัยไปทุกอย่าง ถึงยาแก้ปวดซื้อเองได้อย่างอะเซตะมิโนเฟน (ไทลินอล แอสไพริน และไอบิวโพรเฟน จะไม่ก่อปัญหาการเสพติดอย่างยาแก้ปวดที่ ต้องมีใบสั่งยาก็จริง แต่ก็เสี่ยงต่อสุขภาพเมื่อใช้ผิดวิธีได้เช่นกัน ยกตัวอย่าง การกินอะเซตะมิโนเฟนเกินขนาด อาจเป็นอันตรายต่อตับอย่างรุนแรง จนตับวายและถึงแก่ชีวิตได้

ยาแก้ปวดมักเป็นส่วนผสมอยู่ในยาอื่น ๆ ด้วย อันเป็นเหตุให้มี โอกาสกินเกินขนาดโดยไม่ได้ตั้งใจ ปัจจุบันภาวะตับวายเฉียบพลันใน สหรัฐอเมริกา มีสาเหตุอันดับหนึ่งมาจากยาอะเซตะมิโนเฟน ความเสี่ยงต่อการได้รับยานี้เกินขนาด เพิ่มสงจนบริษัทผู้ผลิตยาไทลินอล ต้องบอกลดขนาดบริโภคที่แนะนําในหนึ่งวัน จากเดิม 8 เม็ด (4,000 มก.) ลงมา เหลือ 6 เม็ด (3,000 มก.) เพื่อป้องกันผู้ใช้ยาได้รับยาเกินขนาดโดยไม่ เจตนา เพราะอะเซตะมิโนเฟนในปริมาณ 10,000 มิลลิกรัม ทําให้ตับคุณพังได้

มาดูตัวอย่างกัน แล้วคุณจะเข้าใจว่าเกิดจากเหตุการณ์แบบนี้ได้ง่ายขนาดไหน สมมุติคุณเป็นไข้หวัดใหญ่ มีไข้ คัดจมูกและรู้สึกปวดเมื่อย ทั้งตัว คุณตื่นขึ้นมารู้สึกแย่มาก จึงกินอะเซตะมิโนเฟนแบบ 500 มก. ไป 2 เม็ด (1,000 มก. แล้วนะครับ) ที่กล่องบอกว่า ตลอดวันคุณกินได้ 6 เม็ด นั่นคือ 3,000 มก. ต่อวัน แล้วคุณก็กินยาบรรเทาอาการหวัดและไข้หวัดใหญ่ที่ซื้อจากห้าง เช่นยี่ห้อเดย์ควิล เพื่อลดอาการคัดจมูกไป 2 เม็ด ยาเม็ดนี้ มีอะเซตะมิโนเฟนผสมอยู่ด้วย คู่มือบอกว่าใน 24 ชั่วโมงกินได้สี่ครั้ง ฉะนั้น คุณก็จะกิน 8 เม็ด ซึ่งเท่ากับได้อะเซ็ทตะมิโนเฟนเพิ่มไปอีก 2,600 มก. คุณยังจะกินไนควิลเพื่อช่วยให้หลับด้วย หนึ่งเม็ดได้อะเซตะมิโนเฟน ไปอีก 650 มก. เห็นหรือยังครับ คุณอาจไม่รู้ตัวเลยว่าแค่กินยาบรรเทาหวัด ลดไข้แบบนี้ คุณได้รับอะเซตะมิโนเฟนเข้าไปเกือบ 7,000 มก แล้วนี่เกินสองเท่าของปริมาณที่แนะของปริมาณที่แนะนําต่อวันเสียอีก สําหรับบางคน ปริมาณเท่านี้อาจ จะเป็นพิษจนตับวายก็ได้ เวลาที่ป่วย คุณอาจไม่มีอารมณ์จะคํานวณปริมาณ อะเซตะมิโนเฟนที่กินเข้าไป ทั้งๆ ที่ปริมาณรวมกําลังเพิ่มขึ้นทุกทีๆ และแม้แต่ยาแก้ปวดที่ใช้ใบสั่งจากแพทย์บางตัว ก็มีอะเซตะมิโนเฟนเป็นส่วนผสม เช่น เพอร์โคเซ็ท และวิโคดิน หากคุณตั้งต้นด้วยการกินอะเซตะมิโนเฟน แล้วไม่ทุเลา จึงเขยิบไปกินยาแรงขึ้น โปรดระวังด้วยเพราะอาจเป็นอันตรายได้

