การรักษา

วิธีการรักษาอาการแผลพุพองบริเวณเท้าด้วยตัวเอง

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ย. 2, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 725,514 คน

วิธีการรักษาอาการแผลพุพองบริเวณเท้าด้วยตัวเอง

อาจยากที่จะป้องกันความเจ็บปวดจากแผลพุพอง แต่ไม่ต้องเป็นกังวลว่าจะไม่มีทางรักษา วิธีการที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ จะช่วยลดอาการปวดและรักษาแผลพุพองบริเวณเท้าที่เกิดขึ้นได้

1. ป้องกันแผลพุพองด้วยน้ำยาดับกลิ่นกาย

แผลพุพองจะรุนแรมากขึ้นหากมีความชื้นและถูกเสียดสี ดังนั้น ควรดูแลให้เท้าแห้งอยู่เสมอ หลังจากทำความสะอาดเท้าเสร็จแล้วให้ทาน้ำยาดับกลิ่นกายบริเวณหลังเท้าและข้างเท้า ทิ้งไว้ให้แห้งก่อนสวมรองเท้า น้ำยาดับกลิ่นกายจะช่วยบรรเทาอาการและลดการเสียดสีของเท้ากับรองเท้าที่คุณสวมใส่

2. ปิดคลุมเพื่อป้องกัน

ผ้าพันแผลจะช่วยลดการเสียดสีและป้องกันแผลพุพองไม่ให้เกิดอาการระคายเคืองได้ วิธีการพันแผลที่ถูกต้องนั้นสำคัญที่จะส่งผลให้แผลหายเร็วขึ้นหรือแย่ลง วิธีที่ถูกต้องดังนี้ วางผ้าพันแผลในลักษณะรูปเต้นท์โดยให้ปลายผ้าทั้งสองด้านทบเข้าหากัน ส่วนกลางของผ้าวางบนแผล วิธีนี้จะเป็นการปล่อยแผลไม่ให้อับชื้น รักษา และป้องกันไม่ให้แผลโดนเสียดสีจากการสวมรองเท้า ป้องกันแผลจากสิ่งสกปรกและเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุของการติดเชื้อ

3. แช่ในน้ำชาเขียว

ชาเขียวมีส่วนประกอบของสารต้านการอักเสบที่สามารถช่วยรักษาแผลพุพองได้ วิธีการคือ ชงชา 3 ซองกับน้ำร้อน จากนั้นเทเบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชาลงไปในถ้วยชา (เพื่อช่วยฆ่าเชื้อ) ทิ้งชาไว้ให้เย็น เทชาลงในชามหรือกะละมัง จากนั้นแช่เท้าที่เป็นแผลไว้ หรืออาจใช้ผ้าก๊อซชุบน้ำชาแล้วพันไว้บริเวณแผลกรณีที่บริเวณดังกล่าวไม่สามารถแช่น้ำได้ นอกจากนี้ หากแผลที่เป็นอยู่ยังไม่หลุดลอกออกมา คุณสามารถเร่งการรักษาได้ด้วยการแช่เท้าที่เป็นแผลกับน้ำอุ่นเพื่อให้แผลอ่อนนุ่มขึ้นและช่วยระบายของเหลวภายใต้แผลออกมา

4. เช็ดแผลด้วยน้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลไซเดอร์

การรักษาวิธีนี้อาจเกิดกลิ่นรุนแรงจากน้ำส้มสายชู หากคุณพอจะทนกับกลิ่นได้ วิธีนี้ก็เป็นวิธีที่ง่ายและน่าลองวิธีหนึ่ง เนื่องจากน้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลไซเดอร์มีส่วนประกอบของสารที่สามารถป้องกันเชื้อแบคทีเรียได้ ดังนั้นการใช้กับแผลพุพองจึงช่วยป้องกันการติดเชื้อได้ด้วยเช่นกัน แต่ถ้าการใช้น้ำส้มสายชูทำให้คุณรู้สึกเจ็บปวดเกินไป ลองใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ล้างแผลและทาด้วยยาขี้ผึ้งทาแผลก็ช่วยได้เช่นกัน

5. วิตามินอี

วิตามินอีมีคุณสมบัติวิเศษที่สามารถฟื้นฟูผิวที่เป็นแผลได้ ซึ่งจะช่วยให้เซลล์ผิวหนังฟื้นตัวและสามารถป้องกันไม่ให้เกิดแผลเป็น คุณสามารถหาซื้อน้ำมันหรือครีมที่มีส่วนประกอบของวิตามินอีได้จากร้านขายยาทั่วไป หรือใช้แคปซูลวิตามินอี โดยการแกะแคปซูลแล้วเทผงวิตามินลงบนแผลโดยตรง   

6. ทาแผลด้วยน้ำมันละหุ่ง

เป็นที่ทราบกันดีว่า น้ำมันละหุ่งเป็นยาที่ดีชนิดหนึ่งที่สามารถรักษาอาการแผลพุพองได้ วิธีการคือ ทาแผลด้วยน้ำมันละหุ่งทุกวันก่อนเข้านอนจะช่วยให้แผลแห้งเร็วขึ้น นอกจากนี้ คุณสามารถผสมน้ำมันละหุ่งกับน้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลไซเดอร์ แล้วทาบริเวณแผลจะช่วยป้องกันเชื้อโรค ทำให้แผลแห้งและหายเร็วขึ้น

7. น้ำมันดอกวิชฮาเซล

เนื่องจากดอกวิชฮาเซลมีส่วนประกอบของสารแทนนินที่ทำให้เกิดรสฝาด จะช่วยล้างแผล ทำให้แผลแห้ง และหายเร็วขึ้น ใช้สำลีชุบน้ำมันวิชฮาเซลแล้วทาบริเวณแผล ทำทุกวันจนกว่าอาการจะดีขึ้น

8. ทาด้วยเจลว่านหางจระเข้

ว่านหางจระเข้มีคุณสมบัติที่สามารป้องกันอาการอักเสบและสามารถลดอาการปวดบวมของแผลให้ทุเลาลงได้ การศึกษาวิจัยยืนยันว่าว่านหางจระเข้สามารถใช้เป็นยารักษาแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกระดับที่สองและระดับที่สามได้อย่างมีประสิทธิภาพ

9. ปล่อยให้แผลได้ระบายอากาศ

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า แผลพุพองจะหายเร็วขึ้นหากไม่ถูกปิดทับด้วยผ้าหรือเทปพันแผลใดๆ ดังนั้นพยายามเปิดแผลเมื่อคุณอยู่บ้านเพราะเมื่อแผลได้รับการระบาย แผลจะแห้งและหายเร็วขึ้น เพื่อให้เกิดประสิทธภาพสูงสุดเมื่อเปิดแผลจากผ้าที่พันไว้แล้ว ให้ใช้ขี้ผึ้งทาแผลทาบางๆ จะทำให้แผลยิ่งหายเร็วขึ้น

ที่มาของข้อมูล https://www.rd.com/health/wellness/home-remedies-for-blisters/

 

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่