ความรู้สุขภาพ

อาการร้อนวูบวาบ เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง

หากเคยรู้สึกเดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว บางครั้งก็เหงื่อออกเยอะ หรือรู้สึกกระวนกระวาย นั่นคืออาการร้อนวูบวาบที่ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้
เผยแพร่ครั้งแรก 12 ส.ค. 2018 อัปเดตล่าสุด 12 พ.ค. 2020 ตรวจสอบความถูกต้อง 11 ก.พ. 2019 เวลาอ่านประมาณ 3 นาที
อาการร้อนวูบวาบ เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • อาการร้อนวูบวาบ (Hot flashes) คืออาการที่รู้สึกเดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว โดยเฉพาะบริเวณร่างกายส่วนบน เช่น ใบหน้า ลำคอ และหน้าอก บางรายอาจมีเหงื่อออกท่วมตัว หรือรู้สึกกระวนกระวายด้วย
  • อาการร้อนวูบวาบเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ฮอร์โมนเพศที่เปลี่ยนแปลงไปเมื่อเข้าสู่วัยทอง เป็นอาการของโรคปลายประสาทอักเสบ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง หรือโรคติดเชื้ออื่นๆ นอกจากนี้การดื่มแอลกอฮอล์ หรือการรับประทานยาบางชนิดก็อาจทำให้เกิดอาการได้
  • การรับประทานอาหารเพื่อเสริมฮอร์โมนเอสโตรเจน เช่น ถั่วเหลือง เต้าหู้ หรือรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 อย่างปลาแซลมอล ปลาทูน่า เพื่อช่วยให้ผิวชุ่มชื้นอาจช่วยให้อาการดีขึ้นได้
  • หากสงสัยว่า เกิดจากโรคปลายประสาทอักเสบ แนะนำให้รับประทานวิตามินบีเพิ่มขึ้น จะช่วยบรรเทาอาการได้
  • ควรออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือด แต่หากอาการไม่ดีขึ้น ควรไปพบแพทย์จะดีที่สุด (ดูแพ็กเกจตรวจสุขภาพได้ที่นี่)

อาการร้อนวูบวาบ (Hot flashes) คืออาการที่ร่างกายรู้สึกเดี๋ยวหนาว เดี๋ยวร้อน โดยเฉพาะกับร่างกายส่วนบน เช่น บริเวณใบหน้า ลำคอ และหน้าอก บางครั้งก็มีเหงื่อออกท่วมตัว บางครั้งก็กระวนกระวายอยู่ไม่สุข แถมบางคนก็เกิดอาการเฉพาะช่วงเวลา เช่น เป็นเฉพาะตอนกลางคืน หรือหลังตื่นนอนเท่านั้น 

สงสัยไหมว่า อาการเหล่านี้เกิดจากสาเหตุใด

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
เข้าร่วมงานวิจัยทางการแพทย์วันนี้

ค้นหางานวิจัยที่คุณสามารถเข้าร่วมได้ เพื่อรับการรักษาใหม่ที่อาจทำให้อาการของคุณดีขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งในการทำดีเพื่อสังคม

E02

สาเหตุของอาการร้อนวูบวาบ 

อาการร้อนวูบวาบเกิดได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้

1. เข้าสู่วัยทอง

ผู้หญิงวัยทองส่วนใหญ่ล้วนมีอาการร้อนวูบวาบ เพราะเมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน ร่างกายจะสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง ซึ่งทำให้ร่ายกายเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง เช่น หัวใจเต้นถี่ หลอดเลือดใต้ผิวหนังขยาย อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น 

ทำให้ผิวหนังบริเวณใบหน้า ลำคอ หน้าอก เห่อแดง และรู้สึกร้อนวูบวาบขึ้นได้ รวมถึงอาจมีเหงื่อออกมากจนชุ่ม สลับกับรู้สึกหนาวสั่นในบางครั้ง 

แม้อาการร้อนวูบวาบในวัยทองจะไม่ใช่อาการอันตราย แต่ก็ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันได้ เช่น บางคนอาจรู้สึกกระวนกระวาย นอนไม่หลับ เครียด ซึมเศร้า และหงุดหงิดง่าย ซึ่งส่งผลเสียต่อสภาพร่างกายและจิตใจอย่างมาก