ดีเหมือนกันถ้าคุณจะถือโอกาสนี้สํารวจตู้ยาของคุณเอง และดูให้แน่ใจว่าคุณไม่ได้ทําตัวเป็นคลังยาให้คนอื่นโดยไม่เจตนา ตอนผมอายุสามสิบ กว่า ผมมีอาการปวดหลังอยู่เสมอ จนในที่สุด ผมต้องเข้ารับการผ่าตัด ระหว่างห้าปีนั้น ผมได้ยาคลายกล้ามเนื้อและแก้ปวดกลุ่มนาร์โคติกเยอะ ถ้ากินอันไหนแล้วไม่ทุเลา ผมก็เปลี่ยนไปกินอันที่แรงกว่า ตู้ยาผมค่อย ๆ สะสมยาจนกระทั่งจะเป็นร้านขายยาที่เต็มไปด้วยยาที่อันตรายและเสพติด จนกระทั่งผมมีคนมาอยู่ร่วมบ้านด้วย ซึ่งผมทราบว่าเขามีปัญหาการใช้ยาผิดวิธีอยู่ ผมจึงสังคายนาตู้ยาจนเรียบร้อยเข้าที่ อย่ารอจนสายเกินไปนะครับ ไปสํารวจดูเถอะ คุณอาจจะแปลกใจกับสิ่งที่มีในนั้นก็ได้

บทสรุปจากหมอเบซเซอร์

สถิติการติดยาและการเสียชีวิตจากยาที่มีใบสั่งจากแพทย์กําลังมุ่งไม่หยุด การใช้เป็นครั้งคราวอาจนําไปสู่การต้องนั่งยาและกลายเป็นเสนติดในที่สุด จงอย่ากินยา ที่แพทย์ไม่ได้สั่งจ่ายสําหรับคุณ และต้องทําความเข้าใจกับการใช้ยาอย่างถูกต้องปลอดภัย แม้เป็นยาซื้อเองได้ก็ต้องระมัดระวัง ควรรู้ส่วนผสมในยาที่กินเสมอ จะได้ระวังไม่ใช้ยา เกินขนาด เพราะอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ครับ

สิ่งที่คุณทําได้ เพื่อให้ “ยาปลอดภัย”

  • ถามหมอถึงวิธีการใช้ยาอย่างปลอดภัย โดยเฉพาะกลุ่มยาแก้ปวด ยากล่อมประสาท ยาคลายเครียด ว่าทําให้เสพติดไหม หรือมีผลข้างเคียง อะไรบ้าง หาคําตอบว่าคุณควรกินยาในปริมาณเท่าใดและควรใช้ยานั้นไปนาน เท่าใด ก่อนการพบแพทย์ครั้งต่อไป
  • อย่าเกรงใจที่จะถามถึงทางเลือกวิธีอื่น ๆ การใช้ยาที่อาจเสพติด หมอที่รีบมักจะก้มหน้าก้มตาเขียนใบสั่งยาให้เสร็จ มากกว่าจะใช้เวลาอธิบาย ทางเลือกต่างๆ ให้คุณฟัง
  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาวิธีการบําบัดอื่นๆ เช่น กรณีนอนไม่หลับ แทนที่จะกินยานอนหลับ มาวิเคราะห์นิสัยการนอนของคุณ ฝึกเทคนิคการ ผ่อนคลาย และหาความรู้เกี่ยวกับยาที่ไม่มีฤทธิ์เสพติด
  • พูดความจริงเกี่ยวกับอาการไม่สบายของคุณ ปัจจุบัน แพทย์มัก จะเห็นใจผู้ที่มีปัญหาเรื่องปวดและให้ยาฤทธิ์แรงกว่าสมัยก่อน จึงไม่ควรใส่ไข่ เรื่องอาการมากเกินจริง หรือตัดสินใจไปพบแพทย์ทั้งที่เป็นไม่มาก บ่อยครั้ง ที่ยาแก้ปวดที่ซื้อเองได้นั้นบรรเทาอาการปวดระดับปานกลางได้สบาย ๆ
  • เก็บยาไว้ห่างมือเด็ก จะยิ่งดีถ้าบรรจุยาในขวดแบบเด็กเล็กเปิด ไม่ได้ ทางที่ดีอย่าให้เด็กเล็ก ๆ เห็นคุณกินยา เด็กวัยนั้น ชอบทํากิริยาเลียน แบบผู้ใหญ่ครับ
  • รู้จักตัวตนของคุณ ถ้าคุณเป็นคนติดอะไรง่าย เคยมีปัญหาติดยาแก้ปวด เป็นคนทนเจ็บปวดไม่ค่อยได้ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนการสั่งยา
  • ตรวจดูยาผสมที่ใช้บรรเทากลุ่มอาการและทําสัญลักษณ์เน้น แก้ปวดที่มีในยา จะได้ง่ายต่อการคํานวณปริมาณยาแก้ปวดที่มีในยา จะได้ เท่าใดแล้ว

หากคุณเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์และอยากอ่านเกี่ยวกับหัวข้อนี้เพิ่มเติม สามารถสนับสนุนผู้แต่ง นายแพทย์ริชาร์ด เบซเซอร์  ได้โดยการซื้อหนังสือ “ความจริงจากหมอไขข้อกังขาปัญหาสุขภาพ”

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่