Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ผู้สูงอายุ

ฮอร์โมนกับวัยทอง

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 2,135,948 คน

ฮอร์โมนกับวัยทอง

ระบบต่างๆของร่างกายถูกควบคุมควบคุมผ่านการสร้างและการหลั่งฮอร์โมน  ฮอร์โมนทำหน้าที่เปรียบเสมือนเป็นเมสเซนเจอร์ที่ช่วยในการควบคุม และช่วยประสานกิจกรรมต่างๆภายในร่างกาย เมื่อเรามีอายุมากขึ้นระดับของฮอร์โมนส่วนใหญ่มีแนวโน้มลดลง แต่ก็มีฮอร์โมนบางกลุ่มที่มีระดับไม่เปลี่ยนแปลง หรืออาจเพิ่มมากขึ้นได้ แต่แม้ว่าระดับฮอร์โมนนั้นอาจเพิ่มขึ้นแต่การทำงานของฮอร์โมนนั้นโดยปกติจะลดลงกว่าตอนที่ยังเป็นหนุ่มสาว เนื่องมาจากตัวรับฮอร์โมนที่อยู่ตามอวัยวะต่างๆเริ่มตอบสนองน้อยลง

การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น

ฮอร์โมนในร่างกายที่ลดลงเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ได้แก่ ฮอร์โมนเอสโตรเจน (estrogen) ในเพศหญิง ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (testosterone) ในเพศชาย โกรทฮอร์โมน (growth hormone) และเมลาโทนิน (melatonin) ฮอร์โมนที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงปริมาณหรืออาจลดลงเล็กน้อย ได้แก่ คอร์ติซอล (cortisol) อินซูลิน (insulin) และไทรอยด์ฮอร์โมน (thyroid hormone) ส่วนฮอร์โมนที่มีระดับสูงขึ้น ได้แก่ ฟอลลิเคิลสติมิวเลติงฮอร์โมน (follicle stimulating hormone) ลิวทีไนซิงฮอร์โมน (luteinizing hormone) นอร์อิพิเนปฟริน (norepinephrine) อิพิเนปฟริน (epinephrine) และพาราไทรอยด์ฮอร์โมน (parathyroid hormone)

ระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงส่งผลต่อร่างกายอย่างไรบ้าง

1. ไทรอยด์ฮอร์โมน สร้างจากต่อมไทรอยด์ที่อยู่บริเวณคอ ฮอร์โมนนี้มีส่วนช่วยควบคุมระบบเผาผลาญของร่างกาย เมื่ออายุเพิ่มขึ้นต่อมไทรอยด์มีโอกาสกลายเป็นก้อน (nodular) กระบวนการเผาผลาญของร่างกายจะเริ่มลดถอยลงไปเรื่อยๆตามอายุที่เพิ่มขึ้น โดยเริ่มตั้งแต่อายุประมาณ 20 ปี ในผู้ป่วยบางรายที่ระดับไทรอยด์ฮอร์โมนอาจสูงขึ้น นำไปสู่การเพิ่มโอกาสการเสียชีวิตจากโรคระบบหัวใจและหลอดเลือด

2. พาราไทรอยด์ฮอร์โมน สร้างจากต่อมพาราไทรอยด์ เป็นต่อมขนาดเล็ก 4 ต่อมที่อยู่บนต่อมไทรอยด์ พาราไทรอยด์ฮอร์โมนส่งผลต่อระดับของแคลเซียมและฟอสเฟต ระดับของแคลเซียมส่งผลต่อความแข็งแรงของกระดูก มีความเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคกระดูกพรุนเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น

3. อินซูลิน สร้างจากตับอ่อน อินซูลินมีส่วนช่วยในการขนส่งน้ำตาลจากหลอดเลือดเข้าสู่ภายในเซลล์ไว้ใช้เป็นพลังงาน ช่วยลดระดับน้ำตาลในกระแสเลือด ทุกๆ 10 ปีหลังจากอายุ 50 ปี เซลล์จะมีการตอบสนองต่ออินซูลินต่ำลง มีความเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2