2. อาจเกี่ยวข้องกับโรคปลายประสาทอักเสบ 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
เข้าร่วมงานวิจัยทางการแพทย์วันนี้

ค้นหางานวิจัยที่คุณสามารถเข้าร่วมได้ เพื่อรับการรักษาใหม่ที่อาจทำให้อาการของคุณดีขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งในการทำดีเพื่อสังคม

E02

อาการร้อนวูบวาบที่มาพร้อมกับความรู้สึกเจ็บปวด เจ็บแปลบ และชา บริเวณปลายมือปลายเท้า ใบหน้า แขนขา โดยเฉพาะช่วงกลางคืนและหลังตื่นนอน อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงโรคปลายประสาทอักเสบ 

ซึ่งสาเหตุของโรคมักเกิดจากเส้นประสาทถูกกดทับ หรือถูกทำลายจากการติดเชื้อ และการขาดวิตามินบี จนทำให้เกิดอาการปวดแสบปวดร้อนบริเวณปลายประสาท ซึ่งหากปล่อยไว้ปลายประสาทส่วนนั้นอาจชาจนหมดความรู้สึกได้ 

3. อาจเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจ

บางครั้งอาการร้อนวูบวาบเกิดจากเซลล์เยื่อบุหลอดเลือดทำงานผิดปกติ ทำให้หลอดเลือดขยาย และอาจเกี่ยวข้องกับการเกิดความผิดปกติของหัวใจด้วย ซึ่งมักพบในผู้หญิงที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ที่ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายลดต่ำลง

4. เกิดจากสาเหตุอื่นๆ

สาเหตุอื่นที่อาจทำให้เกิดอาการร้อนวูบวาบได้ ได้แก่ โรคมะเร็ง การติดเชื้อ ปฏิกิริยาภูมิแพ้รุนแรง การดื่มแอลกอฮอล์ และการรับประทานยาบางชนิด เช่น ยาแก้ไอ ยาแก้ปวด ยาที่มีฤทธิ์ขยายหลอดเลือด และยาต้านโรคซึมเศร้า เป็นต้น

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
เข้าร่วมงานวิจัยทางการแพทย์วันนี้

ค้นหางานวิจัยที่คุณสามารถเข้าร่วมได้ เพื่อรับการรักษาใหม่ที่อาจทำให้อาการของคุณดีขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งในการทำดีเพื่อสังคม

E02

การรักษา/ดูแลตัวเอง เมื่อมีอาการร้อนวูบวาบ

1. ปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร

หากเกิดอาการร้อนวูบวาบเนื่องจากวัยทอง ควรรับประทานอาหารที่เสริมฮอร์โมนเอสโตรเจน เช่น อาหารจำพวกถั่วเหลือง เต้าหู้ ซึ่งอุดมด้วยสาร Isoflavone ที่คล้ายกับเอสโตรเจน 

ควรรับประทานธัญพืช เช่น เมล็ดทานตะวัน ข้าวสาลี ถั่วขาว ถั่วแขก ซึ่งมีกรดไขมัน วิตามิน และใยอาหาร รับประทานปลาทะเล อย่างปลาแซลมอน และปลาทูน่า ซึ่งมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ช่วยสร้างความชุ่มชื้นแก่ผิว 

แต่หากสงสัยว่า อาการร้อนวูบวาบนั้นเกี่ยวข้องกับโรคปลายประสาท ก็ควรรับประทานผักใบเขียว ธัญพืช และเครื่องในสัตว์ ซึ่งอุดมด้วยวิตามินบี จะช่วยบรรเทาอาการได้

2. รับประทานอาหารเสริม

สารที่ช่วยบรรเทาอาการร้อนวูบวาบ ได้แก่ เอสโตรเจน ซึ่งบางครั้งแพทย์มักจ่ายให้สตรีวัยทองเพื่อลดอาการไม่พึงประสงค์หลายอย่าง รวมถึงวิตามินต่างๆ เช่น วิตามินซี และอี ซึ่งช่วยต้านอนุมูลอิสระ และวิตามินบี ซึ่งช่วยลดอาการปวดร้อนตามปลายประสาท อีกทั้งบรรเทาอาการเครียดและซึมเศร้าในสตรีวัยทองด้วย

