การกินเพื่อสุขภาพ

ชวนทำ “กรีกโยเกิร์ต” อาหารเพื่อสุขภาพที่ใครๆ ก็ทำเองได้ที่บ้าน

เผยแพร่ครั้งแรก 11 ส.ค. 2018 อัปเดตล่าสุด 11 ก.พ. 2020 เวลาอ่านประมาณ 2 นาที
ชวนทำ “กรีกโยเกิร์ต” อาหารเพื่อสุขภาพที่ใครๆ ก็ทำเองได้ที่บ้าน

เป็นเรื่องปกติที่ทุกคนอยากมีร่างกายที่แข็งแรง ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้เรามีสุขภาพแข็งแรงหรือไม่นั้นก็คือ อาหาร สำหรับอาหารที่ขึ้นชื่อว่าดีต่อสุขภาพนั้นก็คงหนีไม่พ้น “โยเกิร์ต” นั่นเอง ทั้งนี้เราสามารถทานโยเกิร์ตเป็นอาหารเช้าหรือทานเป็นของว่างก็ได้ โยเกิร์ตเป็นหนึ่งในอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากที่สุด ซึ่งได้รับการรับรองโดยนักโภชนาการว่าเป็นอาหารที่จำเป็นต่อการทานอาหารอย่างสมดุล

อย่างไรก็ตาม นอกจากโยเกิร์ตทั่วไปแล้ว กรีกโยเกิร์ตก็ได้รับความนิยมมากไม่แพ้กัน ซึ่งทำโดยการหมักนมวัวหรือนมแพะ และต้องมีไขมันนม 9% หรือสูงกว่านี้ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมกรีกโยเกิร์ตถึงมีลักษณะเป็นเนื้อครีม มีความหนาแน่น และมีรสชาติที่อร่อยมากกว่าโยเกิร์ตแบบทั่วไป รวมถึงมีโปรตีนและแร่ธาตุมากกว่า หรือหากพูดอีกนัยหนึ่งก็คือ กรีกโยเกิร์ตดีต่อสุขภาพและเข้มข้นมากกว่าโยเกิร์ตแบบทั่วไป แม้ว่าโยเกิร์ตประเภทนี้จะมีวางขายอยู่ตามร้านค้า ซึ่งมักมีราคาที่สูงกว่าโยเกิร์ตทั่วไป แต่ความจริงแล้วคุณก็สามารถทำเองได้ที่บ้าน

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 370 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

วิธีทำกรีกโยเกิร์ตที่บ้าน

กระบวนการหมักนมเป็นเรื่องสำคัญเมื่อทำโยเกิร์ต ดังนั้นคุณควรมั่นใจว่าคุณมีอุปกรณ์หมักโยเกิร์ต หรือเหยือกที่มีฝาปิด และคุณสามารถเก็บอุปกรณ์เหล่านี้ไว้ในสภาพแวดล้อมที่อุ่นและมีอุณหภูมิที่คงที่

ส่วนผสม

  • นมวัวหรือนมแพะแบบไขมันเต็มส่วน 4 ½ ถ้วย (900 มิลลิลิตร)
  • ครีม ½ ถ้วย (100 มิลลิลิตร)
  • โยเกิร์ตรสธรรมดา ¼ ถ้วย (50 มิลลิลิตร)

วิธีทำสำหรับคนที่ใช้อุปกรณ์ทำโยเกิร์ต (Yogurt Maker)

  1. หากคุณมีอุปกรณ์ทำโยเกิร์ตที่บ้าน มันก็จะง่ายต่อการทำโยเกิร์ตมากขึ้น คุณแค่ใส่ส่วนผสมทุกอย่างในอุปกรณ์ดังกล่าว และหมักทิ้งไว้อย่างน้อย 8 ชั่วโมง
  2. หลังจากนั้น ให้คุณกรองเนื้อโยเกิร์ตใส่ในบรรจุภัณฑ์ที่แยกต่างหาก และนำไปแช่ตู้เย็น 4 ชั่วโมง