4. ฮอร์โมนอัลโดสเตอโรน (aldosterone) และคอร์ติซอล สร้างจากต่อมอะดรีนอล อยู่บริเวณส่วนบนของไต ฮอร์โมนอัลโดเตอโรนมีส่วนช่วยควบคุมสมดุลของเหลวและแร่ธาตุในร่างกาย การหลั่งฮอร์โมนอัลโดสเตอโรนลดลงเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น การลดลงนี้เป็นผลทำให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะแบบมึนๆ หวิวๆ (lightheadedness) และภาวะความดันโลหิตลดลงเมื่อเปลี่ยนท่าทาง (orthostatic hypotension) ส่วนคอร์ติซอลเป็นฮอร์โมนที่ตอบสนองเมื่อร่างกายอยู่ในภาวะเครียด โดยทำหน้าที่สลายกลูโคส โปรตีน และไขมัน และยังมีฤทธิ์ต้านการแพ้ และต้านการอักเสบ เมื่ออายุเพิ่มขึ้นคอร์ติซอลจะมีการหลั่งลดลงเช่นเดียวกัน แต่ระดับฮอร์โมนในกระแสเลือดยังอยู่ในระดับคงที่ ผลของการเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนนี้ยังไม่ชัดเจน

5. ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน ในเพศชาย สร้างจากอัณฑะ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการควบคุมการแสดงออกลักษณะทางเพศทุติยภูมิ เช่น การสร้างขน เสียงแตก การเจริญเติบโตของอวัยวะเพศ ผลของฮอร์โมนต่อระบบสืบพันธุ์ของเพศชาย ได้แก่ ทำให้แรงขับทางเพศลดลง (libido) เลือดไปเลี้ยงที่บริเวณอวัยวะเพศน้อยลง อวัยวะเพศแข็งตัวได้น้อยลง ความรู้สึกบริเวณอวัยวะเพศลดลง

6. ฮอร์โมนเอสโตรเจน และเอสตราไดออล (estradiol) ในเพศหญิง สร้างจากรังไข่ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการควบคุมการแสดงออกลักษณะทางเพศทุติยภูมิแบบเดียวกันกับในเพศชาย ฮอร์โมนทั้งสองนี้มีระดับลดลงหลังจากหมดประจำเดือน ส่งผลกระทบหลายอย่างต่ออวัยวะอื่นที่เป็นผลมาจากการหมดปรำจำเดือน เช่น ผนังของมดลูกบางลง แห้งขึ้น และมีความยืดหยุ่นน้อยลง อาจทำให้เกิดอาการเจ็บเมื่อมีเพศสัมพันธุ์ แรงขับทางเพศลดลง ฮอร์โมนที่ลดลงยังส่งผลต่อความหนาแน่นของมวลกระดูก พบว่าหลังจากสองปีที่เข้าสู่วัยหมดประจำเดือนความหนาแน่นของมวลกระดูกจะลดลงอย่างรวดเร็ว และหลังจากนั้นจะลดลงร้อยละ 1 ถึง 2 ต่อปี กระดูก ความเปลี่ยนแปลงนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคกระดูกพรุน ส่งผลต่อระดับไขมัน LDL (ไขมันชนิดเลว) ที่เพิ่มสูงขึ้น มีความเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคหลอดเลือดแดงแข็ง (atherosclerosis) และโรคหัวใจและหลอดเลือด นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนในวัยหมดประจำเดือนยังส่งผลต่ออารมณ์อีกด้วย


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
ผู้ป่วยกลุ่มใดที่ต้องใช้ หรือไม่ใช้ยาอินซูลิน
ผู้ป่วยกลุ่มใดที่ต้องใช้ หรือไม่ใช้ยาอินซูลิน

ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 และ 2 ต้องการอินซูลินต่างกัน

ดูในแอป