3. รับประทานสมุนไพรคลายอาการร้อน

สมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็น และมีสรรพคุณช่วยปรับสมดุลอุณหภูมิร่างกายมีหลายชนิด เช่น สะระแหน่ โสม ซึ่งเราสามารถรับประทานสมุนไพรสดๆ หรือนำผ่านความร้อนด้วยการต้มหรือชงดื่มในรูปแบบชาก็ได้

4. ออกกำลังกายเป็นประจำ

การออกกำลังกายเบาๆ เช่น การวิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ เล่นโยคะ จะช่วยให้หัวใจสูบฉีดเลือดได้ดี และช่วยลดอาการร้อนวูบวาบได้ 

อีกทั้งยังเพิ่มการหลั่งสารเอนดอร์ฟิน ทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น ผ่อนคลายความเครียด และยังช่วยลดระดับไขมันในร่างกายด้วย

5. ดับร้อนด้วยเย็น

วิธีง่ายๆ ในการลดอุณหภูมิร่างกายคือ การอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่อากาศถ่ายเท ปลอดโปร่ง เย็นสบาย หรือสวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี ก็มีส่วนช่วยลดอาการร้อนวูบวาบได้เช่นกัน

6. งดเครื่องดื่มคาเฟอีนและแอลกอฮอล์

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และชา กาแฟ จะทำให้หัวใจสูบฉีดเลือดมากขึ้น และส่งผลให้ร่างกายร้อนขึ้นได้ ดังนั้นใครที่เกิดอาการร้อนวูบวาบบ่อยๆ ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มเหล่านี้

7. พบแพทย์

อาการร้อนวูบวาบที่เกิดขึ้นอาจมาจากสาเหตุปกติอย่างภาวะวัยทอง หรืออาจมาจากสาเหตุผิดปกติก็ได้ ดังนั้นหากเกิดอาการขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือเป็นต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานควรไปพบแพทย์จะดีที่สุด

การป้องกันอาการร้อนวูบวาบ

อาการร้อนวูบวาบที่เกิดในวัยทองเป็นอาการปกติ ที่ไม่สามารถป้องกันได้ แต่เราสามารถหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการร้อนวูบวาบรวมถึงลดความรุนแรงของอาการร้อนวูบวาบลงได้ 

โดยการหลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มบางชนิด เช่น แอลกอฮอล์ กาแฟและเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน อาหารรสจัด หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ รวมถึงงดการสวมใส่เสื้อผ้าที่รัดแน่นจนเกินไป และเลือกรับประทานอาหารที่มีวิตามิน และ Isoflavone สูง อย่างผักใบเขียวและถั่วเหลือง 

รวมถึงพยายามผ่อนคลายความเครียดโดยการทำกิจกรรมต่างๆ และออกกำลังกายเป็นประจำ

อาการร้อนวูบวาบนั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุ หากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต และการรับประทานอาหาร ไม่ช่วยให้อาการดีขึ้น ควรไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุ และรับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อป้องกันไม่ให้อาการร้ายแรงขึ้น และทำให้การรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ดูแพ็กเกจตรวจสุขภาพ เปรียบเทียบราคา โปรโมชั่นล่าสุดจากโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำได้ที่นี่ หรือไม่พลาดทุกการอัปเดตแพ็กเกจเหล่านี้ เมื่อกดเป็นเพื่อนทางไลน์ @hdcoth และกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


5 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
What Causes Hot Flashes? (https://www.webmd.com/a-to-z-guides/ss/slideshow-hot-flash-causes), 14 February 2019
What Are Hot Flashes? (https://www.webmd.com/menopause/guide/menopause-hot-flashes), 14 February 2019
Terry M. Gibbs, DO, NCMP, Breast Cancer Survivors & Hot Flash Treatments (https://www.menopause.org/for-...), 14 February 2019

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
วิตามินบี 3
วิตามินบี 3

ประโยชน์ของวิตามินบี 3 นอกจากจะช่วยเรื่องบำรุงผิวพรรณแล้ว ยังช่วยเผาผลาญไขมัน และป้องกันการปวดศีรษะจากไมเกรนได้อีกด้วย!