วิธีทำสำหรับคนที่ไม่ได้ใช้อุปกรณ์ทำโยเกิร์ต

  1. ใส่ส่วนผสมทุกอย่างในกระทะท้องแบนที่มีฝาปิดและด้ามถือ จากนั้นให้นำไปตั้งไฟระดับกลางและต้มจนเดือด ทั้งนี้อุณหภูมิที่เหมาะสมคือ 185 องศาฟาเรนไฮต์ ดังนั้นการใช้เทอร์โมมิเตอร์สำหรับใช้ในห้องครัวก็เป็นไอเดียที่ดี หากคุณไม่มีเทอร์โมมิเตอร์ คุณสามารถทดสอบโดยใช้นิ้ว โดยให้คุณจุ่มนิ้วลงไปในนม หากคุณสามารถทนความร้อนได้อย่างน้อย 5 วินาที นั่นก็สามารถบอกได้ว่าเป็นอุณหภูมิที่เหมาะสมแล้ว
  2. เมื่อกระทะเดือด ให้คุณปล่อยทิ้งไว้จนเย็นประมาณ 15 นาที
  3. เทส่วนผสมลงในบรรจุภัณฑ์ที่มีฝาปิด แล้วนำไปเก็บไว้ในสถานที่ๆ อุ่น และปล่อยให้มันหมักตัวเป็นเวลา 8-10 ชั่วโมง
  4. หลังจากครบกำหนดเวลาดังกล่าวแล้ว ให้คุณกรองโยเกิร์ตใส่ในบรรจุภัณฑ์อีกชิ้น
  5. นำโยเกิร์ตแบ่งใส่ในเหยือกเล็กๆ ซึ่งคุณสามารถดื่มของเหลวที่เหลือจากการทำโยเกิร์ต

คำแนะนำ

  • สถานที่ๆเหมาะสำหรับหมักโยเกิร์ตคือ เตาอบ โดยให้คุณเปิดเตาอบที่อุณหภูมิต่ำ แล้วให้ปิดเตาอบ และนำเหยือกที่มีโยเกิร์ตใส่ข้างใน
  • หากคุณไม่มีเหยือกใส่โยเกิร์ตที่มีฝาปิด คุณสามารถใช้ถ้วยธรรมดาและใช้ผ้าคลุมปิดด้านบน และใช้พลาสติกสำหรับห่ออาหารห่อซ้ำอีกรอบ
  • หากคุณต้องการให้โยเกิร์ตมีเนื้อสัมผัสที่หนักมากขึ้น ให้คุณใส่นมผง 1-2 ช้อนโต๊ะลงไป ซึ่งการทำเช่นนี้จะช่วยให้ส่วนผสมมีเนื้อหนาก่อนกระบวนการหมัก
  • ถ้าคุณชอบโยเกิร์ตแบบแคลอรีต่ำ คุณสามารถใช้นมขาดมันเนยหรือโยเกิร์ตแบบปลอดไขมันเป็นส่วนผสม
  • ถ้าจะให้ดี คุณควรจำกัดปริมาณการทำโยเกิร์ตไว้ที่ 1 ลิตรต่อหนึ่งบรรจุภัณฑ์
  • หากคุณใช้นมแพะในการทำ เวลาที่ใช้หมักก็จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า โดยใช้เวลา 20-24 ชั่วโมง

ที่มา: https://steptohealth.com/homem...


14 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Best Healthy Foods You Aren’t Eating: Greek Yogurt, Canned Tomatoes, and More. WebMD. (https://www.webmd.com/diet/features/best-foods-you-are-not-eating)
8 Ways Greek Yogurt Benefits Your Health. Healthline. (https://www.healthline.com/health/food-nutrition/greek-yogurt-benefits)
15 Surprising Ways to Use Greek Yogurt. Health.com. (https://www.health.com/food/15-surprising-ways-to-use-greek-yogurt)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม